ประสบการณ์ ที่เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำ ด้านการเข้าถึงโอกาส และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

Sasinand
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
อย่ากลัวเหนื่อยในการทำงาน เพราะในความเหนื่อยนั้น เราได้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในงาน และที่สำคัญที่สุด คือศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของเราที่เราสามารถ พึ่งพาตัวเองได้ สามารถนำตัวเองไปสู่สังคมที่เสมอหน้ามากขึ้น

            

. เราเป็นเมียทหาร  แต่เราไม่นับขวด  เราจะนับแบงค์  

           เราจะพึ่งพาตัวเองและช่วยครอบครัวให้เป็นสองแรงแข็งขันให้ได้ 

          ไม่ต้องไปนั่งเฝ้าพ่อเจ้าประคุณ  ตอนเงินออกทุกเดือน    

      นี่เป็นคำพูดของดิฉัน ที่ไปพูดให้แก่ แม่บ้านทหารชั้นผู้น้อย ที่กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ เมื่อหลายปีก่อน เพื่อชักชวนให้พวกเขารวมกลุ่มกันมาทำงานข้างนอกกรมทหาร โดยมาทำงานที่โรงงานอุตสาหกรรมอาหารของดิฉัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก  กว่าจะชักชวนมาได้ ก็เล่นเอาเหงื่อตก เทียวไปมาหลายหนเหมือนกัน เพราะการจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความเคยชิน และค่านิยมของคน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย             

 

       เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อดิฉันไปตั้งโรงงานใหม่ๆที่  อำเภอเมือง  จังหวัดกาญจนบุรี  เราเปิดสายการผลิตหลายสาย เพราะไปทำการตลาดไว้ล่วงหน้าแล้ว          จึงต้องใช้กำลังคน มาก  จังหวัดนี้ เป็นจังหวัดใหญ่ก็จริง แต่ ประชากรอาศัยอยู่กัน  กระจัดกระจายมาก  การเดินทางมาทำงาน  ค่อนข้างไกล พนักงานต้องมีรถจักรยานยนต์แทบทุกคน  ถ้าไม่มีก็ต้องมารถสองแถว จึงเกิดปัญหา กำลังคนไม่พอ ต้องไปหาจากอำเภอไกลๆ โดยมีรถ 2 แถว รับส่ง และเราออกค่ารถให้             

        ดิฉัน จึงขออนุญาต ผู้บังคับกองพล ขอเข้าไปเยี่ยมท่าน ซึ่งท่านก็กรุณาพาชมกิจกรรมต่างๆของกองพล  ซึ่งเป็นที่น่าตื่นใจในขอบเขตอันกว้างใหญ่และจำนวนประชากรที่มากมาย นับเป็นจำนวน หมื่นขึ้นไป           ในการนี้ ดิฉันสังเกตว่า ช่วงเวลากลางวัน ตั้งแต่ ประมาณ 9 นาฬิกาเศษ  เป็นต้นไป จะมีแม่บ้าน มากมาย ออกมาชุมนุมกัน ที่ใต้ถุนแฟลต หรือที่ ลานเอนกประสงค์ต่างๆ โดยอุ้มลูกจูงหลานไปด้วย พูดคุยกันไปตามเรื่อง  จนกว่าจะถึงเวลา ไปประกอบอาหาร จึงจะแยกย้ายกันไป ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 20-35 ปี          

       พอดี วันที่ดิฉันไปสังเกตการณ์เป็นวันเงินออก  ช่วงบ่าย จะมีแม่บ้านมากมาย เกือบจะทุกบ้าน ไปอออยู่ที่ สถานที่จ่ายเงิน เพื่อรับเงินแทนสามี ได้สอบถาม เจ้าหน้าที่แล้ว เขาว่า เป็นเรื่องปกติของที่นี่ จนจะเป็นประเพณีแล้ว        

       ดิฉันจึงได้เรียนถามท่านผู้บังคับกองพลว่า ถ้า ดิฉัน จะชักชวนพวกเขาไปทำงาน  จะผิดกฏอะไรไหม พวกแม่บ้านจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น ช่วยครอบครัวอีกแรง อีกทั้ง เวลาตนเอง อยากได้อะไร เป็นพิเศษ ก็ไม่ต้องขอจากสามี ซึ่งในความเห็นของดิฉัน เห็น ว่า เป็น อิสระภาพอันยิ่งใหญ่อย่างหนึ่ง ที่เราสามารถพึ่งพาตนเอง ได้   ท่านผู้บังคับกองพลไม่ขัดข้อง แต่ ดิฉันและทีมงาน ต้องมาพูดกันเอง        

      ต่อมา   ดิฉันจึงให้ ทีมงานเตรียมเอกสาร เป็นแผ่นพับ 1 หน้ากระดาษ เอ 4 ไปแนะนำตัวบริษัท และขอนัดหมาย ประชุมทั้งหมดทุกคน โดยดิฉัน จะเป็นผู้ไปพูดเอง        ในวันนัดหมาย   มีแม่บ้านเข้ามารับฟังจำนวนมากประมาณ 500 คน  ด้วยความกระตือรือร้น เพราะทีมงานเรา ได้ไปประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าไว้ 2-3 ครั้งแล้ว        

      โดยสรุปคือ    ดิฉันเริ่มต้นว่า ดิฉันรู้สึกประทับใจอย่างยิ่งในวิถีชีวิตอันน่ารักอบอุ่น สมัครสมานสามัคคีอย่างดียิ่งในหมู่แม่บ้านทั้งหลาย  แต่เราจะคิดบ้างไหม ว่า แม้เราเป็นหญิง เราก็มีศักยภาพไม่ด้อยไปกว่าชาย แม้แต่ น้อย  เราคงจะไปใช้แรงมากๆอย่างชายไม่ไหว  เพราะติดที่สภาพสรีระของเรา  แต่งานละเอียดนุ่มนวลกว่า  ชายก็ทำไม่ได้เหมือนกัน เราเก่งกันคนละอย่าง  แต่ถ้าเทียบกันแล้ว เราเก่งกว่าอีก    

       ตอนนี้ มีเสียงเฮดังขึ้นอย่างถูกใจมาก ทำให้ดิฉันคิดว่า กำลังปลุกระดมอะไรบางอย่าง  เลยยิ่งได้กำลังใจ  พูดใหญ่  มีเสียงตบไม้ตบมือ เชียร์กันน่าดู เมื่อพูดถึงความเก่งของผู้หญิง ที่สามารถเอาเงินเดือนสามีมาเก็บไว้กับตัว ได้ทุกเดือน

      ดิฉันเน้น ว่า อย่ากลัวเหนื่อยในการทำงาน เพราะในความเหนื่อยนั้น เราได้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในงาน และที่สำคัญที่สุด คือศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของเราที่เราสามารถ พึ่งพาตัวเอง ได้  ไม่ต้องมาคอยเกาะขาเกาะแขนออดอ้ออนจ๊ะจ๋าใคร   ถ้าเขายังรักเรา  กิริยานี้ก็ดูน่ารัก   แต่ถ้าเขาเกิดหมดรักเราล่ะ  คงดูไม่จืดล่ะคราวนี้ 

       และอย่ากลัวว่า จะไม่มีเวลาว่างเพื่อการสนุกสนาน  เพราะการงานและเวลาว่างจะเป็นส่วนเติมเต็มให้กันและกัน ในกระบวนการดำเนินชีวิต พวกเราจะมีความสุขในการทำงานและมีความยินดีปรีดาในยามว่างเช่นเดียวกัน      

       ท้ายสุดของการปลุกใจ ปลุกศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง  ให้พวกเขามีทางเลือกใหม่ ไม่จำเป็นต้องเดินตามรอยเดิม   ยกระดับตัวเองไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น    ดิฉันได้ใจเขาเหล่านั้นมากพอควร  มีกลุ่มแม่บ้านมาทำงานกับเราเกือบสองร้อยในช่วงแรก และเพิ่มขึ้นๆอีกในระยะต่อมาจนกระทั่งทุกวันนี้

ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อที่จะเล่าว่า   เรื่องนี้เป็นหนึ่งในประสบการณ์ชีวิตที่ดิฉันภูมิใจ ที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือชุมชนแห่งหนึ่งจำนวนไม่น้อย  ให้ได้โอกาสและสามารถใช้โอกาสเป็น  เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในด้านรายได้   ลดความเหลื่อมล้ำในด้านความรู้   ใช้ความรู้และสติปัญญาในตัวเองให้สามารถทำงานได้ดี และพัฒนาไปได้เรื่อยๆ  มีงานการที่มั่นคงทำ  มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น   ให้ได้อยู่ในสังคมที่เสมอหน้า  สบตาทุกคนได้  ด้วยเพราะมีความภาคภูมิใจในตนเอง   และที่สำคัญ ลดความเหลื่อมล้ำในด้านศักดิ์ศรี  ของความเป็นมนุษย์และมีเสรีภาพ  ไม่ต้องจับเจ่าอยู่แต่กับบ้าน    โดยมีเพดานที่มองไม่เห็นกดทับไว้ทุกเมื่อเชื่อวัน

 

        

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Good Living

คำสำคัญ (Tags)#การพึ่งพาตนเอง#ความภาคภูมิใจในตนเอง#ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์#ความเหลื่อมล้ำทางโอกาส#ศักยภาพของผู้หญิง#การใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์

หมายเลขบันทึก: 100321, เขียน: 02 Jun 2007 @ 19:40 (), แก้ไข: 11 Jun 2012 @ 12:12 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 78, อ่าน: คลิก


ความเห็น (78)

เขียนเมื่อ 

ทหารตามเหล่าทัพต่างๆ

เขียนเมื่อ 

การงานและเวลาว่างจะเป็นส่วนเติมเต็มให้กันและกัน ในกระบวนการดำเนินชีวิต พวกเราจะมีความสุขในการทำงานและมีความยินดีปรีดาในยามว่างเช่นเดียวกัน     

ขอชื่นชมแม่บ้านทหารหัวสมัยใหม่ค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

เหมือนการปลุกระดมเลยค่ะ แต่เป็นการปลุกระดมในการให้มาทำงานเพื่อสร้างรายได้และชีวิตที่ดีขึ้น น่าภูมิใจมากค่ะ เหมือนเราได้ช่วยเขา ซึ่งเขาก็ช่วยมาทำงานให้เราด้วยใจด้วยนะค่ะ แล้วยังทำให้เขาเห็นคุณค่าในตัวเองด้วย แทนที่จะรอแต่ให้สามีเลี้ยงดู... ดีมากๆ เลยค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อาจารย์คะ

ช่วงที่ เกือบจะเรียกว่า ปลุกระดมพวกเขาอยู่นั้น ยืนบนโต๊ะค่ะ มีเสียงเชียร์เฮๆๆ  ใจเราฮึกเหิมค่ะ ยิ่งมีพลังใหญ่ พูดน้ำไหลไฟดับ

ถึงได้เข้าใจ เวลาคนมาปลุกม๊อบ เขาก็เป็นแบบนี้ ยิ่งเชียร์ ยิ่งสนุกใหญ่

เป็นประสบการณ์ที่ ประทับใจ

ไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก

พอครั้งต่อไป ก็เฉยๆแล้วค่ะ

อยู่กับคนหมู่มาก ต้องปลุกใจให้ฮึกเหิม ถึงจะได้ใจเขาค่ะ

สวัสดีค่ะคุณพี่

  • เก่งจังเลยค่ะ  น่าภูมิใจนะคะ  ที่ได้ช่วยเหลือกลุ่มคนทางด้านจิตใจ  ให้พวกเธอได้ช่วยเหลือตัวเองได้  โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นค่ะ

ขอบคุณค่ะ

Pok
IP: xxx.121.142.149
เขียนเมื่อ 

ไม่คิดว่าพวกเมียทหารนั้นเขามาช่วยเราบ้างหรือครับ

ศักดิ์ศรีแรงงานนั้นเกิดขึ้นจากการทำงานด้วยแรง

แต่เมื่อใครมาบอกว่าหยิบยื่นศักดิ์ศรีให้จากการจ้าง

ก็เลยไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นจากการใช้แรงงานหรือการถูกจ้าง

แลกเปลี่ยนครับ อย่าโกรธกันนะครับติดตามงานเขียนของคุณอยู่สม่ำเสมอ

เขียนเมื่อ 

เยี่ยมมากครับ ทัศนคติที่ดี ช่วยให้คนตั้งหลักได้ และพาตนออกจากความทุกข์

ในสังคมข่าวสารซึ่งตั้งเป้าที่ "มูลค่า" แทน "คุณค่า" ไม่ค่อยมีพื้นที่ให้คนเตือนสติผู้อื่นอย่างบริสุทธิ์ใจครับ เรื่องพวกนี้มักขายไม่ได้ และได้รับพื้นที่ที่ไม่รู้จะเอาอะไรไปลง (เช่นรายการธรรมะทุกศาสนาช่วงตีสามตีีสี่)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ไม่มีรูป
Pok

ไม่โกรธเลยค่ะ

ศักดิ์ศรีที่ดิฉันหมายถึง คือศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง ที่ทำไม จะมีแค่เลี้ยงลูก ทำงานบ้าน คอยแบมือขอเงินสามี ใช้อะไรมาก สามีก็ตำหนิ พอเงินออก ก็ไปคอยแย่งเอาเงินจากสามีที่ office

ทำไมเราก็มีมือ มีสมอง มีความสามารถเหมือนกัน ไม่ได้ด้อยกว่าใครตรงไหน ทำไม เราจึงไม่ทำงาน ช่วยครอบครัวบ้าง ครอบครัวจะสบายขึ้น ไม่ต้องพึ่งแตjพ่อบ้านคนเดียว ถ้าเจ็บไข้ไป เราจะลำบากกันหมด

ท่านผู้บังคับกองพล  ท่านก็เห็นด้วย

ในพล 9 เขาก็สนับสนุนให้ครอบครัว ปลูกผัก ทำไร่ ยามว่างนะคะ    ในกรมทหารนั้นล่ะค่ะ

ที่กรมทหารคนมากจริงๆ เป็นเมืองเลยค่ะ

คนที่เป็นลูกจ้างก็มีศักดิ์ศรีค่ะ ไม่ว่าลูกจ้างรัฐหรือเอกชน

เราไม่ได้ขอเงินเขาฟรีๆ แต่เราใช้ศักยภาพในตัว

เราทำงานอยู่ค่ะ

เราไม่ชอบ เราก็ออกได้ เป็นสิทธิ์ของเรา เราไม่ได้อยู่ใต้อาณัติใครนะคะ

ดิฉัน ให้เกียรติ์พนักงานของดิฉันทุกคน ให้รู้ ความหมายในการทำงานของเขา ไม่ใช่ ให้ทำงานไปวันๆ ไม่รู้ว่า ทำเพื่อจุดประสงค์อะไร

พวกเขาอยู่กับเรา จนบัดนี้ค่ะ เป็นกลุ่มก้อนที่ใหญ่พอควร และทุกคนภูมิใจในผลงานของเขาค่ะ

เมื่อมีโอกาส ดิฉันจะยกย่องพวกเขากับลูกค้าต่างประเทศเสมอค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อาจารย์ สุดยอดเลยค่ะ

เหมือนได้ทำบุญเลยนะคะ กุศลต้องหนุนนำในภายภาคแน่นอนค่ะ 

ขอชื่นชมที่ช่วยempower ผู้หญิงด้วยกันค่ะ   เวลาคนไข้มาหาหมอจะพยายามสอนให้เขาพึ่งตนเองเสมอค่ะเพราะไม่อยากให้ผู้หญิงถูกทำร้ายและต้องพึ่งพาผู้ชาย

เขียนเมื่อ 
P
สวัสดีค่ะ
ดีใจที่คุณ Conductorเข้ามาcommentค่ะ
ดิฉันอยากเห็นคนทุกคน ได้มีโอกาสในการใช้ศักยภาพของเขาให้มากที่สุด
ไม่ใช่พอเราอยากได้คนแล้ว เราจึงคิดอย่างนี้นะคะ
ความคิดนี้มีมานาน และปลุกใจคนมาเยอะแล้วค่ะ ตั้งแต่อยู่รัฐวิสาหกิจ
เป็นความจริงอย่างหนึ่ง คือ บางที คนเรามีไฟในตัว หรือคิดอะไรไม่ไกลเท่ากัน
ถ้าเรามีโอกาสพูด ชี้ทางให้เขา และเขาเชื่อเรา ก็ภูมิใจและมีความสุขค่ะ
ที่โรงงานเรามีอบรมตลอดค่ะ อยู่กับเรา เขาต้องมีความรู้ ความสามารถเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่ใช่อยู่แล้ว ฉลาดน้อยลงๆ
มีนักบัญชีอยู่คนหนึ่ง ออกจากเรา ไปทำงานที่โรงงานกระดาษของปูนซีเมนต์ไทย  ที่นั่น เขาก็ชมว่า ที่ทำงานเก่าอบรมมาดีค่ะ
เขียนเมื่อ 
P
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ
จริงอยู่ เขามาทำงาน ทั้งคู่ได้ประโยชน์
แต่เราได้มีการจัดงานที่มีความหมาย
 มีการอบรมเป็นครั้งคราว ทั้งวิทยากรภายนอกและภายในของเราเอง
เราพยายามไม่ให้ งานจำเจ ไร้ ความหมาย น่าเบื่อ บีบคั้นเขาค่ะ
เท่าที่ประเมิน เขามีความสุขที่อยู่กับเราค่ะ และอยู่กันนานๆ ไม่ค่อยออกค่ะ
เดชา
IP: xxx.121.190.120
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

ผมคิดว่า การทำงานของพวกแม่บ้าน น่าจะเป็นการทำงานที่ไร้ทักษะ แล้วคุณจะอบรมอะไรเขาครับ ขอความรู้ครับ

สมศักดิ์
IP: xxx.121.190.120
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

ดีจังที่คุณไปกระตุ้น ให้เป็นแบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้คงดีขึ้นแล้ว

การไม่ทำงาน นอกจากจะขาด รายได้ แล้วยังขาด การเข้าสังคมที่หลากหลายออกไปด้วย เท่ากับขาดการสื่อสาร ขาดการเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของโลก เหมือนเป็นสังคมปิด

นก
IP: xxx.121.190.120
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

searchจากgoogle มาพบ

น่าสนใจและเร้าใจดีค่ะ ดูท่าทางคุณจะพูดเก่งนะคะ

เขียนเมื่อ 

ไม่มีรูป
เดชา
สวัสดีค่ะ
  จริงอยู่การทำงานของแม่บ้าน คงเป็นการทำงานในLine /เตรียมวัตถุดิบ/คลังสินค้า
เป็นส่วนใหญ่ แต่เราพยายามให้เขามีทักษะในเรื่องการ sorting/fillingซึ่งทุกขั้นตอน ต้องทำอย่างดี
เรามีเรื่องระบบคุณภาพISO /HACCPและ GMPมาเกี่ยวข้องมากค่ะ
ไม่ง่ายอย่างคุณคิดเท่าใดค่ะ
พนักงานที่ มีความสามารถมากขึ้น เราให้ทำในด้าน Q.C.และในห้องLab 
แม้ในLine เราก็ฝึกให้เขาplot graph ทุกbatchค่ะ 
มาทำงานที่เรา ก็จะได้ความรู้ทุกคน พอภูมิใจได้ค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ sasinanda

ดิฉันอ่านไป จินตนาการเห็นภาพเลยค่ะ คำพูดแต่ละคำทรงพลังและกระตุ้นความภูมิใจในคนแต่ละคนให้ออกมาได้มาก ^ ^ ดิฉันชอบประโยคนี้มากเลยค่ะ

เราจะพึ่งพาตัวเองและช่วยครอบครัวให้เป็นสองแรงแข็งขันให้ได้ 

  • ปลุกใจเหมือนปลุกทหารไปรบเลยนะครับ ขอชม
  • ผมชื่นชมกับ โรงงานที่พยายามไปเปิด ในต่างจังหวัด ไม่มากระจุกตัวใน กรุงเทพปริมณฑล
  • อยากให้ลูกหลานได้อยู่กับพ่อแม่ ได้อยู่กับครอบครัว  
  • เป็นการลดการย้ายถิ่นของประชากรที่ดีเลยครับอย่างนี้ ผลดีที่เกิดขึ้นกับสังคมไม่ไช่ว่าเขาจะได้มีงานทำอย่างเดียว มีหลายอย่างที่ตามมาในด้านที่ดีมากมากมาย

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะอาจารย์

P

 คนเราเวลาพูดปลุกใจอย่างนี้ เวลาพูดไม่เหนื่อย เพราะมีเสียงเฮๆๆ เชียร์กันน่าดู

พวกแม่บ้านที่นี่ แก่นนะคะ ไม่เบาหรอกไม่เรียบร้อยเท่าไร

 ดังนั้น เลยต้องพูดแบบ สะใจหน่อยค่ะต่อมา เขารักการทำงาน อยู่ด้วยกันนานๆค่ะ

เคยดูหนังอเล็กซานเดอร์มหาราช ก่อนออกรบ ต้องพูดปลุกใจทหารอย่างมาก ทหารจึงจะฮึกเหิมค่ะ

ชอบฉากแบบนี้ค่ะ มันเร้าใจดี

สวัสดีค่ะคุณsasinanda

อ่านแล้วปลื้มด้วยคนค่ะ  หนิงก็เชื่อว่า  ผู้หญิงเราสามารถทำอะไรได้มากมายค่ะ และทำได้ดีด้วย  เนอะๆ

ขอบพระคุณค่ะที่คุณsasinanda ได้เข้าไปกระตุ้นศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง หมดสมัยเลี้ยงลูกอยู่บ้านเฉยๆแล้วหละค่ะ   ทุกวันนี้เปลก็ไกว  ดาบก็แกว่งค่ะ 

เขียนเมื่อ 
P
สวัสดีค่ะ

คุณถ่ายรูปได้สวยๆนะคะ ได้อารมณ์ด้วย ดูแล้ว ชอบค่ะ

 

โรงงานที่ไปเปิดต่างจังหวัด ขอ BOI  จะได้ยกเว้นภาษี 8 ปีค่ะ แต่ก็ต้องอยู่ที่แหล่งวัตถุดิบ ซึ่งเป็นต้นทุน ประมาณ 40%ของสินค้าค่ะ รวมทั้งการขนส่งต้องไม่ไกลนัก เวลาขนของลงเรือไปขายค่ะ

 

ข้อสำคัญ เกิด การจ้างงาน คนมีงานทำ มีสวัสดิการดี  มีแพทย์ประจำตอนเย็น มีพยาบาลประจำตลอด มีงานรื่นเริงประจำปีๆละ 3ครั้ง มีประเพณีกีฬาสี+วันครอบครัว ปีละครั้ง

 คนที่มีศักยภาพ เราส่งไปอบรมหลายคน บ่อยมาก บางคนไปต่างประเทศ

ที่นี่ มีการแสดงสินค้าต่างประเทศ ทุกปีๆละ 3-4ครั้ง

 

พนักงานก็มีโอกาสไปด้วยค่ะ เวียนกันไปจนครบ ระดับหัวหน้าๆ

 คนชอบทำงานโรงงานค่ะ ส่วนใหญ่แล้วมีการจัดการและการดูแลที่ดีค่ะ 
เขียนเมื่อ 

P

สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ที่ให้กำลังใจ โรงงานอาหาร ต้องใช้คนมากค่ะ  เวลาไปตั้งที่ไหน ก็สามารถให้เกิดการจ้างงานขึ้นได้ทุกแห่งค่ะซึ่งดี คนจะได้อยู่บ้าน ไม่มาในกรุงหมด ครอบครัวอบอุ่นค่ะแต่การจ้างผู้หญิงมาทำงาน ก็ต้องเป็นหญิงที่ไม่มีลูกเล็กมากๆที่ต้องดุแลนะคะ ถ้ามีลูกอ่อน ก็ต้องเลี้ยงลูกก่อนค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

P

ขอบคุณค่ะ ที่ให้กำลังใจเมื่อพวกแม่บ้านเขามีงานทำกัน ครอบครัวมีเงินจับจ่ายมากขึ้น เด็กๆ ก็ไม่ค่อยมอมแมม เท่าใด มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามีพวกเธอก็ชอบด้วยค่ะ
เขียนเมื่อ 
สวัสดีค่ะ
ไม่มีรูป
สมศักดิ์

การไม่ทำงาน นอกจากจะขาด รายได้ แล้วยังขาด การเข้าสังคมที่หลากหลายออกไปด้วย เท่ากับขาดการสื่อสาร ขาดการเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของโลก เหมือนเป็นสังคมปิด

จริงอย่างคุณพูดค่ะ

 

 การทำงานทำให้ภูมิใจในความสามารถของตัวเอง ไม่ค่อยต้องคอยแต่จะพึ่งคนอื่น  ไม่เหงา ไม่ว้าเหว่ มีสังคมใหม่ๆ รู้สึกว่ามี คุณค่ามากขึ้น รู้สึกว่า  ชีวิตนี้ มีอะไรที่น่าสนใจให้ทำอีกมาก

 ·       ถึงคราวมีปัญหาในงาน ก็เรียนรู้ในการแก้ไขได้ เพราะทำงานก็ต้องมีปัญหาอยู่บ้าง ไม่ว่า ระดับไหน·        .ภูมิใจ ในความสำเร็จของงานที่ทำ  ·         เป็นการผ่อนคลายความทุกข์ ก่อให้เกิดสุข 
เขียนเมื่อ 
ขอบคุณคุณsasinanda มากค่ะที่นำประสบการณ์ดีๆมาเล่า เรื่องแบบนี้  น่าจะเป็นแบบอย่างของคนที่อยู่ในสถานะที่สามารถเอื้ออำนวยประโยชน์ให้คนอื่นได้ด้วยนะคะ ติดตามคุณ sasinanda มาเรื่อยๆแล้ว คิดถึงรายการที่เค้าสัมภาษณ์คนดีคนดังทั้งหลาย มีใครมาขอสัมภาษณ์บ้างหรือยังคะ จะได้ไปตามอ่าน ยอดเยี่ยมจริงๆค่ะ ทั้งตัวตนและวิถีทางดำเนินชีวิตเลยนะคะ เป็นแบบอย่างที่น่าเผยแพร่น่ะค่ะ

อาจารย์ เป็นตัวอย่างที่ดีค่ะ ทำได้ดี จึงจะให้คนอื่นดู และเลียนแบบ

และยังมาถ่ายทอดประสบการณ์ ตรงที่น่าสนใจมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

P

  ขอบคุณที่ให้กำลังใจค่ะ แต่ชมมากไป ไม่ดีขนาดนั้นค่ะ

พอดีไปเปิดโรงงานที่ต่างจังหวัด ซึ่งเราก็ต้องการคนมาทำงาน และประชากรที่นั่น บางส่วน ก็มีเวลาว่างมากพอที่จะมาทำงานกับเราได้

 จึงพยายามไปชักชวนเขามาค่ะ

เดิม มักจะมีค่านิยมเป็นแม่บ้าน ให้สามีรับผิดชอบหาเลี้ยง แต่คนเดียวหา ยังไงก็ไม่พอ จึงพยายามชี้ให้เขาเห็นว่า ตัวเขาก็มีศักยภาพในการทำงานช่วยกันหารายได้เช่นกัน

 แล้วก็เป็นงานที่เขาทำได้แน่นอน ก็ดีใจที่สามารถชี้ให้เขาเห็นประโยชน์ในการทำงานได้ค่ะ

ตอนทำงานนี้อยู่ มีหนังสือพิมพ์ และนิตยสารมาสัมภาษณ์ไปแล้วค่ะ

 และเคยได้รับรางวัลนักธุระกิจสตรี แห่งปี สาขาอุตสาหกรรมอาหารไปแล้วค่ะ ก็ภูมิใจอยู่ค่ะ เพราะเราเป็นคนทำงานจริงๆ 
เขียนเมื่อ 
 
P

สวัสดีค่ะ

อ่านเรื่องที่อาจารย์ไปรับการอบรม ก็น่าสนใจ และสงสารเด็กที่ป่วยมากค่ะ

 

โดยส่วนตัว อยากให้ชาวชนบท มีความเข้มแข็ง และมีระเบียบวินัย   ช่วยเหลือตัวเองได้

 

โดยเฉพาะการมีระเบียบวินัยในการประกอบอาชีพ   การหาความรู้เพิ่มเติม ซึ่งก็ได้จากการทำงานนี่ละ

 และการใช้จ่าย เฉพาะสิ่งจำเป็น เพื่อมิให้ครอบครัวเดือดร้อนค่ะ 

เยี่ยมยอดไปเลยค่ะคุณพี่ sasinanda (คุณผู้หญิงแถวหน้า)

  • อยากจะชื่นชมมากๆค่ะตามที่ความรู้สึกบอกตอนอ่านเรื่องราว แต่ก็เกินบรรยาย และใครๆ ก็พูดกันไปซะหมดแล้ว....เป็นตัวอย่างในหลายๆด้านมากๆ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด win-win การมองแบบบูรณาการ-องค์รวมทั้งระดับปัจเจกสู่ครอบครัวและสังคม ,การเข้าถึงบริบทและเทคนิคการโน้มน้าวใจด้วยหัวใจ..อีกหลายอย่างที่คงบรรยายไม่หมด
  • เชื่อว่าคุณพี่ sasinanda ต้องมีอีกหลายเรื่องที่เป็นตัวอย่างดีๆ แบบนี้แน่ๆ  แล้วจะมาติดตามต่อนะคะ
  • ขอให้มีสุขภาวะกับการทำงานเพื่อชีวิต-และสังคมต่อไปนะคะ...น้องแหววเชียร์เต็มที่เลยค่ะ
เขียนเมื่อ 
P
สวัสดึค่ะครูอ้อย   พวกกลุ่มแม่บ้านนะคะ ยังไม่เรียกว่า กลุ่มผู้ด้อยโอกาส เพราะเขาก็มีสถานะทางสังคมสถานะหนึ่งอยูแล้ว   แต่เขาไม่ค่อยหาโอกาสในการจะแสดงความสามารถที่มีอยู่ในตัวออกมาให้มากกว่าที่เป็นอยู่  มากกว่าการเป็นแม่บ้านธรรมดา   ทั้งนี้ ยกเว้นพวกที่มีลูกอ่อนนะคะ เพราะการเลี้ยงลูกสำคัญกว่าค่ะ      ตอนแรก เขากลัวว่า เขาจะทำไม่ได้  แต่เราก็ให้กำลังใจเขาว่า  คนเราก็ฝึกกันได้ ถ้ายอมมารับการฝึก  
เขียนเมื่อ 
P
 สวัสดีค่ะดีใจที่น้องเข้ามาcommentค่ะเป็นความคิดอยู่ตลอดเวลาของตัวเองที่คิดว่า  มนุษย์สามารถทำอะไรๆได้หลายอย่างมากๆ เราต้องพยายามดึงเอาศักยภาพของเรามาใช้ ไม่ต้องถึงกับเต็มที่ก็ได้ แต่ให้มากเท่าที่เราคิดว่า เราพอใจแล้ว ไม่เร่งรัด ไม่บีบคั้น   สบายๆค่ะ
เขียนเมื่อ 

 

ไม่มีรูป
นก

searchจากgoogle มาพบ

สวัสดีค่ะขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะดิฉันทำธุรกิจแบบพอเพียง  มานานแล้วค่ะ เพื่อตัวเองและสังคม อยู่พอมีพอกินไปด้วยกันค่ะ

พิม
IP: xxx.121.195.204
เขียนเมื่อ 

 สวัสดีค่ะ

ในภาษาอังกฤษมีคำว่า Do good และDo wellDo good คือการทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งการไปกระตุ้นต่อมความขยันของเขา ก็เป็นเรื่องที่ดีค่ะ คนเราทำอะไรได้อีกมาก ถ้าคิดอยากทำ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ไม่มีรูป
พิม

บริษัทเราก็ยึดหลัก Do good ที่ว่าค่ะ ไม่เอาเปรียบใคร  ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่เอาของไม่ดีมาขาย  ปฏิบัติต่อพนักงานเหมือนครอบครัวเดียวกันพนักงานจักรยานยนต์ล้มนอกบริษัท  แต่เราไปเฝ้า ไปดุแล  จัดหาหมอ  พยาบาลให้เป็นอย่างดีค่ะต่อมา เลยออกกฎ ถ้า ไม่ใส่หมวก ไม่ให้ปั๊มบัตรเข้างาน   ให้กลับบ้านไปเอาหมวกมาก่อนค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ พี่ sasinanda

ไม่ได้คุยกับพี่มาหลายวันแล้ว รู้สึกคิดถึงมากเลยค่ะ เหมือนไม่ได้ยินเสียงพี่

สำหรับบันทึกนี้ อ่านแล้วปลื้มจนน้ำตาเกือบไหล พี่เก่ง คิดดี พูดดี ทำดี แล้วก็หน้าตาดี ด้วยค่ะ ประโยชน์ที่ได้ครั้งนี้ นอกจากกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นแล้ว ยังทำให้ทหารที่ไปรับใช้ชาติ มีกำลังใจดีมากขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าลูกเมียจะพอกินหรือเปล่า ถ้าทหารชอบนับขวด อีกหน่อยต้องอบรมแม่บ้านเกี่ยวกับวิธีทำให้สามีดื่มให้น้อยลง คงดีเหมือนกันนะคะ จะได้เอาเงินมาทำประโยชน์อย่างอื่นแทน

ดีใจที่ได้อ่านบันทึกนี้ค่ะ เห็นภาพที่งดงามจริงๆ ค่ะ

เขียนเมื่อ 
อดไม่ได้ต้องมาตอบว่า...นึกแล้วเชียว...ค่ะ และต้องขอบคุณคุณ sasinanda ที่ทำให้พวกเราโชคดีได้อ่านความคิด ความเห็นและวิถีปฏิบัติดีๆจากคุณ sasinanda อย่างสม่ำเสมอใน GotoKnow ค่ะ (เว็บอื่นตามไปอ่านไม่รอดค่ะ แค่ GotoKnow ยังมีเรื่องอยากอ่านจนหาเวลาไม่พออยู่แล้ว)
เขียนเมื่อ 
P

สวัสดีค่ะ

คิดถึงคุณอยู่เช่นกัน เห็นว่า งานยุ่งอยู่

ดีค่ะ งานยุ่ง งานมาก ดีกว่า งานน้อย เหมือนเปิดร้านทำอะไรสักอย่าง มีลูกค้ามาก ดีกว่า ลูกค้าน้อยค่ะ 

  สำหรับเรื่องนี้ ก็อยากให้ครอบครัวพวกเขาสบายขึ้นกันค่ะ ไม่ค่อยอยากเห็น พวกแม่บ้าน ไปรุมชิงรับเงินเดือนสามีค่ะทุกสิ้นเดือนค่ะ

เป็นภาพที่ ไม่สวยเลย  แต่การจะมีรายได้เพิ่ม ก็ต้องทำงานด้วยเช่นกัน ได้เงินมาโดยสุจริตค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคุณโอ๋ ที่ให้กำลังใจค่ะ

มีเขียนที่อื่นบ้าง  แต่ก็ linkให้เขามาอ่านที่นี่ด้วยค่ะ  บางทีเขาก็ไปตอบหรือแlสดงความคิดเห็นที่บล็อกอื่นค่ะ

เขียนเท่าที่ว่าง ไม่ได้มีเป้า ว่าต้องเขียนเท่าใดในเดือนหนึ่งค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • ตามมาขอบคุณครับผม
  • มีเพื่อนเป็นนายทหารในค่ายนี้ครับ
  • ไม่ไกลจากบ้านผมเท่าไร
  • ถ้าแม่บ้านมีงานทำก็ดีกว่าอยู่เฉยๆๆครับผม
  • ขอบคุณครับ
เขียนเมื่อ 
P

สวัสดีค่ะ

เราชาวเมืองกาญจน์ด้วยกันค่ะ  ชอบที่นี่  คนน่ารักค่ะ อยู่กันอย่างสงบๆค่ะ ไม่ค่อยมีปัญหากับใคร

สิรี
IP: xxx.121.190.244
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ทราบมาว่า ที่เมืองกาญจน์ ที่ดินส่วนใหญ่เป็นของทหารหรือคะ เลยไม่ค่อยมีใครไปลงทุนมากนัก เป็นที่ว่างๆแยะเลย จำนวนประชากรก็ไม่มาก

เนปาลี
IP: xxx.154.52.228
เขียนเมื่อ 
คนทุกคนล้วนแต่มีศักยภาพในตัวเอง และอยู่ที่ว่า เราจะนำมาใช้ยังไงให้ได้ผลที่ดี แนวความคิดของคุณ sasinanda ดีค่ะ เห็นด้วย ทำงานด้วยสมองและสองมือย่อมดีกว่า เป็นฝ่ายรอรับ นะคะ
เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
สิรี

สวัสดีค่ะ

ขอเสนอข้อมูลให้ทราบค่ะ......

จังหวัดกาญจนบุรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ข้อมูลสถิติ
พื้นที่19,483.2 ตร.กม.
(อันดับที่ 3)
ประชากร834,447 คน (พ.ศ. 2549)
(อันดับที่ 28)
ความหนาแน่น43 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 73)

จะเห็นได้ว่า พื้นที่กว้างเป็นอันดับ 3 แต่พลเมือง เป็นอันดับที่ 28 ค่ะ

พื้นที่ที่อยู่ในเขตทหารก็มีมากเหมือนกัน แต่มีที่ส่วนบุคคลมากกว่ามากค่ะ ถ้าไม่มีพื้นที่ทหาร ป่าไม้อาจน้อยลงมากนะคะ

จริงๆเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน ก็เป็นเรื่องพื้นฐานของระบบทุนนิยม

จริงๆในทางศาสนา ไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไรที่แท้จริงหรอกค่ะ

เอ๊ะ ! สงสัยตัวเอง กำลังพูดถีงอะไร

อ้อ!กำลังคิดว่า ตัวเองไม่ค่อยยึดติดอะไรนักค่ะ

เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
เนปาลี

สวัสดีค่ะ

  ดิฉันเห็นด้วยค่ะ คนเรา ไม่ควรเป็นฝ่ายขอใครข้างเดียวโดยไม่จำเป็น  เรามีศักยภาพ พอที่จะพึ่งพาตัวเองและช่วยกันจุนเจือครอบครัวด้วยค่ะ

  ดิฉัน ได้กล่าวกับพนักงานของดิฉันทุกคนบ่อยๆว่า

 ถ้าไม่ต้องการลำบากเรื่องเงินทอง ควรต้องดุแลการเงินของตัวเองดังนี้คือ

  • พอใจในความพอมีพอกิน ก็ไม่ต้องเหนื่อยหามาก
  • ไม่ขอใครกิน เพื่อที่จะไม่ต้องเป็นหนี้บุญคุณ
  • ทำมาหากินโดยสุจริต ด้วยตัวของเราเอง
  • ทำบุญทำทาน หรือเจือจานผู้อื่น ในโอกาสอันควร
ญาณี
IP: xxx.121.139.164
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

งั้นที่ว่า รวยแล้ว ก็ไม่โลภแล้ว ก็ไม่มีซีคะ

เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
ญาณี

สวัสดีค่ะ

 ดิฉันว่า คนโลภมากๆ มีมากเท่าไร ก็ไม่รู้จักพอค่ะ ยิ่งได้มามากก็ยิ่งไปกระตุ้น ความโลภเขาใหญ่ค่ะ

จารี
IP: xxx.121.190.151
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

คุณไปเยี่ยมที่pantip เลยมาบ้างค่ะ

อ่านแล้ว ดีที่ ปลุกใจให้คน พึ่งตัวเองก่อนค่ะ เดี๋ยวนี้ผู้หญิงเก่งขึ้นเยอะด้วยนะคะ

deedee
IP: xxx.121.189.120
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ไปกาญจนบุรีบ่อย เรายังมีที่ว่างเหลืออีกแยะเลย ธรรมชาติก็สวย เป็นเมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ดีค่ะ

เขียนเมื่อ 

เห็นภาพเลยครับ

ต่อแถวรับเงินเดือนแทนสามี

แล้วคุณสามี ได้เงินไปใช้วันละเท่าไหร่ล่ะครับนั่น

 ^_^

เขียนเมื่อ 
P

สวัสดีค่ะ

คุณสามีจะได้ใช้เท่าไร ก็แล้วแต่ความประพฤติค่ะ ถ้าชอบสนุกกับเพื่อนๆก็ได้น้อยหน่อยค่ะ

คงเคยเห็นแล้วใช่ไหมคะ ที่แม่บ้านไปคอยดักรับเงินเดือนแทน

เห็นแล้วขัดตาจังค่ะ

sasinanda
IP: xxx.8.74.110
เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
deedee
P

สวัสดีค่ะ

เมืองกาญจน์กว้างขวางค่ะ มีธรรมชาติสวยงามมาก น่าภูมิใจค่ะ ผู้คนก็น่ารัก

SASINANDA
IP: xxx.121.196.108
เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
จารี
P

สวัสดีค่ะ

คุณcommentว่าอ่านแล้ว ดีที่ ปลุกใจให้คน พึ่งตัวเองก่อนค่ะ เดี๋ยวนี้ผู้หญิงเก่งขึ้นเยอะด้วยนะคะ

ใช่ค่ะ การทำงาน ให้อะไรเรามากกว่า แค่การไปทำงานค่ะ ทำให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้นค่ะ

เนตรนารี
IP: xxx.121.196.108
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ตอนนี้ ยังมีคนกลุ่มนี้ทำงานอยู่ไหมคะ

sasinanda
IP: xxx.121.196.108
เขียนเมื่อ 
P

สวัสดีค่ะ

หลังจากแม่บ้านกลุ่มแรกเข้าไปทำงานกับเรา

ต่อมาก็มีอีกกลุ่มหนึ่งตามมาค่ะ จนเป็นกลุ่มใหญ่ค่ะ

ซึ่ง ถ้าเมื่อไรเขาหยุดกันทั้งกลุ่มไปงานบวช งานแต่ง สงกรานต์  เรายุ่งเลย ต้องให้เขาสลับกันค่ะ

สมบูรณ์
IP: xxx.121.196.108
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

มาเยี่ยมครับ สบายดีนะครับ

ตอนนี้โรงงานเรา งานเยอะมากครับ ทำ 2 กะครับ วัตถุดิบไมมีปัญหาครับ

sasinanda
IP: xxx.121.196.108
เขียนเมื่อ 
P

สวัสดีค่ะ

พี่สบายดีจ้ะ ได้ข่าวว่าทุกคนก็อยู่กันเรียบร้อยดีนะคะ

ตรง
IP: xxx.121.187.101
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

คนเราถ้าฐานะดีขึ้น มีกินมีใช้มากขึ้น จะยิ่งมีความสุขมากขึ้น จริงหรือเปล่าครับ

ผมว่าบางที อาจจะไม่ใช่สมการนี้นะครับ

sasinanda
IP: xxx.121.192.98
เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
ตรง
P

สวัสดีค่ะ

ความตั้งใจของดิฉันคือ การทำให้แม่บ้านสามารถทำงานหาเงินช่วยครอบครัว ได้อีกแรง ทำให้ไม่ตกเป็นภาระแก่พ่อบ้านอยู่คนเดียว คนเราชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน ถ้ามีสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้น ก็ยังพออยู่ได้ค่ะ

ไม่ใช่ให้หาเงินมากๆ เพื่อใช้มากๆ จนเกิดกิเลสมากขึ้นๆ จนไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • สุดยอดเลยครับ :-)
sasinanda
IP: xxx.121.190.148
เขียนเมื่อ 
P
P

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณที่ให้กำลังใจค่ะ

นิดา
IP: xxx.121.141.27
เขียนเมื่อ 
เข้ามาอ่านจากแดนไกลค่ะ คุณมีพลังชักนำคนสูงค่ะ ขอชมเลย

สวัสดีค่ะ

  • เป็นการปลุกระดมที่ดีมาก ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

ขอบคุณค่ะ

 


 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

P

ขอบคุณที่มาเยี่ยม

คนเราบางที เคยชินกับความจำเจเก่าๆ ไม่ได้ฉุกคิดถึงอนาคตหรือสิทธิเสรีภาพอะไรของตัวเองสักเท่าใด

เลยพยายามพูดให้ได้คิดน่ะค่ะ เขาได้ประโยชน์ เราก็ได้ประโยชน์ค่ะ

สวัสดีค่ะคุณพี่

  • เวลาครูอ้อยจะปลุกระดม..เพื่อนๆ..จะมาปรึกษาคุณพี่นะคะ

อิอิ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

P

ครูอ้อยมีพลัง ปลุกระดมนักเรียนทุกวันอยู่แล้วค่ะ

ไม่งั้น นักเรียนครูอ้อยจะเก่งเหรอ และตัวแม่แบบเองก็มีพลังเหลือเฟือเลยค่ะ

น่านิยมมากๆค่ะ

เขียนเมื่อ 
ไม่มีรูป
นิดา

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณค่ะที่ให้กำลังใจ

เป็นการพูดเร้าอารมณ์ ที่ให้พวกผู้หญิงตระหนักถึงคุณค่าของตัวเองค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • เป็นบันทึกที่ดีมากเลยครับ ทำให้มองเห็นความเกื้อกูล และความเอื้อาทรของบ้านเรา ซึ่งเป็นทุนทางสังคมที่ดี นำพาให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุขครับ
  • ขอบพระคุณมากครับที่นำมาแลกเปลี่ยน
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

P

ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ

คนไทยต้องเอื้อเฟื้อกัน แม้เขาจะยังไม่เห็นประโยชน์ที่เราชี้ให้ในเบื้องต้น แต่เราหมั่นอธิบาย เขาก็ต้องเข้าใจค่ะ

เพราะเราทำเพื่อประโยชน์ของเขาค่ะ

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้ว ผมยิ้มไม่หุบเลยครับ

แบบว่า ไม่เรียกว่า ปลุกระดม

แต่เรียกว่า  Empowerment : ปลุกพลังครับ..

ชอบใจ ๆ

ขอบคุณที่ทำให้ได้มองเห็นมุมมองพัฒนาสังคมจากคนมีความพร้อมสู่คนอื่น ๆ ในสังคม  ปรบมือครับ ปรบให้ดัง ๆ ครับ

sasinanda
IP: xxx.121.185.74
เขียนเมื่อ 
Pสุภัทร ชูประดิษฐ์
P
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะคะ ดิฉันเชื่อว่า คนเราทุกคนมีศักยภาพอยู่แล้ว ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่งค่ะ แต่มันซ่อนอยู่ในตัว ต้องปลุกเร้าพลังของเขาให้ขึ้นมา ให้เขาได้แสดงความสามารถด้วยตัวเอง ไม่ใช่ จะต้องมีคนให้ตลอดค่ะ

เป็นหนึ่งในประสบการณ์ชีวิตที่ดิฉันภูมิใจ  ที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือชุมชนแห่งหนึ่งจำนวนไม่น้อย ให้ได้มีงานทำ ในสภาพที่เอื้อต่อศักด์ศรีของความเป็นมนุษย์และเสรีภาพค่ะ
ไปรมา
IP: xxx.121.185.74
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

น่าสนใจมากค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดี

ตอนนี้ พวกเขา ยังทำงานกันอยู่ไหมคะ และมีปัญหาอะไรบ้างคะ สำหรับแม่บ้านกลุ่มนี้

เขียนเมื่อ 

ไปรมา

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณที่สนใจค่ะ

แม่บ้านพวกนี้ ตอนนี้เขายังทำงานที่นี่ค่ะ มีออกไปบ้าง ก็มีคนใหม่จากที่เดียวกันมาแทนค่ะ

ปัญหาก็มีบ้าง จะเป็นเรื่องของการหยุดก็มักหยุดพร้อมกัน เช่น ไปงานบวช งานบุญต่างๆ เพราะเขาอยู่กลุ่มเดียวกัน แต่ในภาพรวมก็ดีค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณ Sasinanda

สุดยอดเลยค่ะ การพูดเพื่อชักจูงให้กลุ่มคนมาสนใจ คล้อยตามในสิ่งที่เราจะนำเสนอ หรือการพูดเพื่อให้คนเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิต ( ที่ดีขึ้น ) เป็นเรื่องยากมากค่ะ แต่คุณพี่ทำได้ เก่งจริงๆค่ะ สมเป็น Working Women

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ กับการที่ผู้หญิงสามารถทำงานหาเงินเลี้ยงดูตัวเองได้ เพราะนั่นทำให้เรารู้สึกมีค่า มีศักดิ์ศรี ไม่ต้องคอยรอ พึ่งพาสามีแต่ฝ่ายเดียว แต่จะเป็นอีกแรงที่จะช่วยให้ครอบครัวมีสถานะภาพที่ดีขึ้นค่ะ

sasinanda
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

P

ตอบช้าไปหน่อย พอดียุ่งๆค่ะ

 

เรื่องการพยายามโน้มน้าวจิตใจพวกแม่บ้านให้มาเห็นดีเห็นงามกับการชักชวนของเรา

 

ในที่สุด ก็เป็นไปด้วยความเต็มใจของเขาเองด้วย   เราไม่ได้ไปพูดไม่จริงอะไรเลยค่ะ ตอนนี้พวกเขาก็ยังอยู่กับเราค่ะ 


เป็นความโชคดีที่เรามาอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรีนี้ค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับคุณพี่ศศินันท์

  • ในความรู้สึกของผมตอนนี้  คุณพี่เป็นครูเนื้อแท้คนหนึ่ง  นี่แหละครับครูที่ไม่ต้องรับเงินเดือนจากทางราชการ  ทำหน้าที่ได้หลากหลายกว่าครูประจำการเสียอีก  ขอเพียงมีจิตสำนึกที่ดีแค่นั้นพอ
  • การสอนทักษะชีวิต(อย่างที่คุณพี่ทำในบันทึกนี้และเขียนในทุกบันทึก) มันก็คือการให้ธรรมะอย่างหนึ่ง ซุ่งเป็นธรรมะในแบบที่เอาปฏิบัติได้เลยในชีวิตประจำวันปกติ ส่วนอานิสงฆ์ของการให้ธรรมมะนี้ สำคัญแค่ไหนอย่างไร?  ข้าผู้น้อยมิบังอาจเอามะพร้าวมาขายสวนครับ
  • อีกส่วนหนึ่งที่เห็นคุณพี่ทำ  ก็คือการให้โอกาสแก่ผู้คน  มันสำคัญมากๆทีเดียวครับ  เพราะบางคนไม่เคยแสวงหาโอกาสให้กับตัวเองเลย  ต้องมีคนหยิบยื่นให้  โดยเฉพาะคนในสังคมชนบททางแถบอีสานบ้านผม  โคกเพชรจึงต้องเน้นเรื่องความตระหนักและจิตสำนึกหนักๆ  เพราะอยากให้พวกเขาแสวงหาโอกาสให้กับตัวอง บนปัจจัยพื้นฐานที่อยู่แล้วอย่างอุดมสมบูรณ์น่ะครับ
  • บันทึกความคิดเห็นของผมตรงนี้ ขอมอบแด่ "คุณครูเนื้อแท้" ด้วยความจริงใจครับ
  • คารวะมาด้วยความศรัทธาครับ
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากๆค่ะครูวุฒิ พีก้เห็นว่า ครูวุฒิ คือ ครูแท้คนหนึ่ง ที่หาได้ยากมากในยุคนี้ค่ะ และให้ความเห็นอย่างตรงไป ตรงมา ตามเนื้อผ้าจริงๆ พี่ก็นับถือคุณมากๆค่ะ

เขียนเมื่อ 

หนึ่งปีที่พี่ศศิเขียนบันทึกนี่ไว้

น้องว่า ยังนำมาใช้ได้จริง..(อีกแล้ว)

ขอบคุณข้อเขียน ประสบการณ์ที่เล่าให้ฟังค่ะ

*ภูมิใจในตัวเราเองขึ้นมานิดหน่อย เพราะคนข้าง ๆ เคยพูดว่า เพราะเรามีการงาน ทำให้เขาสามารถทุ่มเทในสายงาน สามารถเดินทางเกือบรอบโลก เป็นห่วงแต่คิดว่าเราดูแลตัวเอง,ลูกได้

เขาหยอดให้กำลังใจในวันที่นั่งฟังเพลงWind beneath my wings ด้วยกันน่ะค่ะ

เกี่ยวกับบันทึกมั้ยคะเนี่ย..แต่แว่บคิดขึ้นมาจริง ๆค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณหมอ จริยา

ขอบคุณคุณหมอมากที่มาเยี่ยมบันทึกนี้นะคะ เป็นประสบการณ์จากชีวิตจริงของพี่ในช่วงหนึ่งค่ะ
และต่อจากนี้ แม่บ้านกลุ่มนี้ ก็มาทำงานกับเรา ต่อเนื่องมาจนบัดนี้ค่ะ และยังชักชวนกลุ่มอื่นๆเข้ามาอีก จนโรงงานเรา ไม่มีปัญหาเรื่องคนงานอีกเลยค่ะ

การที่ผู้หญิง สามารถทำงานช่วยครอบครัวได้ เป็นสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจ และเป็นเรื่องของอิสระเสรีภาพ ในทางการเงินด้วยนะคะ เป็นเรื่องสำคัญของชีวิตเลย

การที่คนข้างกายคุณหมอพูดว่า การที่สามารถทุ่มเทในสายงาน สามารถเดินทางเกือบรอบโลกได้ ก็เป็นเพราะมั่นใจว่า คุณหมอดูแลตัวเองและดูแลลูกได้ ก็ต้องถือว่า เป็นคำชมค่ะ และเขาจะเกรงใจเราด้วย ดีกว่า ที่จะพูดอะไร ให้เรารู้สึกว่า เราเป็นภาระของเขานะคะ
เราก็เหมือนๆกันในอีกข้อแล้วค่ะ อิๆๆๆ