UKM-10 ปิดฉากลง(28.พ.ค.2550) ด้วยความปลื้มใจของผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ โดยเฉพาะที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งคงเป็นเจ้าภาพ มวล. ที่ทำงานสอดคล้องประสานกันได้ดีมากครับ  ช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้เจ้าภาพก็ใจดีจัดโปรแกรมทัวร์ให้ เริ่มต้นที่เวลาประมาณ 14.00 น. โดยมีชื่อทริปนี้ว่า "นั่งรถชมเมือง เล่าเรื่องลิกอร์" ผู้ร่วมขบวนได้นั่งรถของเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชซึ่งต่อพ่วงเป็นขบวน ผมได้ยินครั้งแรกก็นึกแปลกใจว่า "ลิกอร์" ที่จริงแล้วคืออะไรกันแน่ อาจจะเป็นชื่อสถานที่สำคัญ บุคคลสำคัญ หรืออะไรก็ไม่อาจคาดเดาได้  พอได้นั่งรถชมเมืองไปสลับกับการเล่าเรื่องของคุณลุงไกด์ (ขออภัยไม่ทราบชื่อ) ซึ่งมีลีลาการเล่าได้อย่างประทับใจ สนุกสนาน ถูกอก-ถูกใจผู้ร่วมขบวนนั่งรถฯ เป็นอย่างมาก เริ่มการชมเมืองที่ถนนสายหลักในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ผ่านย่านชุมชน การค้าของชาวไทยที่ถึงแม้จะต่างเชื้อชาติ ศาสนา(ที่มีอย่างน้อย 5 ศาสนา) คุณลุงเล่าว่านี่แหละคือที่มาแห่งคำว่า "เมืองพระ" พระ คือพระธรรมคำสั่งสอนที่มาจากศาสนาทั้ง 5 นี้เอง แต่ก็อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ  ร่มเย็น ผ่าน..วัด มัสยิด และสถานที่สำคัญๆ อีกมากมาย (จำได้ไม่หมด)

คลายข้อสงสัย ... “ลิกอร์” (Ligor) 

เป็นชื่อที่พ่อค้าชาวโปรตุเกสซึ่งเข้ามาติดต่อค้าขายกับไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น คือในสมัยรัชกาลของสมเด็จพระรามาธิบดีที่สอง หรือเมื่อ พ.ศ. 2061 อันเป็นชาวยุโรปชาติแรกที่ได้เข้ามาติดต่อค้าขายกับไทยใช้เรียกตามพรลิงค์หรือนครศรีธรรมราช และพบว่าที่ได้เรียกแตกต่างกันออกไปเป็น “ละกอร์” (Lagor) ก็มี

นักปราชญ์สันนิษฐานว่า คำว่า “ลิกอร์” นี้ชาวโปรตุเกสคงจะเรียกเพี้ยนไปจากคำว่า “นคร” อันเป็นคำเรียกชื่อย่อของ “เมืองนครศรีธรรรมราช” ทั้งนี้เพราะชาวโปรตุเกสไม่ถนัดในการออกเสียงตัว “น” (N) จึงออกเสียงตัวนี้เป็น “ล” (L) ดังนั้นจึงได้เรียกเพี้ยนไปดังกล่าว แลัวในที่สุดชื่อ “ลิกอร์” นี้กลายเป็นชื่อที่ชาวตะวันตกรู้จักกันดี

ในจดหมายเหตุของวันวลิต (Jeremais Van Vliet) พ่อค้าชาวดัทช์ซึ่งเป็นผู้จัดการห้างฮอลันดา และเข้ามาประเทศไทยในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองก็ได้เรียกเมืองนครศรีธรรมราชว่า “ลิกูร์” (Lijgoor Lygoot)

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จอห์น ครอวฟอร์ด (John Crawfurd) ฑูตชาวอังกฤษที่เป็นตัวแทนของบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษเข้ามาเจรจากับรัฐบาลไทยก็เรียกนครศรีธรรมราชว่า “ลิกอร์”

แม้แต่ในปัจจุบันนี้ชาวตะวันตกก็ยังใช้ชื่อนี้กันอยู่ อย่างชื่อศิลาจารึกหลักที่ 23 ที่พบ ณ วัดเสมาชัย (คู่แฝดกับวัดเสมาเมือง ต่อมารวมกับบางส่วนเป็นวัดเสมาเมือง) อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช นั้น ชาวตะวันตกและเอเชียรู้จักกันในนาม “จารึกแห่งลิกอร์” (Ligor Inscription) นอกจากนี้ยังเรียกด้านที่ 1 ของศิลาจารึกหลักนี้ว่า “Ligor A” และเรียกด้านที่ 2 ว่า Ligor B “ ดังนั้นนอกจาก “ตามพรลิงค์” แล้ว ชื่อเก่าของนครศรีธรรมราชอีกชื่อหนึ่งที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในระยะหลัง คือ “ลิกอร์”

ขอขอบคุณ...
-เจ้าภาพ มวล. และผู้ประสานงาน
-คุณลุงไกด์
-เทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช
-เพื่อสมาชิก UKM