ก็สงสารและอยากช่วยเหลือ แต่งนเอกสารการสอน รวมทั้งนวัตกรรมทางการศึกษา ซึ่งรวมเป็นผลงานทางวิชาการของแต่ละท่าน เป็นงานส่วนตัว
เมื่อเช้านี้  ครูอ้อยมาถึงโรงเรียนตั้งแต่ 05.45 น.  พอเปิดประตูห้องพัก  เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น  ครูอ้อยปล่อยให้ดังไปก่อน  และเก็บสิ่งของเข้าห้อง  ก่อนที่ยุงตัวใหญ่จะเข้ามาอยู่และบุฟเฟ่ต์อย่างสบายใจ 
พอวางสิ่งของแล้ว  ครูอ้อยก็รับโทรศัพท์  
เสียงปลายสายเป็นพี่ครูที่ครูอ้อยรับเป็นที่ปรึกษา  โทร.มาบอกว่า...แผนการจัดการเรียนรู้ยังไม่เสร็จ 
ที่นัดว่าตอนเย็นให้ครูอ้อยไปรับมาอ่านนั้นยังไม่เรียบร้อย  ขอผลัดผ่อนไปก่อน   
ครูอ้อยถามว่า....สักกี่วัน  
อย่างไร  ก็เว้นระยะ  2 ช่วง  คือให้ครูอ้อยได้อ่าน  และส่งกลับมาแก้ให้ทัน วันศุกร์ที่จะถึงนี้ 
ครูอ้อยเกรงว่าไม่ทันการ 
จึงบ่นไปสองคำว่า...เวลาเหลือน้อยแล้ว  ต้องทำอะไรสักอย่าง  ให้มีเวลาพอที่จะอ่าน  หากเกินวันพุธไป  ไม่ทันแน่  เพราะต้องมีขั้นตอนการอ่าน และการแก้ไขด้วย 
จากนั้นเธอก็บอกว่า...จะหาเวลาทำให้เสร็จภายในวันนี้  เย็นจะโทร.มาหาครูอ้อยอีกครั้ง   
พอสายๆ  ประมาณ 07.10 น.  เพื่อนครูที่โรงเรียนที่อยู่ในกลุ่มนี้  ได้มาหาครูอ้อย  มายืมแว่นตา  ....
ครูอ้อยคิดในใจว่า  ยามนี้แล้ว  ต้องพึ่งตัวเองมากที่สุด  ห้ามเครียด  และรู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม  ระวังเรื่องสุขภาพ  เดี๋ยวจะไม่คุ้ม 
ครูอ้อยพูดถึงเรื่อง..ความเป็นไปได้ของเนื้องาน  หากไม่น่าเชื่อถือ  กรรมการก็จะผลักงานของเราออกทันที  เพราะตัวเลือกมีจำนวนมาก  
ดังนั้น  งานของเราควรจะพยายาม....อย่าให้มีช่องโหว่ที่กรรมการจะชี้ชัดได้   
เธอฟังครูด้วยความมั่นใจ  ครูอ้อยปลอบใจไปด้วยความจริงใจ  ในเมื่อมีโอกาสแล้ว  ก็ต้องรีบรับและจัดการกับโอกาสให้ได้..
เธอออกจากห้องและหันมาพูดว่า....ไม่รู้ว่าใครจะสมน้ำหน้าหนูบ้างหรือเปล่า...
ไม่มีหรอก  ครูอ้อยคิดในใจและคิดตลอดไป
รับอาสาเป็นที่ปรึกษา
รับเป็นที่ปรึกษา ตอน 2  
 รับอาสาเป็นที่ปรึกษา ตอน 3