ต้องเป็น KM แนวรุก ไม่ใช่เชิงรับอย่างที่ทำกันอยู่

          เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 23 มีนาคม  2549 ทีมงานของสำนักงานเกษตรจังหวัด ได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในประเด็น "การจัดการความรู้กับการพัฒนาคุณภาพเกษตรกร" กับคณะศึกษาดูงานจากมหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบด้วยคณาจารย์ นักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต และหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประชากรศึกษา ภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์  จำนวน 33 ท่าน นำโดย รศ.ดร.เนาวรัตน์  พรายน้อย

          ทีมของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร ก็ได้เล่าประสบการณ์ของการนำการจัดการความรู้มาสนับสนุนการทำงานส่งเสริมการเกษตร เป็น KM ภาคปฏิบัติ  ซึ่งทีมงานประกอบไปด้วยทีมของสำนักงานเกษตรจังหวัด ตัวแทนนักส่งเสริมการเกษตรในระดับอำเภอ/ตำบล และ ผศ.ดร.สุนทรี ดวงทิพย์ เครือข่ายจาก มรภ.กำแพงเพชร ร่วมสังเกตและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ด้วย

  • สถานที่ใช้ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร

                                          

  • ภาพการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

    คุณอำนวยที่ชื่อสายัณห์    

       

                                           วาด วานิช เกษตรอำเภอพรานกระต่าย

 

  • ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะให้คิดต่อ โดย รศ.ดร.เนาวรัตน์  พรายน้อย

                                          

           รศ.ดร.เนาวรัตน์  พรายน้อย ได้สรุปว่าเห็นอะไร จากการมาศึกษาดูงานในครั้งนี้ ในหลายๆ ประเด็น เช่น

  • เป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่ข้าราชการของกระทรวงเกษตร ไม่หยุดที่จะเรียนรู้
  • พบว่ามีความรู้ที่ฝังลึกในตัวเกษตรกรอยู่มาก อันเป็นทุนที่สำคัญ
  • พบวัฒนธรรมการทำงานใหม่ ข้าราชการพันธุ์ใหม่
  • เกษตรกรที่พร้อมจะเรียนรู้นั้น "เรียนรู้และสร้างรายได้ไปพร้อมกัน" เป็นต้น

          สิ่งที่ได้ให้ทีมงานคิดต่อ เพื่อยกระดับฯ คือ

  1. ต้องยกระดับให้สูงขึ้นจากการเรียนรู้การทำงานเป็น Facilitator ต้องไปยกระดับให้เป็นเชิงนโยบายของการจัดการความรู้ในท้องถิ่นให้ได้
  2. การทำ KM เป็นจุดๆ ยังไม่พอ ต้องทำ KM แบบใช้พื้นที่เป็นฐาน (Area base) โดยร่วมกันในทุกงาน ทุกองค์กร เป็นพื้นที่ๆ ไป
  3. ต้องเป็น KM แนวรุก ไม่ใช่เชิงรับอย่างที่ทำกันอยู่ 
  4. ในการนำการวิจัยมาใช้ในงาน ไม่เน้นทำ PAR มากเกินไป แต่ใช้ที่เหมาะและใช้หลากหลาย    

          ทีมงานขอขอบพระคุณคณะศึกษาดูงานทุกท่านที่ได้มา ลปรร. และให้ข้อคิดเห็นอันจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตต่อไป แต่วันนี้ทีมงานก็ได้เรียนรู้และก่อให้เกิดประโยชน์กับทีมงานในหลายๆ ประเด็น เช่น

  • เห็นภาพสะท้อนของทีมงาน จากมุมมองของคนนอก ซึ่งเราไม่อาจมองเห็นภาพนั้นได้
  • เป็นการเรียนรู้ ประเมิน และเป็นการพัฒนาทีมงานไปในตัว สร้างความเข้าใจให้กับทีมงานที่มีความเข้าใจที่แตกต่างกัน ให้เข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  • การร่วมมานำเสนอของทีมงานจากอำเภอ/ตำบล เป็นการสร้างขวัญ กำลังใจและเกิดความภาคภูมิใจในการทำงาน
  • เห็นประเด็นที่เราจะต้องทำ หรือช่องทางที่จะต้องปรับปรุงและพัฒนาเพิ่มขึ้นอีกมาก เป็นต้น

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก