วันเสาร์อาทิตย์ที่ 2-3 มิย 50 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสออกเยี่ยมเยือนงานประกันคุณภาพ ของศูนย์พัฒนาการศึกษาอุดรธานี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (สถานที่ตั้งสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตอุดรธานี) ไปกันทั้งหมด 8 คน มีผู้ชาย 2 คน คือ ผมและพี่ประธาน พาเทพ พนักงานขับรถ และคืนวันเสาร์ก็พักร่วมห้องที่โรงแรมเจริญศรี แกรนด์ กับพี่ประธาน 

 

โดยพี่ประธานได้เล่าถึงประวัติของตัวเองในอดีตเคยเป็นสมาชิกวงกลองยาว แชมของจังหวัดมหาสารคาม มาหลายสมัย เป็นประเภทวงกลองยาวแบบพาดโพนผาดโผน มีการแสดงการต่อตัว ซึ่งแต่ก่อนมีความแพร่หลายมาก และปัจจุบันนี้หาดูได้ยากแล้ว นอกจากพี่ประธานจะเก่งกลองยาวแล้วยังมีความสามารถเล่นเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีกหลายชนิด เช่น พิน ซอ

 พี่ประธานเล่าต่ออีกว่าภรรยา เรียนจบมาทางนาฏศิลป์ เป็นครูในโรงเรียนประถมห่างจากตัวจังหวัดเล็กน้อย และมีลูก 2 คน คือ ลูกชายคนโตตอนนี้ก็เป็นมือพินของวงโปงลางสะออน และลูกสาวอายุประมาณ 6-7 ปี ตอนนี้ก็ไปประกวดได้รางวัลและเป็นตัวแทนยุวทูตการแสดง 4 ภาค สัปดาห์ที่แล้วก็ไปอัดรายการเก่งจริง ช่อง 3 และสัปดาห์หน้าก็จะไปอัดอีกรายการหนึ่ง 

ซึ่งผมได้ฟังประวัติความเป็นมาของครอบครัวของพี่ประธานแล้วน่าภาคภูมิใจมาก โดยเฉพาะเรื่องของการอนุรักษ์ดนตรี และสายเลือดความเป็นพื้นบ้านอีสานที่แท้จริง น่าทึ้งมากครับ

ที่สำคัญพี่ประธานได้เล่าต่อถึงความภาคภูมิใจในชีวิต คือ มีวันหนึ่งเมื่อภาคเรียนที่แล้ว คณะศิลปกรรมศาสตร์ ได้ทำหนังสือมาขอตัวไปช่วยเป็นผู้เชี่ยวชาญสอนนิสิตสาขาดุริยางคศิลป์พื้นบ้าน โดยขอเวลาวันจันทร์ ช่วงบ่ายหนึ่ง ถึง ประมาณหนึ่งทุ่ม ทุกสัปดาห์ ให้มาสอนการตีกลองยาวพื้นบ้าน

พี่ประธานเล่าต่อไปอีกว่า แม้นิสิตเหล่านั้นจะรู้ว่าเป็นพนักงานขับรถก็ตาม ก่อนจะเรียนในแต่ละวันจะมีการทำพิธีไหว้ครู โดยให้พี่ประธานนั่งเก้าอี้ แล้วนิสิตทั้งหมดก็จะนั่งอยู่กับพื้น ทำการไหว้ครูตามพิธีกรรม ทุกครั้งก่อนจะเรียนในแต่ละวัน และในภาคเรียนนี้ที่เพิ่งเปิดก็อาจจะได้ไปสอนอีก

นี่สิครับถือว่าเป็นการค้นหา และใช้ความรู้ฝั่งลึก tacit จากตัวบุคคลโดยไม่ยึดติดในวุฒิการศึกษา หรือชนชั้น แม้พี่ประธานจะจบเพียง ปวส. เป็นลูกจ้างชั่วคราว พนักงานขับรถยนต์

และผมเชื่อว่ายังมีคนเช่นนี้ที่มีความเชี่ยวชาญอยู่อีกมากมาย เพียงแต่ยังหาไม่เจอเท่านั้นเองครับ หรือเวทียังมีน้อย

น่าภูมิใจจริงๆนะครับ ในบันทึกนี้จึงมายกย่อง ตีแพร่ตีแผ่อีกมุมมองหนึ่งครับ ในมหาวิทยาลัย

 KPN