สิ่งที่ท่านอ่านนี้แหละคือผลการเรียนของผม บังเอิญว่ามันไม่มีหลักสูตร ไม่มีภาควิชา ไม่มีหน่วยกิต เพียงแต่อยากรู้เรื่องอะไรก็เจาะไปหาโดยตรง เช่น เราค้นพบเรื่องการปลูกแก่นตะวัน และส่วนหนึ่งอ.แป๋วก็ให้พันธุ์มาทดลองปลูกบ้างแล้ว จึงติดต่อไปยังผู้เขียน เขาโทรกลับมาว่าพรุ่งนี้จะเดินทางมาพบ เพื่อที่ปรึกษากันว่าจะทำอะไรร่วมกันได้บ้าง นี่คือการเรียนรู้แบบสายตรง เมื่อรู้แล้วก็นำไปสู่การปฏิบัติ ผมว่าตรงนี้แหละที่นักการศึกษาในระบบยังไม่คุ้นชิน  

การเรียนรู้แบบนี้ก็ใช้ว่าจะดีวิเศษกว่าคนอื่น ที่จริงมีข้อจำกัดอย่างที่เรียนให้ทราบแล้วในตอนต้นๆ มันเป็นแบบสะเปะสะปะศาสตร์ แต่เมื่อตระหนักว่าผิดก็ได้เรียน ถูกก็ได้เรียน จึงไม่มีอะไรสูญเปล่า ดังนั้นคำถามที่ปรากฏในการเขียนประวัติว่า

จุดยืนเจ้าอยู่ตรงไหน ยืนอยู่กับBlog

เจ้ากำลังจะไปไหน ไปกับBlog

เจ้าต้องการอะไร ต้องการเรียนรู้กับBlog

เจ้าจะทำอะไร ชวนชาวBlog ไปทำบุญ ไปแสวงหาความรู้ความสุข

บอกหน่อยได้ไหม ทำถึงต้องเฮฮา  ก็คนในBlogเขียนเรื่องให้ฮานะสิ ลองไปอ่านเรื่องมะเขือยาววววว ของคุณหุย ดูสิ ไม่ฮาให้ถี..จริงๆด้วย ก็บอกแล้วไม่มีเรื่องประเภทไหนที่หาไม่ได้ในG2K  

มีคนคาดหวังงว่าผมคงประสบผลสำเร็จอะไรในชีวิตมากมาย  ก็ขอสารภาพบาปว่าเปล่าเลย ทำอะไรไม่เข้าท่าสักอย่าง คนเราตั้งวัตถุประสงค์ไว้ไม่เหมือนกัน ตรงนี้แหละคนเขาหาว่าผมมันยิ่งกว่าลาโง่ติดเทอร์โบ คิดและทำอะไรแบบหักมุมทันที หลายครั้งที่ผมอธิบายแบบสนุกๆว่า..ถ้าเธอไปเจอช้างตกมันไล่ เธอจะเปิดบทสวดมนต์หรือเธอจะวิ่งป่าราบ..ผมก็เสียใจนะ ที่ใครทำงานร่วมกับผมจะรู้สึก..ทั้งรัก ทั้งชัง ทั้งหวาน และขมขื่น  

ผมทำความเสียหายให้กับโลกใบนี้เยอะมาก แต่ก็เพื่อจะแลกกับการที่ได้รู้ บางคนมาเห็น บอกว่าไอ้หมอนี่มันท่าจะเก่ง ชวนไปเข้าหุ้นลมตั้งบริษัทซื้อที่ซื้อทาง แหมถ้าทำตามเขามันก็น่าจะรวยจริงๆนั่นแหละ แต่สันดานเดิมมันก็บอกว่า มองหาคนที่เอาความร่ำรวยใส่ฝาโลงลงไปสิ มีใครเก่งกาจสามารถทำได้สักกี่คน

สุดท้ายผมก็มาตายมาสนุกกับเรื่องเรียนนี้แหละ ได้ครูสอนใจดีไม่ตีไม่หน้าบึ้งอย่างนี้ด้วยแล้ว ผมจะตายคาห้องเรียนให้ดู เพราะการอยู่แบบโง่ๆไปวันๆ ไม่รำคราญตัวเองกันบ้างรึไงครับ  

ถามว่าเจ็บป่วยห่วงตายไหม มันก็มีบ้างธรรมดาของมนุษย์ แต่ที่ผมห่วงสุดขีดก็คือ เกรงว่าในภพโน้นมันจะมีระบบอินเทอร์เน็ตนะสิ ถึงใครจะเผาก๊งเต๊กระบบไอซีทีทั้งชุดส่งไปให้ก็ตามทีเถอะ ผมก็ยังไม่เชื่อมั่นอยู่ดี เพราะพวกที่ไปแล้วไม่เห็นส่งBlogกลับมาสักคน   

ผมไม่เขียนปฏิเสธความจริง  ชีวิตคนเราต่างนับถอยหลังกันทั้งนั้น ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ทำอะไรให้กันได้ก็รีบๆทำเถิด จะรัก จะกอด จะผูกสัมพันธ์ฉันท์ญาติร่วมแผ่นดินก็ผนึกกำลังกันไว้ จะได้ไม่มานั่งโอดกาเหว่าคิดเสียดายในภายหลัง 

นึกถึงตอนลูกสาวลูกชายออดอ้อนรำพัน เราจะสื่อสารกันยังไงละทีนี้ มิลงแดงยิ่งกว่าไม่มีG2Kรึ ลูกหว้า ราณี จิ๊บ แป๊ด ตูน มะปรางเปรี้ยว แก่นจัง หนิง หมอสุธี อาจารย์ส้ม อาจารย์แป๋ว อาจารย์ติ๋ว ครูส้ม ครูMoo พิมพ์ดีด ครูอ้อย ครูสุ ครูเสือ สะมะนึกะ สีทันดร เจ๊องุ่น เจ้าออต เจ้ามะเดี่ยว เจ้าซูซาน เจ้าก๊อป เจ้าขจิต เจ้าเม้ง เจ้าจตุพร เจ้าแผ่นดิน หมอสบาย ป้าบุญธรรม เพื่อนบุญธรรม น้าบุญธรรม ลูกหลานบุญธรรม สิงห์ป่าสัก บางทราย ท่านแพนดา ท่านไร้กรอบ ท่านเอกชัย อาจารย์แสวง อาจารย์พินิจ คุณคอนดรั๊กเตอร์ ฯลฯ จะไม่เออเร่อกันหมดรึ   

เขียนมาถึงตรงนี้ ดูเศร้าพิกลกล คิดว่ามีคนน้ำตาซึมบ้างละนะ แต่ก็นั่นแหละ..ในเฮฮาศาสตร์ทำไมจะต้องมีแต่เสียงหัวเราะ ร้องไห้บ้างก็ได้นะตาหวาน แต่ควรหันหน้าเข้าฝา เดี๋ยวใครจะหาว่าเจ้าว่าอกหักเพราะรักไปไม่เป็น อิอิ