อุทยานการเรียนรู้ TKpark -- Thailand Knowledge Park นับเป็นนวัตกรรมการศึกษาอันหนึ่งซึ่งหาได้ยากในเมืองไทย

สำนักงานอุทยานการเรียนรู้เกิดจากความต้อง การสร้าง "ห้องสมุดที่มีชีวิต มีการเปลี่ยนแปลง มีหนังสือดี ทันสมัยอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ตายตั้งแต่วันสร้าง" ที่สำคัญคือเพื่อส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านและการเรียนรู้ อย่างจริงจัง

มติ ครม. เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2547 ระบุว่า อุทยานการเรียนรู้ ได้รับความเห็นชอบหลักการจัดตั้งให้เป็นแหล่ง การเรียนรู้ ที่มีบรรยากาศสร้างสรรค์ ทันสมัย สะดวกในการเข้าถึง และใช้บริการ เพื่อปลูกฝังนิสัย รักการอ่าน ด้วยการเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเข้าร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ที่หลากหลาย...และเป็นห้องสมุดที่มี มากกว่าหนังสือ

คณะทำงานของ อุทยานการเรียนรู้ ได้ศึกษาเรื่องราวของการทำห้องสมุดให้มีชีวิต ในประเทศต่างๆ ซึ่งเห็นพ้องกันว่าการอ่านหนังสือเป็นพื้นฐานสำคัญยิ่งของการเรียนรู้ ตามมาด้วยการปฏิบัติให้รู้จริง เช่น ประเทศฝรั่งเศส (The Georges Pompidou Centre) ประเทศอังกฤษ (Idea Store) ประเทศญี่ปุ่น (Sendai Mediatheque) ประเทศสิงคโปร์ (Library@Orchard) และ จากการระดมความคิดร่วมกับเครือข่าย ทั้งผู้ใหญ่ และเยาวชน ซึ่งช่วยให้คณะทำงานตกผลึกความคิดในเรื่องของแนวทาง การจัดตั้ง ที่จะปลุกจิตวิญญาณ รักการอ่านหนังสือ ด้วยกิจกรรมสนุกสนาน และหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรม ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

ในขณะนี้ TKpark มีอยู่สองแห่ง คือในส่วนกลางที่กรุงเทพ และที่ยะลา ผมอยากให้มีการจัดตั้งห้องสมุดที่เป็นมากกว่าที่เก็บหนังสือขึ้นอีกมากๆ ในภูมิภาค แต่คิดว่าไม่ง่ายในทางปฏิบัติ เนื่องจากข้อจำกัดต่างๆ มากมาย

ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้ใหญ่ของ TKpark หลายท่าน เป้าหมายของ TKpark เน้นที่เด็ก รู้สึกยินดีที่ท่านเหล่านี้ เปิดรับความคิดเห็นใหม่ๆ ซึ่งก็มีคำถามฝากถามติดตามมาคือ

  1. ท่านคิดอย่างไรกับแนวคิดเกี่ยวกับ TKpark ซึ่งมีพันธกิจหลักอยู่ที่การส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง การรักการอ่าน การเรียนนอกห้องเรียน กิจกรรมสร้างสรรค์ที่หลายหลาย เสริมด้วย "ห้องสมุดมีชีวิต" ที่ไม่ทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องน่าเบื่อ
  2. มีหน่วยงานใดที่เห็นด้วยกับแนวการศึกษาและการสร้างทัศนคติในแนวนี้ อยากร่วมเป็นภาคี หรือให้ความสนับสนุน จัดกิจกรรมร่วมกันไหม (TKpark มีพันธมิตรอยู่มากแล้ว แต่สามารถรับได้อีก เพื่อกระจายวิธีการออกสู่ส่วนภูมิภาค)
  3. ท่านเห็นอย่างไรกับ TKpark มีข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างไรบ้าง; คำว่าเห็นหมายความว่าท่านเคยไปเยี่ยม TKpark แล้ว อาจจะพาลูกหลานไป หรือเคยไปร่วมสัมนา/กิจกรรมต่างๆ ที่ TKpark จัดเองหรือจัดร่วมกับพันธมิตรต่างๆ ในอดีต; หากท่านยังไม่เคยไปเยี่ยมและอยู่ไม่ไกลเกินไป ผมแนะให้ลองหาเวลาแวะไปครับ

ความคิดเห็นต่างๆ ที่ปรากฏในบันทึกนี้ จะส่งตรงไปยัง TKpark ในโอกาสต่อไป; ไหนๆ ก็เป็นผู้เขียนบันทึกนี้ ผมมีความเห็นในเบื้องต้นอย่างนี้ครับ

  • เว็บดูสวยดี แต่ช้ามาก; อาจจะมีประสิทธิภาพดีในกรณีที่ใช้สำหรับเครือข่ายภายใน แต่ความล่าช้าในการโหลดจากภายนอก จะทำให้ผู้ใช้ที่เข้ามายังเว็บเบื่อ และมองข้ามคุณค่าที่เว็บเสนอให้ไปหมด; หากมีการแยกเว็บระหว่าง local กับ remote access น่าจะดีกว่านี้
  • ในอนาคต เชื่อว่าความรู้ที่อยู่ในพหุสื่อ (multimedia) จะมีมากขึ้น จึงไม่เหมาะอีกต่อไปที่จะรวมศูนย์ทุกอย่างไว้ที่ TKpark; เรื่องนี้ต้องแยก ระหว่างการจัดเตรียมพหุสื่อซึ่งอาจเตรียม-ประเมินจากศูนย์กลางได้ ออกจากการกระจายความรู้เหล่านี้ ไปสู่เด็ก/ห้องสมุด/ภาคีในวงกว้าง (content delivery)
  • สมาชิก ดิจิตอลทีเคพาร์ค (สมาชิกแบบผ่านทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ไม่เสียค่าใช้จ่าย) ซึ่งจำเป็นต้องมีบัญชีผู้ใช้ผ่านเข้าใช้ิบริการ อย่างน้อยน่าจะให้เห็นได้ก่อนว่าเมื่อสมัครแล้ว จะสามารถเข้าถึงอะไรได้บ้าง รายการหนังสือใน e-Library/รายการวิดีทัศน์ก็ยังดี
  • อยากเห็นกิจกรรมเหล่านี้มากขึ้น
    • ที่เรื่องที่สร้างเสริมความภูมิใจในตนเอง (self-esteem) เสริมด้วยแรงจูงใจในทางบวก (การยอมรับ ความชื่นชม) เช่นการประกวดที่ไม่ใช้รางวัลเงินสดเข้าล่อ
    • กิจกรรมจิตอาสาซึ่งเกิดได้นอก TKpark แต่ TKpark เผยแพร่ให้เป็นแบบอย่างสำหรับผู้อื่น
    • ให้คุณค่ากับ original content ซึ่งมาจากการค้นคว้าหาความรู้ มากกว่าการตัดปะ ซึ่งนอกจากจะพัฒนาความรู้ในเด็กแล้ว ยังช่วยฝึกทักษะทางภาษา และกระบวนการคิดอีกด้วย