J.W.Marriot นี้ อยู่ใจกลางของส่วน Centralcity ค่ะ ก็คือ เป็นศูนย์กลางของการโดยสารเลย รถประจำทาง รถวิ่งระหว่างเมือง รถไป airport และ subway จะอยู่ในย่านนี้หมด

 

ส่วนใหญ่การเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ของดิฉันกับแฟน ยังไม่เคยใช้บริการทัวร์เลยค่ะ มีแต่ครั้งนี้ที่มีทัวร์นำให้ 1 วัน ... ปกติจะเดินทางเองแบบธรรมดาในเมืองของเขาตลอด มีครั้งเดียวที่ไปอเมริกา หลงเดินทางโดยแท๊กซี่ ... พลาดไปจริงๆ เพราะว่าค่าแท๊กซี่แพงมาก มาก ... ตอนหลังก็เลยไม่คิดใช้บริการแท๊กซี่อีกเลย ... แบบ กลัวว่า เดี๋ยวกลับไป กทม. แล้ว ต้องใช้หนี้หัวโตเลย

ในครั้งนี้ก็เช่นกัน ตอนที่เตรียมการก็เตรียมการไว้ก่อน คือ

  • หาที่พักที่กรุงโซล เมื่อเสร็จจากการประชุม 1 คืน (ดิฉันไป 5 วัน ค่ะ ต้องค้างคืน 4 คืน) เพราะอย่างว่า J.W.Marriot ราคาสูง ถ้าพักต่อ เงินก็จะเหลือน้อย ไปที่อื่นดีกว่า ซึ่งจองผ่าน Octopus ได้ราคาดี (คือ ถูกพอใช้ได้) และพอไปพักจริง การจองผ่าน net เขาก็ upgrade ให้เป็นห้อง executive ด้วยนะคะ ตอนขึ้นลิฟท์ไปห้องนั้น ปรากฎว่า กดลิฟท์ไม่ได้ ต้องออกมาเจ้าหน้าที่ รร. เขาบอกว่าต้องใช้ card เสียบเพื่อกดเข้าชั้นนั้นด้วยละค่ะ ... แหม หรูซะไม่มี
  • ดิฉันเคยไปไนแองการา (ฝั่งอเมริกา) ก็ของ รร. ผ่าน octopus นี้ละค่ะ (ชื่อ รร. จะไม่ได้แล้วฉ ได้ห้องดีมากๆ (ในราคาพอสมควร) แบบว่า วิ่งเล่นได้เลยล่ะ เลยติดใจ ไปครั้งใดก็ต้องใช้บริการต่อ ... ช่วงนี้ก็จะมีบัตร KTC ค่ะ (กรุงไทย) ที่จะได้ส่วนลดเพิ่ม (ข้อมูลนี้สำหรับผู้ใดสนใจ เลือกใช้บริการบ้าง)
  • ถัดมาการจอง รร. ที่จะไปเที่ยวนอกเมือง 1 ที่ ... เรา (ดิฉันและแฟน) ก็หาข้อมูลกันก่อนว่า เราจะไปไหนดี ก็อาศัยเปิดตามที่บริษัททัวร์เขาจัดรายการค่ะ เพราะว่ายังไม่มีใครเคยมา ก็เอาตามที่เขาไปตามรอยแดจังกึมละ (แหะ แต่ไปไม่ถึงแดจังกึม) เอาแค่ เขา Soeraksan ก็พอ
  • ดู รร. ผ่าน octopus ดูไปดูมา ก็ไปปิ๊ง Sorak Park Resort (แหะ อยู่ที่ไหนก็ยังไม่รู้เลย) แต่คิดเอาเองว่า ต้องอยู่ใกล้ๆ กับ เขา Soeraksan ที่จะไป ก็จอง รร. (แต่ครั้งนี้แฟนยังเสียดายอยู่เลยค่ะ เพราะว่า เขาตั้งใจที่จะจองถูกที่สุด แต่ตอนจองที่นี่ช้าไปหน่อย ก่อนหน้านั้นราคาจะถูกว่า แต่รอไม่ไหว เพราะว่าจะไปแล้ว เลยได้ราคา รร. แพงกว่าที่โซล)
  • และก่อนมาก็ได้สำรวจเส้นทางการเดินทางของเกาหลีไว้แล้ว ว่า จะมี subway (มีแผนที่จาก net ดูแล้วด้วย ดูวุ่นวายพอสมควร) มีรถโดยสารประจำทาง รถแท๊กซี่ (ซึ่งไม่คิดจะใช้บริการเลย และแท๊กซี่ที่เกาหลีจะมี 3 แบบนะคะ แบบธรรมดา และ deluxe และอีกแบบดีกว่า ลืมชื่อไปแล้วค่ะ)
  • และเขาก็จะมีรถโดยสารวิ่งระหว่างเมือง แบบธรรมดา และแบบ express และก็จะมีรถไฟระหว่างเมือง แต่ที่เราจะไปนี้ไม่มีรถไฟวิ่งค่ะ
  • และก็พอไปถึงโซล ก็กอบโกยแผนที่ และโบชัวร์ที่ขวางหน้ามาเพื่อการศึกษาเยอะแยะมากมาย (ตอยกลับก็เลือกเอาที่สนใจกลับมาค่ะ อื่นๆ หอบกลับไปไหว เปลืองที่ใส่ของฝาก)
  • นี่เป็นการเตรียมการก่อนมาละค่ะ
  • มีแผนที่การเดินทางเล็กน้อย (subway) ที่ load มาได้จาก internet ค่ะ ... ข้อมูลรายละเอียดการท่องเที่ยวที่เกาหลีใน internet มีน้อยมาก ไม่ค่อยได้ข้อมูลก่อนไปสักเท่าไรเลยค่ะ ต้องตัดสินใจไปก่อน (สุ่ม) ว่าจะไปไหนดี

พอมาถึงที่โซล หลังจากวันที่มา ทัวร์พาเที่ยวเต็มๆ 1 วัน วันที่ 2 ดิฉันก็ว่างแล้ว ดู TV สลับกับหาของกิน และหาที่ทางการเดินทาง (คนเดียว เก่งม๊า ... ก็ใช้วิธีเดินเอาแถวๆ นั้นละค่ะ)

  • ในเรื่องการสำรวจหาวิธีการเดินทาง
  • ช่างโชคดีค่ะ ที่ J.W.Marriot นี้ อยู่ใจกลางของส่วน Centralcity ค่ะ ก็คือ เป็นศูนย์กลางของการโดยสารเลย รถประจำทาง รถวิ่งระหว่างเมือง รถไป airport และ subway จะอยู่ในย่านนี้หมดเลย ... กลายเป็นง่ายมาก
  • แต่ว่าวันที่ดิฉันต้องย้าย รร. สิคะ ก็ต้องวางแผนเดินทางออกไป และวันที่จะเดินทางไปนอกเมือง ไปสนามบิน ก็จะต้องกลับมาตั้งต้นที่นี่ (เพราะว่า ถ้าไปรอรถตามถนนหนทาง กลัวว่า ไม่รู้จะรอฝั่งไหนดี และรถบนถนนเกาหลีติดมาก ขยาดค่ะ คิดจะไป subway ดีกว่า)
  • ตอนสำรวจที่ทางเสร็จแล้ว ก็ไป shopping หาของกินละค่ะ รอเวลาแฟนพักจากการประชุม ก็ชวนเขาไปอีกรอบ เพื่อสอบถามให้เกิดความแน่ใจ ... เขาเรียกว่าทำงานแบบมีส่วนร่วมนะคะเนี่ยะ เพราะว่าจะประวัติการทำงานร่วมกันมา ถ้าเขาไม่มีส่วนร่วม เขาก็จะไม่ค่อยวางใจเราเท่าไร อิ อิ
  • ตอนนี้ก็มีแผนแล้วละค่ะ
  • ว่า วันถัดไป ก็จะเดินทางไป รร.Ramada ด้วย subway แล้วก็ต้องเดินอีกนิดหนึ่ง เพราะว่า รร. ไม่ได้อยู่ในเส้นทาง subway ซะทีเดียว
  • วันต่อมา ก็จะต้องอพยพข้าวของย้ายไป เมือง sokcho ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกของเกาหลี กลับมาที่ Centralcity ที่เดิมนี่ละค่ะ เพื่อซื้อตั่วรถประจำทางที่วิ่งระหว่างเมือง แบบ express ไปเมือง Sokcho
  • รถวิ่งระหว่างเมืองที่นี่แจ๋วมากเลยนะคะ แบบว่า มีเขาก็ทะลุเขาไปเลย ไม่มีละค่ะ ที่จะวิ่งเวียนเขาแบบเมืองไทย เพราะฉะนั้นจะมีอุโมงค์ลอดใต้เขาเยอะมาก วิ่งประมาณ 4 ชั่วโมงก็ถึง ... ที่นั่งเขาใหญ่มาก นั่งสบาย เอนนอนได้ด้วยละค่ะ พักระหว่างทางให้ 15 นาทีค่ะ
  • ต่อจากเมือง sokcho ก็ต้องต่อรถไปเขา soeraksan ซึ่ง รร.ที่จองไว้อยู่ที่นั่น ใกล้ๆ เขา ... ตอนดูจากแผนที่เหมือนว่าไกลมากเลย แต่ไปจริงๆ แค่ 20 นาที ก็ถึงค่ะ ตรงนี้เรานั่งรถประจำทางในเมืองไป ราคา 1,000 วอน
  • ตอนเดินทางจริงๆ ขึ้นเขา ก็ 1,000 วอน ... เราก็ชะล่าใจอีกละค่ะ ว่า ในแผนที่ รร. ใกล้เขานะ ก็ไปลงสุดท้ายแล้วเดินกลับ แต่กลายเป็นว่า รถก็แล่นผ่าน รร. นะคะ เราก็ไม่ลง พอสุดทาง ปรากฎว่า อยู่ห่าง รร. 2 ป้ายรถเมล์ (บนเขานะคะ ใช้เวลาคงนานโข) ก็เลยคุยกับโชเฟอร์ ประสากระเหรี่ยงไทย โชเฟอร์คงสงสาร บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวนั่งลงขากลับไปด้วย ไม่คิดตังค์ (ตรงนี้สำคัญ เพราะเป็นเหตุให้ดิฉันทะเลาะกับคนขับรถโดยสารคนต่อมา) ... ตอนนี้ก็ถึง รร. โดยสวัสดิภาพ ... รร. ที่นี่ Sorak Park มีคาสิโนด้วยค่ะ แต่ดูคนไม่ค่อยคึกคักเท่าไร
  • เรากลับมา รร. ก่อน เอาของเก็บและก็เดินทางโดยรถโดยสารขึ้นเขา (แบบว่า 2 ป้าย) ตานี้ละค่ะ พอขึ้นรถ ก็จะจ่ายตังค์ เขาก็บอกว่า คนละ 1,000 วอน ... แหม เราก็คิดว่า คนขับโกง อะไร ต้นทางก็ 1,000 กลางทาง หรือจะถึงแล้วอยู่เนี่ยะ ก็ 1,000 พานจะไม่ยอมจ่ายละค่ะ ก็ต้องล้งเล้งๆ กันสักพัก แล้วเราก็แพ้ต้องจ่าย ... แบบนี้ไม่แฟร์เลยเน๊าะ
  • เหตุนี้ละคะ ทำให้ขากลับ ตัดสินใจเดินลงจากเขา เพราะไม่อยากเสียเงิน 1,000 วอน ... ไกลเหมือนกัน แต่ได้แรงฮึดค่ะ
  • นอนบนซอรัคซาน อากาศดีค่ะ ตอนนี้เกาหลีไม่หนาวมาก กำลังเย็นสบาย
  • เราค้างที่นั่นกัน 1 คืน แล้วก็กลับมาที่ Centralcity เพื่อหาซื้อของฝากกันที่นั่น และก็ขึ้นรถไปสนามบินอินชอนค่ะ

นี่ก็คือ เส้นทางการเดินทาง ... ตอนแรกยังกังวลอยู่ว่า แล้วเราจะไปกันยังไงหนอ เมือง sokcho เพราะไม่เห็นทางไปเลย ตอนแรกยังคิดว่า ไม่ไปละ ที่ Sorak Park เพราะว่าท่ามันจะขึ้นเขาเยอะ แล้วจะมีรถไปหรือ และคงแพงน่าดู จะเปลี่ยนใจเที่ยวในเมืองโซล และรอบเมืองจะดีกว่า แต่แฟนก็หาข้อมูลเพิ่มจากสมาชิกที่มาประชุมค่ะ เขา confirm ว่าไปไม่ยาก แถมเขียนภาษาเกาหลี ที่จะไปต่อรถที่เมือง sokcho มาให้ด้วย เผื่อว่าคนเกาหลีจะได้อ่านได้เข้าใจ ก็เลยตัดสินใจลุยละค่ะ ... พอคุ้นเคยก็ไม่ยากจริงๆ

เกาหลีอากาศดีค่ะ น่าเที่ยว แต่นี้ไปตอน spring นะคะ ไม่รู้ว่า น่าร้อน หรือน่าหนาว เขาจะเป็นอย่างไร