การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งแบบองค์รวม
วันนี้ 23 พฤศจิกายน 2550
ดิฉันและน้องเกศนี บุณยวัฒนางกุร ได้มีโอกาสไปเป็นวิทยากร ในหัวข้อ Nursing role and rehabilitation

ในการประชุมวิชาการ เรื่อง การรักษาผู้ป่วยมะเร็งแบบองค์รวม ณ. ห้องประชุมอาคารสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอนุสรณ์ ชั้น3 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มีแพทย์ พยาบาลจากทั่วประเทศ มาเข้าร่วมประชุมประมาณ 500 คน
ดิฉันรู้สึกยินดีมาก...ที่มีโอกาสได้สร้างเครือข่ายในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะ...ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เพราะเรามีผู้ป่วย ที่มาจากทุกจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มารักษาโดยการให้ยาเคมีบำบัดที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เป็นจำนวนมากขึ้นทุกวัน
ประมาณมากกว่า 2,500 คน/ปี ที่มารับการรักษาที่เรา และนับวันคนไข้มะเร็งจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนจะไม่มีเตียงจะให้นอนรักษา
โดยเฉพาะมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งสาเหตุเกิดจากการกินปลาร้าดิบ ก้อยปลาดิบ
คนแล้วคนเล่าต้องมาจบชีวิต...เพราะมะเร็งท่อน้ำดี
ดิฉันเคยถามญาติผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งท่อน้ำดีว่า ทราบไหมคะว่า...มะเร็งท่อน้ำดี เกิดจากอะไร
ญาติตอบว่า หมอบอกว่า..เกิดจากการกินปลาร้าดิบ
พยาบาลถามต่อว่า แล้วเลิกกิน..ปลาร้าดิบหรือยังคะ
ญาติบางคนตอบว่า ยัง เพราะกินปลาร้าสุก..ไม่อร่อย
พยาบาลถามต่อว่า ไม่กลัวป่วย..เหมือนญาติป้าหรือคะ
ญาติตอบว่า ไม่กลัวหรอก... เพราะตายแค่ครั้งเดียว แต่กินแซบ!! ..ทุกครั้ง เลือกกินให้แซบ..ดีกว่า
ดิฉันจึงถึงบางอ้อว่า.. มะเร็งท่อน้ำดี..จึงไม่ยอมลดลงเลย...ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ดิฉันจึงฝาก...บุคลากรทางสุขภาพทุกคน ที่มาในวันนี้ว่า
ช่วยกันหาแนวทางในการลดการกินปลาร้าดิบและปลาดิบ....
ให้ประชาชนกินปลาร้าสุก ทุกชีวิตจะได้ปลอดภัยจากพยาธิใบไม้ตับด้วยเถอะ...
สรุป
การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง.. จะต้องดูแลตั้งแต่การป้องกัน การค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรก เมื่อได้รับการวินิจฉัยเราจะต้องดูแลเตรียมความพร้อมให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตามแผนการรักษาของแพทย์ ทั้งการรักษาด้วยการผ่าตัด การฉายรังสี การให้ยเคมีบำบัด การรักษาด้วยฮอร์โมนส์ ฯลฯ
เมื่อผู้ป่วยมารับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
พยาบาลจะต้องดูแลแบบองค์รวม ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมผู้ป่วยก่อนรับยาเคมีบำบัด การดูแลระหว่างได้รับยาเคมีบำบัด
เมื่อผู้ป่วยมีปัญหาที่ซับซ้อน เช่น...วิตกกังวลอย่างรุนแรง มีปัญหาภาพลักษณ์ ปัญหาเพศสัมพันธ์และมีปัญหาครอบครัว หรือมีความคิดจะฆ่าตัวตาย พยาบาลผู้ปฏิบัติการขั้นสูง จะมีหน้าที่ดูแลร่วมกับทีมสหสาขา
ให้การพยาบาลผู้ป่วยที่มารับการรักษาโดยตรง ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา จัดระบบการดูแลร่วมกับสหสาขาวิชาชีพ
หาแนวปฏิบัติการพยาบาล (Evidenced based nursing practice) และทำวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมและสร้างองค์ความรู้ใหม่ และนำสู่การปฏิบัติการในคลินิก
เพื่อให้ได้การบริการที่ดีที่สุด (Best Practice)
ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบองค์รวมจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ได้
สวัสดีค่ะพี่อุบล
นับเป็นมหากุศลค่ะ เพราะผู้ป่วยมะเร็งระยะแสดงอาการ จะมีกลิ่นที่รุนแรง ผู้ให้การพยาบาล ต้องอดทน และมีเมตตามากค่ะ
ชีวิตในวัยเด็ก อดอยากปากแห้งเอาการเลยครับ
ล้วงไหปลาร้า..ควักมาจ้ำแบบกับข้าวเหนียว... บางทีได้ฉีกเนื้อมาเคี้ยวอย่างอร่อย ... แต่พอโตขึ้นในระดับหนึ่งก็ไม่ได้ทานเช่นนั้นอีกแล้ว...
ผมเป็นลูกอีสานที่เติบโตมากับไหปลาร้า...
.... ขอบคุณครับ....
การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง พยาบาลจะต้องอารมณ์ดี
เพราะต้องตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยให้ดีและรวดเร็ว ถูกต้อง
พี่ต้องคอยดูแลสอนน้องพยาบาลให้สามารถตอบสนองผู้ป่วยได้
สิ่งหนึ่งที่สำคัญเราจะบอกน้องเสมอว่า เราต้องเอาใจเราไปใส่ใจเขา
ถ้าเราป่วยเป็นมะเร็งบ้าง เราลองคิดดูว่า เราจะต้องการอะไรบ้าง
เราก็ต้องตอบสนองเขา..ให้ได้
ดังนั้นการพัฒนาพยาบาลของเราให้พร้อมดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ได้ พยาบาลจะต้องถูกเตรียมมาเป็นอย่างดีค่ะ
ถึงแม้จะอยู่กับกลิ่น ภาพ..ที่น่ากลัว เราก็ทำได้ค่ะ
ขอบคุณนะคะน้องที่เข้ามาให้กำลังใจ
พยาบาลขาดแคลนเป็นอย่างมาก
ถ้ามีโอกาส ลองชักชวนน้องๆมาเรียนพยาบาลให้พี่ด้วยนะคะ
ที่จริงแล้วในสมัยก่อนบรรพบุรุษของเรา ชาวอิสานกินปลาร้าดิบมายาวนาน
อายุขัยไม่ยืนยาว ตายไปโดยไม่รู้ว่าเป็นอะไร
ในสมัยนี้หลายคนรู้พิษภัยของปลาร้าดิบ แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากยังไม่เห็นความสำคัญ มะเร็งท่อน้ำดีจึงไม่ลดลง
อยากฝากคุณแผ่นดินนะคะว่าถ้ามีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ ฝากบอกต่อด้วยนะคะ
ว่าควรกินปลาร้าสุก ไม่กินก้อยปลาดิบ
ที่สำคัญเขียงที่เราใช้ทำปลาให้ล้างให้สะอาด
บางครั้งเรามาหั่นผักที่ใช้ในเขียงเดียวกัน
อาจมีไข่พยาธิใบไม้ตับปนอยู่ก็ได้ค่ะ
เพราะมีคนไข้หลายคนบอกไม่กินปลาร้าดิบ แต่ชีวิตการทำงานต้องออกชุมชน แล้วมีโอกาสไปกินอาหารร่วมกับคนในชุมชนบ่อยๆ
ปรากฎว่าป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดี..โดยไม่รู้ว่ามันติดมาได้อย่างไร
หวังผลว่า..อาจทำให้คนอิสานของเราไม่ตายเพราะโรคจากการกินปลาร้าดิบ
ขอบคุณค่ะ
เรื่องวัฒนธรรมและวิถีชีวิตเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยาก อาจต้องใช้เวลาและความเข้าใจ+เข้าถึงชาวบ้าน+จึงจะพัฒนาได้ ตามแนวทางของในหลวงครับ
คงจะต้องให้เวลา แต่เป็นเรื่องที่เราจะต้องช่วยกันรณรงค์ให้เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพของประชาชนตามแนวทางของในหลวงค่ะ
สวัสดีค่ะพี่อุบล…ทางเหนือเอง โดยเฉพาะบางอำเภอในจังหวัดน่านก็มี CCA เยอะเหมือนกันค่ะ ก็น่าจะสัมพันธ์กันกับวิถีชีวิตที่นิยมกินปลาส้มดิบๆ ลาบปลาดิบ คนที่เคยกินมาตั้งแต่ยังเล็กก็คงต้องบอกว่า มันก็อร่อยกว่าการทำให้สุกก่อนกินจริงๆแหละค่ะ ถ้าจะให้เลิกก็คงจะขึ้นอยู่กับว่าเขารับรู้และตระหนักในภัยมหันต์ของมันที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเขาสักแค่ไหน เคยเห็นคนที่ซื้อยาถ่ายพยาธิใบไม้ในตับกินเป็นประจำ แต่เขาก็ยังกินลาบปลาดิบเป็นประจำอยู่เช่นกัน…เราก็ได้แต่หวังว่าการให้ข้อมูลที่ชัดเจน ถูกต้อง และจริงจัง คงจะทำให้ประชาชนเข้าใจ และตระหนักถึงภัยของพยาธิใบไม้ในตับ มากขึ้น…พลังพยาบาล ร่วมด้วยช่วยกันค่ะ…
เราต้องรณรงค์ช่วยกันนะคะ
เพราะเจ็บป่วยแล้วรักษายากค่ะ
ส่วนมากแล้วการบอกคนที่ป่วยแล้ว จะเลิกกินดิบๆทุกราย แล้วให้เขาไปบอกต่อค่ะ
สวัสดีค่ะพี่แก้ว
คนสวย appreciate your distriobution kah.....ขอให้สวยวันสวยคืน
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ตุ้ย ก็ป่วยด้วยโรคนี้ เช่นกันคะ ระยะ ท่ีี่ 3 แลัว พบก้อนโต 7 ซม. จะเริ่มAdmitt 29 ก.ค.53 เป็นคยไข้หมอเอก คะ ที่ ร.พ.ศรีนครินทร์ คะ