ก๊อก 2.

วาดฝันว่า..เราคงจะได้คุยกันตามธรรมเนียมของชาวเฮฮาศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนความระลึกถึงมาเป็นความคิดถึงซึ่งหน้า บรรยากาศคงจะอบอุ่นชื่นมื่นเหมือนทุกครั้งที่ชาวเราพบกัน เอกลักษณ์นี้เป็นส่วนพิเศษเฉพาะที่เดียวในโลก สำหรับคนที่เอาใจเป็นตัวตั้ง การวัดกันที่ใจนั้นมีอานุภาพที่ยากจะอธิบาย

 

ช่วงรอยต่อระหว่างเดือน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช โทรฯมาชวนให้ไปคุยเรื่องการสร้างเสริมสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่กรุงเทพฯ ผมเคลียตารางแล้วเห็นว่าปลอดโปร่งจึงรับปากว่าไปได้ ประจวบกับได้ข่าวเครือญาติชาวเฮฮาศาสตร์ชาวใต้-ชาวเหนือ มีพันธกิจร่วมกัน แล้วจะเดินทางกลับวันที่ 5คือวันนี้นั้นเอง ผมกะว่าจะไปถึงบางกอกบ่าย2โมง จะคุยกับคณะครูโรงเรียนรุ่งอรุณทันทีไปถึง แล้วช่วงแดดร่มลมตกจะชวนคุณเมตตา อาจารย์แป๋ว คุณแป๊ด น้าอึ่งอ๊อบ และพันธมิตรชาวกรุงอีกส่วนหนึ่ง ไปรับประทานอาหารเย็น  

วาดฝันว่า ..เราคงจะได้คุยกันตามธรรมเนียมของชาวเฮฮาศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนความระลึกถึงมาเป็นความคิดถึงซึ่งหน้า บรรยากาศคงจะอบอุ่นชื่นมื่นเหมือนทุกครั้งที่ชาวเราพบกัน เอกลักษณ์นี้เป็นส่วนพิเศษเฉพาะที่เดียวในโลก สำหรับคนที่เอาใจเป็นตัวตั้ง การวัดกันที่ใจนั้นมีอานุภาพที่ยากจะอธิบาย แต่แล้วความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน ฟังพระท่านเทศน์ถึงจะเข้าใจง่าย ..ท่านบอกว่าคนเราไม่มีอะไรหร๊อก..ให้สังเกตที่ปลายจมูก ถ้าไม่มีลมเข้า-ออก มันก็จบสิ้นทุกอย่างง่ายๆแค่นี้เอง ไม่ต้องไปดูที่อื่น  

แหมตอนแรกวาดฝันเสียอย่างดี จะยกทีมไปภัตตาคารที่โน่นที่นี่ หนูแป๊ดเล่าว่าจะเลี้ยงไวน์พ่อครูสัก5ลัง แฮะ แฮะ.. รอดตัวการถูกมอมไวน์ไปอย่างหวุดหวิด เรื่องนี้นะครับ ถึงจะเสียดายเพียงใดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมีเรื่องแสนเสียดายที่คาดไม่ถึงมาล้มทับเสียก่อน จึงต้องวุ่นอยู่กับงานส่งบุพาการีเดินทางไกล เที่ยวเดียวกับเจ้าพ่อดงหลวงส่งท่านอาวุโสไปเช่นกัน  ถือว่าเป็นช่วงปลงอนิจัง ทำให้ได้สติขึ้นมาว่า คิดและทำอะไรควรจะเผื่อก๊อก2ไว้บ้าง ทุกเรื่องในโลกนี้มี2 ด้าน ถ้ามีความแน่นอน ก็ต้องมีความไม่แน่นอนเป็นของคู่กัน เมื่อวานนี้จึงได้คิดจากการไปวนเวียนอยู่กับวัดกับพระหลายเรื่อง  

..เมื่อมองจากสภาวะที่เป็นจริง เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็เป็นการทำงานของระบบธรรมชาติเท่านั้น เป็นเพียงวงจรการเดินทางของชีวิต เหมือนเราเห็นพระอาทิตย์ขึ้นแล้วอัศดง นั่นเป็นการเห็นตามที่ตามองเห็นเท่านั้น เมื่อเรามองไม่เห็นดวงอาทิตย์ตกดิน แต่ความจริงไม่ใช่พระอาทิตย์ตกดิน และก็ไม่ใช่ว่าไม่มีดวงอาทิตย์ วินาทีที่หายไปจากสายตาเรานั่นเอง ดวงอาทิตย์ก็ไปปรากฏแก่สายตาของคนอีกฟากหนึ่งของมุมโลก     อีกมิติหนึ่งของชีวิตก็เช่นกัน เมื่อธาตุ 4ขันธ์5แยกกันตามธรรมชาติ เราร้องไห้เสียใจเพราะมองว่าเป็นการตาย มองเห็นเหมือนพระอาทิตย์อัศดง แต่อาจจะมีมิติหนึ่งที่กำลังหัวเราะดีใจรับชีวิตใหม่ เหมือนกับคนอีกฟากหนึ่งกำลังรอให้พระอาทิตย์อุทัยแสงในมุมของตน นี่คือสิ่งพิจารณาตามความจริง ทั้งระบบของสุริยะจักรวาลและระบบของชีวิต ซึ่งชีวิตเองเป็นเพียงเศษธุลีของสุริยจักวาลเท่านั้น     พระพุทธองค์สอนให้เราอยู่ในโลกใบนี้อย่างบางเบา สัมผัสสมบัติของโลกแต่เพียงแผ่วเบา อย่าหอบหิ้ว แบกหาม กำกอด เหนี่ยวรั้ง คือเมื่อทำชีวิตบนโลกให้บางเบา เราจะพอหาความสุขในชีวิตได้บ้าง แต่ถ้าพิจารณาความจริงของชีวิตและโลก ต้องให้หนักแน่น ทำแผ่วเบาไม่ได้ แปลว่าถึงจุดหนึ่งต้องไม่คิดแบกหามยึดมั่นมาก เพราะไม่มีอะไรเป็นของเราจริงๆ แม้แต่สิ่งที่เรามีกรรมสิทธิ์วันนี้ สุดท้ายก็ไม่ใช่ของเรา สิ่งที่เรารักที่สุดก็ไม่อาจอยู่กับเราได้ เพราะสุดท้ายปลายทางเราต้องจากสิ่งนั้นไป ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างให้คนข้างหลังดูแล เราอยู่ในโลกเทคโนโลยี โลกทั้งโลกอยู่ในกำมือเราก็จริง แต่เราไม่อาจกำทุกสิ่งไว้ในอำนาจ ทุกอย่างผ่านมาแล้วก็ผ่านไป .                                                       จากตายไม่มี  ปิยโสภณ*

  ก็ขอฝากบอกคุณญาติๆที่น่ารักที่สุดในโลกว่า นัดนี้พลาดไป เรารอวันที่พระอาทิตย์จะหวนมาฉายแสงรอบใหม่ได้ ซ้อมยิ้มและหัวเราะไว้ได้เลย เมื่อพร้อมแล้วเราจะร่วมกันเปิดก๊อกที่ 2อย่างชื่นมื่น นะแป๊ดนะ อามิตรพุทธ  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM ในมหาชีวาลัยอีสาน



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 
  • แหมพ่อก็
  • เดือนกรกฎาคมก็ได้รวมญาติขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศแล้วครับ
  • น้าอึ่งทำโทรศัพท์หาย
  • หนุ่มๆเลยติดต่อไม่ได้
  • ดีที่พี่เมตตาอยู่ด้วยครับ
  • ขอบคุณครับผม

หวังว่าเดือนกรกฎาคม เราจะพบกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

เขียนเมื่อ 
  • แน่นอนครับพ่อ
  • ดีใจที่พ่อจะได้พบกับพี่ๆๆเร็วๆๆนี้ครับผม
  • ขอบคุณครับ
เขียนเมื่อ 

ขอส่งคุณปู่เดินทางไกล สู่สคติด้วยค่ะ

 

สวัสดีค่ะพ่อครูฯ

         เราเจอกันในฝันทุกคืนอยู่แล้วค่ะ  ไว้ค่อยเจอตัวเป็น ๆ เมื่อฟ้าเป็นใจอีกครา ก็ได้ค่ะพ่อครูฯ