ปีหน้าตกลงว่าเป็นวันที่ 1-2 ธันวาคม 2549 ก็จะมี KM Forum 3 แน่นอนครับ อันนี้ผมได้อ่านจาก Blog ศ.นพ.วิจารณ์  พานิช แล้วด้วย ว่ายืนยันแน่นอน หลาย ๆ ท่านยังอยากให้เป็น 3 วัน เท่าที่ผมอ่านผ่าน ๆ ไปหลายบันทึกจากหลายคน และเพิ่มเป้าหมายจาก 700 (มาจริง 1,000 คน) เป็น 3,000 คน ในส่วนที่ผมขอเสนอ จะขอเสนอแบบไม่มีขีดจำกัดอะไรนะครับ อิสระไร้อุปสรรค ฉะนั้นอาจจะเป็นไปไม่ได้ทั้งหมด เพราะผมไม่ได่มีข้อมูลที่เป็นอุปสรรคใด ๆ ให้ขบคิด

     แต่ผมขอเสนอเรื่องนี้ว่าควรเป็น 4 วัน และเพิ่มเป้าหมายเป็น 4,000 คน โดยวิธีการให้มี KM Forum ระดับภาค ทั้ง 4 ภาค ภาคละ 500 คน จำนวน 2 วัน ประมาณกลางเดือน พฤศจิกายน ถ้าทำวันเดียวกันได้จะยิ่งดี แล้วมีการถ่ายทอดตรงด้วยระบบคล้าย ๆ การประชุมทางไกล มาที่ภาคใดก็จะได้เห็นอีก 3 แห่งด้วยพร้อม ๆ กัน เจ้าภาพก็ใช้เครือข่ายที่มีอยู่แล้วในแต่ละภาคครับ เช่นที่ภาคใต้ ก็ มอ.สงขลานครินทร์ เป็นเจ้าภาพก่อน ปีถัดไปค่อย ๆ หมุนเวียนกันไป แบบว่า สคส.จะประเมินให้ใคร ในปีใดเป็นเจ้าภาพ ก็มีคณะกรรมการไปประเมิน (เหมือนเจ้าภาพโอลิมปิก) ที่ภาคอื่น ๆ ก็เช่นกัน

     เรื่องต่อเนื่องกันก่อนที่จะมาเป็นระดับภาค ก็พยายามสนับสนุนให้เกิดขึ้นที่ระดับจังหวัดก่อน เป็น KM Forum ระดับจังหวัด เอาจังหวัดที่พร้อม หรือมีเครือข่ายแล้ว คัดเลือกกลุ่มที่มานำเสนอที่ระดับภาค ผมมองเห็นเครือข่ายที่เติบโต และมีพลัง เพราะผู้บริหารจะได้ตื่นตัว กรณีเครือข่ายที่ดำเนินการแต่ผู้บริหารยังไม่ค่อยเห็นด้วย จะได้ง่าย ๆ ขึ้น เรียกว่า สคส.ช่วยตีโพน (แบบเมืองลุง) ให้ดังข้าง ๆ หู จะได้รู้ได้รับทราบข้อมูลเรื่องการจัดการความรู้ ท่านจะได้สนับสนุนเป็นคุณเอื้อให้ คนอื่น ๆ ที่จะเป็นคุณอำนวย คุณกิจ คุณลิขิต ก็ถูกกระตุ้นให้เข้าสู่กระบวนการจัดการความรู้อย่างเข้าใจ ได้เร็วขึ้น และน่าจะถูกทิศถูกทาง ดูอย่างผมเชื่อว่าเยี่ยม แต่ “งง” อยู่นาน และมีคนที่สนใจอีกมากที่ไม่ได้รับโอกาสนี้ เขาเหล่านั้นก็จะได้เข้าถึงอย่างน้อยก็สักหนึ่งระดับ ที่พอจะเข้าถึงได้ครับ

     เมื่อ KM Forum ที่ระดับภาคผ่านไป ต่อด้วย KM Forum ระดับชาติได้เลย เป้าหมาย 2,000 คน อย่างนี้ก็จะได้จำนวนเวทีเยอะขึ้น และเมื่อนับรวมหากเอาตั้งแต่ระดับภาคก็จะได้ 5 แห่ง รวม 4 วัน และครอบคลุมเป้าหมายได้ถึง 4,000 คน ก่อนถึงระดับภาค เราก็จะได้เครือข่ายที่จัดบูธแล้ว ว่าบูธไหนบ้างนำเสนอที่ระดับภาคด้วย ระดับชาติด้วย บูธไหนบ้างที่นำเสนอเฉพาะที่ระดับภาคอย่างเดียว โดยได้มาตั้งแต่ระดับจังหวัด

     ที่นี้ลองมาดูประเด็นที่เป็นองค์ประกอบในการจัด KM Forum บ้าง ซึ่งก็ถอดมาจากประเด็นที่ผมไม่ได้ตามที่คาดหวังไว้ เมื่อคราวไปร่วมงาน KM Forum 2 นะครับ ดังนี้

          1. บริเวณงานควรจะเป็นชั้นเดียวกันทั้งงาน และไม่คับแคบ แต่ละบูธมีพื้นที่อำนวยให้เกิดการ ลปรร.เพิ่มขึ้นอีกพอประมาณ

          2. ถ้ามีการเริ่มจากระดับจังหวัด ระดับภาค และมาถึงระดับประเทศ คิดว่าจะเริ่มเข้าใจอะไรได้มากแล้ว จะไม่รู้สึกแปลกแยกเมื่อมาถึงงาน (รู้สึกแปลกแยก ตามที่บันทึกไว้แล้วก่อนหน้าที่ เล่าให้ฟังว่า “มีบ้างเหมือนกันที่ยังไม่ได้ตามที่คาดหวังจากงาน KM Forum 2”)

          3. มาร่วมงานแบบเป็นกลุ่ม 2-3 คน ในแต่ละเครือข่าย กรณีมือใหม่หัดขับ ซึ่งการไปเป็นกลุ่มเล็ก ๆ น่าจะได้ช่วยกันเก็บประเด็น แล้วนำมาพูดคุย อภิปราย และหาข้อสรุปสำหรับพื้นที่ของเราเองกันต่อ

          4. มีกิจกรรม “มือใหม่หัดขับ พบ คนขับมือเซียน” ที่สามารถจะได้พบกันแบบ F2F กันแบบเต็ม ๆ สัก 1-2 ชม. เพื่อจับคู่คุยกัน หรือให้คำปรึกษากันในระยะยาว และต่อเนื่องเมื่อกลับมาทำต่อ

          5. เพิ่มความหลากหลายของเครือข่ายการจัดการความรู้ อันนี้หากได้ดำเนินการจากระดับจังหวัด และระดับภาค ก็จะเป็นไปเองโดยอัตโนมัติครับ

          6. เอาส่วนที่ดีที่ได้กล่าวถึงไว้ที่ เล่าให้ฟังต่อว่า “เกินคาดจากงาน “KM Forum 2” มาอีกทั้งหมด เพราะส่วนนั้นถือว่าสุดยอดอยู่แล้วครับ

     แต่อย่าลืมนะครับ 1 เสียงใน 1,000 คนที่ไปร่วมงาน ลองเขียนมาเล่ากันบ้างก็น่าจะดีนะครับ

     ตอนก่อนหน้าติดตามได้ที่ เล่าให้ฟังว่าคาดหวังอะไรบ้างก่อนไปร่วมงาน, ได้กลับมาเกินคาดจากงาน KM Forum 2,  มีบ้างเหมือนกันที่ยังไม่ได้ตามที่คาดหวัง และตอน กลับมาแล้วจะเริ่มนำมาใช้อย่างไร