จงเขียนในสิ่งที่จะทำ(จริง) จงทำในสิ่งเขียน (จริง) และจงปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
        การวางแผนเป็นการเตรียมการล่วงหน้าว่าจะทำอะไร  ทำอย่างไร  อย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจน การวางแผนจึงเป็นกระบวนการบริหารหรือการทำงานที่เป็นระบบ ที่ผู้บริหารจะต้องให้ความสนใจและใส่ใจเป็นพิเศษ

                       
       
ปัจจุบันนักบริหารต้องมีการวางแผนกลยุทธ์ ซึ่งไม่ใช่คิดว่าจะทำอะไรก็เขียนออกมา แต่จะต้องดำเนินการอย่างมียุทธศาสตร์  ยุทธวิธี  กล่าวคือ  ต้องมีการวิเคราะห์สภาพบริบท  มีการกำหนดวิสัยทัศน์ กำหนดพันธกิจ เป้าหมาย จึงนำไปสู่การวางแผนกลยุทธ์ การทำแผนปฏิบัติการ แล้วดำเนินการและติดตามประเมินผล มีข้อมูลย้อนกลับไปสู่การปรับปรุงพัฒนาการวางแผนในโอกาสต่อไปอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ตามวงจร PDCA คือวางแผน (Plan) ปฏิบัติ (Do) ประเมิน (Check) และปรับปรุงพัฒนา (Act.)
                       
       
การวางแผนของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผ่านมาพบว่า มีปัญหามากมาย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการคิดที่ไม่เป็นระบบ ไม่แยบยล มีความเร่งรีบในการจัดทำ โดยมอบให้ผู้รับผิดชอบไปเขียนเป็นรายบุคคลเพื่อให้ทันส่งตามเวลากำหนด จึงขาดการมีส่วนร่วมคิดร่วมทำของบุคลากรตั้งแต่แรก รวมทั้งการตรวจสอบกลั่นกรองก็ทำไม่รอบคอบ แต่ไปเน้นการทำรูปเล่มของแผนให้สวยหรู เพื่อแจกจ่ายหรือรายงานไปยังที่ต่าง ๆ
                       
     
สิ่งชี้วัดสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้การวางแผนไม่ประสบผลสำเร็จคือขาดการนำข้อมูลสภาพปัจจุบัน ปัญหาที่แท้จริงมาวิเคราะห์จัดทำแผน จึงเป็นความต้องการจากสามัญสำนึกของผู้เขียนมากกว่า ข้อมูลความต้องการจำเป็นเชิงประจักษ์จากผลการประเมินที่แท้จริง   จึงมีคำพูดที่ล้อเลียนถึงความไม่สัมฤทธิ์ผลของการวางแผนหลายประโยค เช่น
                       
       
แผนการสอน ก็คือ แผนการส่ง (คือไม่ได้วางแผนเพื่อสอนแต่วางแผนเพื่อส่งให้ฝ่ายบริหารตรวจหรือเพื่อรับการประเมินเอกสาร ให้แล้วเสร็จไปโดยไม่ต้องสอนตามนั้น)
                       
      
แผน คือกระดาษเปื้อนหมึก
                       
     
แพลน แล้วก็นิ่ง (Planning)”
                       
      
เคยมีวิทยากรท่านหนึ่ง ถามผู้เข้ารับการอบรมว่า การวางแผนคืออะไร ก็ได้รับคำตอบอย่างสะใจจากผู้เข้ารับการอบรมคนหนึ่งว่า
            การวางแผน คือการนำแผนที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วมาวางไว้โดยไม่ต้องทำอะไรเลย