คราวที่แล้วผมบันทึกค้างไว้  วันนี้ผมจะบันทึกต่อ นะครับ

ระบบประสาทสมองบรรจุอยู่ในกระโหลกศีรษะ  เหมือนกับว่ามันอยู่ในห้องมืด ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน  ไม่มีโอกาสสัมผัสกับโลกภายนอกได้โดยตรงเลย  นอกจากมันจะได้รับข้อมูลข่าวสารจากโลกภายนอกที่เข้ากระตุ้นประสาทรีเซ็พเตอร์(Receptors) แล้วเดินทางผ่านประสาทนำเข้า(Afferent fiber) ในรูปของกระแสไฟฟ้าหรือกระแสประสาท เข้าสู่ประสาทสมองด้วยกระบวนการที่ซับซ้อน  เข้าสู่สมองที่บริเวณเปลือกสมอง หรือ ซีรีบรัลคอร์เท็กซ์ (Cerebral Cortex)   กระตุ้นให้ซีรีบรัลคอร์เท็กซ์ที่ส่วนนั้นๆแสดงกิจกรรมด้วยกระบวนการที่ซับซ้อน และ "เกิดความรู้สึกสัมผัส" ว่า มีบางสิ่งบางอย่างเข้ามากระตุ้น  แต่ "ยังไม่รู้" ว่ามันคืออะไร  จะต้องตีความเสียก่อนว่าสิ่งนั้นคืออะไร  กระบวนการตีความก็คือ  จะต้องกระตุ้นดึงความรู้เดิมให้ออกมาให้ความหมายกับข่าวสารนั้นเสียก่อน  เมื่อรู้ความหมายแล้ว  จึงเกืด"การรับรู้" ว่าข้อมูลข่าวสารที่เข้ามาใหม่นั้นคืออะไร  ทำให้เกิด "ความเข้าใจ" ต่อข้อมูลนั้น  ถ้ายิ่งดึงข้อมูลเก่าออกมาได้มากและกว้างขวางเท่าไร  "การรับรู้" นั้นก็จะกว้างขวางมากขึ้นเพียงนั้น   ความรู้เดิมจึงทำหน้าที่เป็น "กรอบ" ของการรับรู้นั้น   กรอบนี้จะทำหน้าที่กำหนด "ทิศทาง" ของการรับรู้นั้นด้วย  "ความกว้างขวางและทิศทางของการรับรู้" จะเป็น "โลกทัศน์"  หรือ "โลก" ของมนุษย์ด้วย  "กรอบดังกล่าวก็คือ โลก" ของคนผู้นั้น  คนๆหนึ่งก็จะมีโลกของเขาโลกหนึ่ง  อีกคนหนึ่งก็จะมีโลกของเขาอีกโลกหนึ่ง  คนแต่ละคนจึงต่างก็มีโลกของตนเอง

หลังจากกระบวนการรับรู้สิ้นสุดลงแล้ว  สิ่งที่เหลือไว้คือ "ความรู้ใหม่"  ความรู้ใหม่นี้ก็จะถูกเก็บไว้ในบางลักษณะในระบบความจำ  ระบบความจำนี้เป็นระบบความจำระยะยาว  คือจำได้นานไม่จำกัดเวลา  และไม่จำกัดจำนวนท่จำด้วย   สำหรับระบบท่เกิดการรับรู้ที่ผ่านมานั้นเป็นระบบความจำระยะสั้น   คือ ข้อมูลที่คงทนอยู่ในระบบนี้ได้ในเวลาที่จำกัด  เช่น  ประมาณไม่เกิน 30 วินาที  หรืออาจจะนานกว่านั้นก็ได้ถ้ายังมีการทบทวนอยู่  แต่หลังจากนั้น  ข้อมูลเหล่านั้นก็จะถูกนำเข้าไปเก็บไว้ในระบบความจำระยะยาว  หรือไม่ก็หายไปจากระบบ  ก็คือ "ลืม" นั่นเอง การเก็บความรู้ใหม่ไว้ในระบบความจำนี้เรียกว่า "จำ"  บัดนี้  กรอบความคิดก็จะโตขึ้น  เพราะมีความรู้ใหมาเข้ามาเพิ่ม  การมีความรู้เพื่มเข้ามาในระบบนี้  อาจจะทำให้กรอบความคิดของคนผู้นั้นยังเหมือนเดิม  หรือเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมก็ได้  เหตุการณ์ดังกล่าวมาข้างบนนี้ จะเกิดเป็นไปเช่นนี้ นาทีแล้วนาทีเล่า  วันแล้ววันเล่า  ปีแล้วปีเล่า  นับตั้งแต่เกิดไปจนกระทั่งตาย  ระบบความจำระยะยาวจะโตขึ้น  มีเครือข่ายมากขึ้น  และซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ  ความรู้ที่ประกอบกันเข้าเป็นเครือข่ายเหล่านี้ จะเป็นความรู้ประเภท ข้อเท็จจริง  มโนทัศน์  หลัก  กฎ  และทฤษฎี  และความรู้ประเภทที่เป็นเรื่องราวต่างๆ  เครื่อข่ายของความรู้เหล่านี้จะมีบทบาทกำหนดทิศทางของการรับรู้  และการคิด  ทำให้เกิดโลกความคิดของตนเอง  ถ้าโครงส้ราง  หรือเครือข่ายนี้เปลี่ยนไปแล้ว  โลกความคิดชองเขาก็จะเปลี่ยนไปด้วย

วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับ  ยังมีต่อครับ