อุปนิสัยของการเอาใจเค้า มาใส่ใจเรา : รับฟังความต้องการและข้อแนะนำของผู้อื่น ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน

หลักการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล (Interpersonal Communication)

 การคิดแบบชนะชนะ ทำให้คนเราจะยอมเข้าใจคนอื่นก่อน การจะเข้าใจคนอื่นก่อนได้ ต้องฟังให้มาก ๆ เพื่อเรียนรู้และเข้าใจผู้ที่เราฟัง โดยพยายามฟังและเข้าใจกับสิ่งที่ผู้อื่นอธิบาย  เอาตัวเราเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ของเขา เมื่อเราเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น  ฝ่ายตรงข้ามจะมีความรู้สึกที่ผ่อนคลายและเปิดกว้างในการรับฟังเรามากขึ้น  เมื่อเข้าใจเขาแล้ว เขาจะเข้าใจเราเช่นกัน

ความเข้าใจซึ่งกันและกัน เป็นกุญแจสำคัญของหลักการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลที่มีประสิทธิผลการติดต่อสื่อสารถือเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในชีวิต เราใช้เวลาหลายปีในการเรียนรู้วิธีการคิด อ่าน เขียน และพูด แต่น้อยคนที่ได้ผ่านการฝึกอบรมเรื่องการฟัง  การฟังในที่นี้หมายถึงการฟังเพื่อแสวงหาความเข้าใจซึ่งมากกว่าการสนใจฟัง  ในการสนทนาพูดคุยหรือปรึกษาหารือในเรื่องต่างๆหรือปัญหาต่างๆ  เราควรรับฟังกันด้วยความตั้งใจ  เพื่อที่จะเข้าใจว่าผู้อื่นต้องการอะไรมากกว่าที่เค้าพูด  การพยายามเข้าใจผู้อื่นจะช่วยให้ทราบปัญหาและความต้องการของผู้อื่นได้ชัดเจน  ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดและสามารถพูดอย่างเปิดเผย เราต้องฟังด้วยหู ด้วยหัวใจ ด้วยความรู้สึก ด้วยความหมายที่แสดงออกมา  เราต้องฟังถึงพฤติกรรมและใช้สมองด้านซ้ายและขวาไปพร้อมกัน การรับฟังเพื่อแสวงหาความเข้าใจส่งผลดีอย่างมากเพราะทำให้เราได้ข้อมูลที่ถูกต้อง

การเข้าใจเขาก่อนที่จะให้เขาเข้าใจเรา มีวิธีง่ายๆ ก็คือ "การฟัง" เขาบอกว่า  คนเรามักไม่ชอบฟังผู้อื่น มักคิดถึงแต่สิ่งที่ตนจะพูดเท่านั้น และมักด่วนสรุปตัดสินใครง่ายๆ จากการฟังไม่กี่ประโยคเพื่อที่จะให้คำแนะนำจากประสบการณ์ของเราเอง นิสัยนี้เขาจึงสอนให้เราฟังคนอื่นแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา นั่นเอง

การเข้าใจผู้อื่นก่อนที่จะให้ผู้อื่นมาเข้าใจเรา  เป็นทักษะที่สำคัญที่สุด  การที่จะทำให้เรามีอุปนิสัยนี้ คือ "การฟัง"  ตามปกติคนเราจะชอบพูดมากกว่าชอบฟัง บางครั้งเราฟัง แต่ไม่ได้ตั้งใจฟังจริง ฟังเพื่อรอคิวที่จะถึงเวลาเราพูด  ดังนั้น เราจะสามารถเข้าใจผู้อื่นได้ดี เราต้อง "ฟังเพื่อให้เข้าใจ" ไม่ใช่ "ฟังเพื่อจะตอบ หรือเพื่อจะพูด"  หรือฟังแบบว่า ฟังไม่ได้ศัพท์  แล้วจับกระเดียด นำไปสู่ความเข้าใจผิด ก่อให้เกิดความขัดแย้งได้

การฟังจึงเป็นทักษะสำคัญที่จำเป็นต้องเรียนรู้  ทักษะการฟังที่ดีนำมาซึ่งความสำเร็จในชีวิต เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญของทักษะการเข้าสังคม สามารถลดความเข้าใจผิด ความขัดแย้งในการปฏิสัมพันธ์กับคน นอกจากนี้การพัฒนาทักษะการฟังยังส่งผลต่อการพัฒนาในด้านสติปัญญา ในแง่ของการฝึกใช้ความคิด การจับประเด็น ฝึกความจำ และฝึกฝนการจดจ่อแน่วแน่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือมีสมาธิที่ต้องการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การฟังอย่างมีประสิทธิภาพนั้นเป็นสิ่งที่สามารถสอนและฝึกฝนกันได้ โดยพื้นฐานสำคัญอันดับแรกสุดในการฝึกฝนนั้น คือ การฝึกฝนความอดทนในการเป็นผู้ฟังที่ดี อย่าพูดสอดแทรก  รอให้อีกฝ่ายพูดจนจบก่อน  มีมารยาทในการฟัง เรียนรู้ที่จะให้เกียรติผู้พูด เป็นการฝึกฝนให้ตนไม่เป็นคนที่เย่อหยิ่งหรือเอาตนเองเป็นศูนย์กลางคิดว่าความคิดของตนดีกว่าจนไม่ยอมรับฟังผู้ใด จนเป็นเหตุให้เกิดการปิดกั้นการเรียนรู้จากแหล่งต่าง ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย รวมทั้งเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีต่อทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ทำให้การสนทนานั้นเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และจบลงด้วยดี

ผู้ฟังที่ดีจะต้องมีลักษณะแห่งความกระตือรือร้นอยู่ด้วย หรือที่เรียกว่า Active Listening คือ แสดงท่าทางภายนอกว่ากำลังฟังอยู่ และในสมองต้องมีการทำงานแล้วคิดไปด้วยอยู่ตลอดเวลา  ผู้ฟังที่ดีจะต้องพัฒนาความสามารถในการจับประเด็นไปด้วย  เพราะเป็นตัวชี้ว่าการสื่อสารที่เกิดขึ้นนั้นผู้ส่งสารสามารถบรรลุเป้าหมายในการสื่อสารที่ต้องการไปยังผู้รับสารหรือไม่   การสื่อสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ดังนั้น ผู้ฟังที่ดี ต้องตั้งใจฟัง รู้ถึงความรู้สึกและอารมณ์ของเขา รับฟังอย่างมีสติมั่นคง รับฟังอย่างเป็นกลางสายตาอยู่ที่ผู้พูด อย่าเพียงแต่ได้ยิน  โดยที่ในใจคิดเรื่องอื่นอยู่ 

 เคล็ดลับ  คนเรามักยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง อยากให้ใคร ๆ มาเข้าใจเรา ทำในสิ่งที่เราแต่คนที่มีเสน่ห์ คือ คนที่รับฟัง แล้วเข้าใจผู้อื่น ทำได้โดย ฟังให้มากขึ้น พูดให้น้อยลง และที่สำคัญการฟังนั้น ต้องฟังในสิ่งที่เค้าไม่ได้พูด จะทำให้เข้าใจผู้อื่นได้จริง ๆ

  

   อ่านอุปนิสัยข้ออื่นได้ที่นี่ค่ะ  http://gotoknow.org/blog/the7habits