คำถาม ที่ Posted เข้ามาของเว็บบอร์ด .. ไขปัญหาสุขภาพจิต ของงานแนะแนวฯ พบว่า จาก “ เด็กโง่ ” นามแฝง
“เด็กโง่”: ความรู้สึกสับสนกับพฤติกรรมของตนเอง
วันหนึ่งที่เราได้รู้จักกับใครสักคน ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองมีเพื่อนหรือมีใครสักคนมาเป็นห่วงเป็นใย(ปกติก็มี)แต่คนคนนั้นคือเพศตรงข้ามของเราและเมื่อเวลาผ่านไป ก็ทำให้ความสัมพันธ์ของเรามากขึ้นจนเกินเลยมากกว่าจะเรียกมันกับคืน มาเมื่อเรามีความสัมพันธ์ลึกกว่าการคบหาธรรมดา อยากจะเรียนปรึกษา การที่คนเราเป็นคนเรียบร้อยอ่อนต่อเรื่องพวกนี้มันทำให้เราใจง่ายไม่กล้าที่จะทวงความถูกต้องตั้งสติเวลานั้นกลับคืนมาหรือเปล่า ไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้นกับหลายคนที่ยังไม่ผ่านมันมา ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนที่เพื่อนๆมองว่าไร้เดียงสา หรือดัดจริตทำเป็นรับไม่ได้ไม่รู้เรื่อง
แต่ในความเป็นจริงเราไม่รู้จริงๆ แต่มันขัดกับสิ่งที่เราทำมันคือการที่เรามีอะไรกับคนที่เราคบด้วย(ไม่ได้มั่ว)และก็ไม่รู้จริงๆว่าอะไรยังไง รู้เพียงว่าคนสองคนมีอะไรกันเท่านั้นไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับใคร คนอื่นๆที่เขามีไรกันอยู่ด้วยกันจะคิดเหมือนเรามั้ย มันทำให้นอนไม่หลับ กังวล เหนื่อยใจ กลัวว่าคนอื่นเค้าจะเป็นเหนื่อย
เราจะทำยังไงไม่ให้เขาเป็นเหมือนเรา อยากจะร้องไห้ แต่สิ่งที่เราทำพลาดไปแล้วมานั่งเสียใจมันก็ไม่มีประโยชน์ กลัวว่าคนอื่นจะเป็นอย่างนี้ ถึงแม้ตอนนี้เราจะยังคบกันอยู่และไม่ได้อยู่ด้วยกันและไม่ได้มีอะไรกันอีกแต่สิ่งที่ทำลงไปแล้วมันก็เป็นตราบาป ที่ ลืมไม่ได้ และเป็นบทเรียนที่คุณครูไม่เคยบอก น้อยใจตัวเองเหมือนกันทำไมพ่อแม่เราไม่บอกให้เราระวังตัวป้องกันตัวเพื่อนเราทำไมไม่บอกว่าการอยู่กับผู้ชายสองคนต้องหลีกเลี่ยงน้อยใจที่ปล่อยอารมณ์ไปทำไมมันต้องเกิดกับเราด้วย เราไม่รู้เรื่องหรือไงสวรรค์ถึงได้ใช้วิธีนี้มาสอนเรา
การเรียนมหาวิทยาลัยใช่ว่า จะรู้และเข้าใจถึงจะเรียนเพศศึกษามาแต่มันไม่ได้นำมาใช้อะไรเลย นี้หรือคือภูมิคุ้มกัน ทำไมด้วยล่ะ ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ ใครๆบอกว่าคนที่รักเราจะให้เกียรติเราเสมอ แล้วที่เขาทำมันหมายความว่ายังไง หากวันไหนที่เขาเจอคนใหม่หรืออยู่กับเพื่อเขาเขาจะพูดถึงเราแบบไหน ถ้าวันหนึ่งเราคิดว่าจะเจอคนที่จะเป็นพ่อของลูกเราและจะใช้ชีวิตร่วมกันจะบอกเขายังไง ฉันอยู่เติบโตมาแบบสังคมสมัยเก่า แต่ทำไมฉันไม่มีอะไรมาป้องกันตัวเองจากคนและวัฒนธรรมใหม่ๆเลย ฉันไม่โทษใครแต่น้อยใจตัวเองที่ทำไรไม่ได้เลย ทำไม ทำไม ทำไมล่ะ คนอื่น ในทางที่สร้างสรรค์ได้ หรือ พูดในทางบวก อาทิ สวัสดีครับ, สวัสดีค่ะ, เป็นอย่างไรบ้าง, เป็นห่วง, ยิ้มแย้ม, ทักทายเมื่อพบกัน ควรจะต้องหลีกเลี่ยงคำพูดที่ไม่สร้างสรรค์ หรือทางลบ เช่น ...ว่าแล้ว สมแล้ว... น้อยไป.... อีกแล้ว ... มันก็เป็นอย่างนี้แหละ
ผู้ให้คำปรึกษา : คุณอนงค์ ปะนะทัง จาก งานแนะแนวฯ
น้องกำลังมีความสับสน กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในการคบเพื่อนต่างเพศ พยายามที่จะโทษและน้อยใจพ่อแม่ สงสัยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีใครสอน แต่เป็นเรื่องของอารมณ์ที่พาไป เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ทำให้เกิดความกลัว และเป็นห่วงว่าคนอื่นจะเผชิญชะตากรรมเหมือนตัวของเราเอง ขอให้กำลังใจน้องนะค่ะ พยายามเข้มแข็ง เราคงไม่สามารถที่จะย้อนอดีตไปได้ เป็นไปได้ไหมพยายามที่จะเริ่มต้นความคิดใหม่ หรือการดูแลตนเอง ถือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนของชีวิต เพราะสภาพจิตของเราไม่มีความพร้อม ต้องพยายามผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ค่ะ ที่สำคัญน้องพยายามยอมรับความจริง และเผชิญกับมันถึงแม้ในสายตาของเพื่อนที่จะมองเราว่าเป็นคนที่ไร้เดียงสา ทำให้เกิดความขัดแย้งกับตนเอง การที่น้องมีความรู้สึกแบบนี้ก็ไม่ผิดหรอก แต่พยายามเรียนรู้กับมันไปให้ได้ หรืออยากจะคุยรายละเอียดกับพี่ให้มากกว่านี้ ขอให้โทรศัพท์มาเราค่ะ
ปรึกษาได้ ที่สายด่วนมมส. 08-5010-4544 และ 08-5010-0043 บริการ 24 ชั่วโมงค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณนายสายลม
ที่ได้มาเยื่ยมเยือน และได้ให้ข้อคิดดีๆค่ะ สิ่งที่สำคัญคือ การให้กำลังใจให้โอกาส และยอมรับเธอด้านศักดิ์ความเป็นมนุษย์ จะทำให้เธอรักตนเอง และเห็นคุณค่าของตนเอง เชื่อว่า เธอสามารถที่จะดำเนินชีวิตต่อไปด้วยความมั่นใจ
และได้ให้ทางเลือก ในการที่จะให้ เธอ โทรศัพท์เข้ามาพูดคุย เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือเธอมากขึ้น