ถ้าอาการแย่หรือถ้าไม่รู้สึกตัวอีกเหมือนครั้งนี้ เรียก 911 ครั้งหน้า ขณะนำส่งโรงพยาบาล เธอจะให้ช่วยชีวิต หรือไม่

  อาจารย์ Gwendolyn เป็นหัวหน้าทีม นำทีมทั้งหมดทำFamily Conference พบกับครอบครัว น้อง คิดดี้ อายุ 18 ปี อยู่ วอร์ด วัยรุ่น (Adolescent)

น้องคิดดี้ เธอเป็นเอดส์ ระยะสุดท้าย ป่วยเข้าออก โรงพยาบาลตลอด ตอนนี้ เธอนอน รพ อีกแล้วและเพิ่งจะดีขึ้น จากอาการชัก 2 ครั้งหยุดหายใจ  มีดุลย์กรดด่างในร่างกาย เสียหาย และมีเลือดเป็นพิษ ( sepsis)

เธอมีปัญหาเรื่องกินยายาก ปฏิเสธการรักษามาตลอด

เธอทำ Gastrostomy แล้วเพื่อให้ยา (ที่นี่ถ้ามีปัญหากินยามากๆ ผู้ป่วย และผู้ปกครองจะอนุญาติให้หมอผ่าตัด Gastrostomy ต่อท่อจากกะเพาะอาหาร ออกมาไว้ข้างนอก เปิดปิดปลายได้ ถึงเวลาก็ใส่ยาเข้าไปในท่อ ไม่ต้องกิน แต่กินอาหารและน้ำ ทางปากได้ มีเด็กทำที่นี่ประมาณ 15 คน ส่วนมากเป็นเด็กเล็กค่ะ) แต่ไม่เอายาใส่  ไม่ให้เยี่ยมบ้าน ไม่ให้ติดต่อไม่ร่วมมือสักอย่าง จนป่วยหนัก โทรเรียกรถ 911  มาทุกครั้ง

พยาบาล และนักสังคมสงเคราะห์ ที่เคยไปหา เธอปิด ประตูโครมใส่เลยค่ะ

วันนี้คุณแม่มาจาก บ้านเธอในอเมริกาใต้ เลยเป็นโอกาสอันดี ที่จะพูดเรื่องการเซ็นใบยินยอม DNR (Do not resuscitate) ไม่ต้องช่วยชีวิตฉัน

เธอเซ็นในการนอนรพ คราวนี้แล้ว ว่า ไม่ต้องช่วยชีวิตฉัน แต่ก่อนกลับ เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมช่วยให้เธอ และคุณแม่ตัดสินใจว่า

ถ้าอาการแย่หรือถ้าไม่รู้สึกตัวอีกเหมือนครั้งนี้  เรียก 911 ครั้งหน้า ขณะนำส่งโรงพยาบาล เธอจะให้ช่วยชีวิต หรือไม่

ทีม 6 คน อันประกอบไปด้วย อาจารย์ เกวน หมอชาดซึ่งเป็น Fellow เฉพาะทางโรคติดเชื้อ  แพทย์ประจำบ้านสาขาโรคติดเชื้อ 2 คน นักสังคมสงเคราะห์  และรวิวรรณ เข้าไปนั่งเรียงเป็นวงกับคุณแม่และน้องคิดดี้

อาจารย์ เกวน เริ่มเล่าถึงอาการน้องคิดดี้ และการตอบสนองต่อการรักษา ของเธอเป็นลำดับ เป็นขั้นตอนอย่างนุ่มนวล ด้วยภาษาง่ายๆ และถามความเห็นยืนยันว่าเป็นเช่นนี้ถูกไหมใช่ไหม เป็นระยะ น้องคิดดี้ และคุณแม่นิ่งฟัง เป็นส่วนมาก ก็ พยักหน้า และตอบ

เมื่อแจ้งว่า เธอจะเป็นแบบนี้อีก อาจ โคม่าไป อาจ แย่ จนไม่สามารถพูดได้แสดงความจำนงได้ ทางโรงพยาบาล ก็อยากให้ คุณแม่และเธอ แสดงความจำนงว่าจะให้ช่วยเต็มที่ ใส่ท่อหายใจ ซ๊อดหัวใจด้วยไฟฟ้าไหม และอื่นๆ

หรือจะให้ไปสบายโดยแสดงใบสีเหลือง DNR นี้ เพราะผู้ป่วยตัดสินใจแล้ว ทีม 911 ที่ไปถึงก็จะไม่ทำ วิธีการฮีโร่(Heroic procedure) ต่างๆนาๆ แต่จะให้ยาแก้ปวด หรือยาตามอาการ

ถึงตอนนี้ ทั้งคุณแม่ และน้อง ร้องไห้

รวิวรรณนั่งฟังยังต้องกลั้นน้ำตา ไม่ให้ร้องเลย

คุณหมอ และนักสังคมส่งกระดาษทิชชู่ให้เป็นระยะ

ยากนะคะ ที่จะรับเรื่องนี้

น้องคิดดี้ เลยตัดสินใจ ขออยู่

เธอฉีกใบ DNR เดิมทิ้งด้วย และไม่เซ็นอันใหม่

เลยนิ่งกันไปครู่ใหญ่  ทีมเลยเปลี่ยนแนวใหม่ มาคุยกันว่า

แล้วจะทำอย่างไรกับเรื่องกินยา

น้องคิดดี้เธอจะใส่ยาในท่อเอง ถามคุณแม่ว่าจะช่วยใส่ให้ได้ไหม ถ้าเธอต้องการให้ช่วย

คุณแม่ว่าว่า ไม่ได้ เธอทนเห็นสาย หรือท่อไม่ได้

ฟังแล้วอึ้งเลย นะคะ ว่าทำไมคุณแม่ทำไม่ได้

ออกมานอกห้องถึงรู้ว่าชีวิตคุณแม่ก็หนักหนาสาหัส

มีลูกชายที่แข็งแรงดี 3 คนที่บ้านที่ต้องดูแล

ตัวเองก็มีเชื้อ HIV  กินยาต้านไวรัสอยู่อยู่ และเป็นมะเร็งของเต้านม  เพิ่งมารู้ว่าเป็นมะเร็งรังไข่อีก กินยาเคโม ฉายแสง

เธอท้อถอย กับปัญหาชีวิตเธอ และไม่มีความหวังให้น้องคิดดี้เลย

 

คิดถึงเด็กๆ ที่กินยาไม่ได้ ที่เมืองไทยจัง

 

 แนบแบบฟอร์ม DNR มาด้วย เผื่อใครจะได้ใช้ค่ะ