ทำไมโรงพยาบาลไม่มีโครงการบัตรประกันสุขภาพ ๕๐๐ บาทแบบเมื่อก่อนอีก ??

วันนี้ได้รับฟังเสียงครวญ ชวนคิดถึง "บัตรประกันสุขภาพ" ของชนกลุ่มน้อย จากชาวบ้านไร้สัญชาติคนหนึ่ง ที่เคยได้รับประโยชน์จากการประกันสุขภาพประเภทนี้ ในการผ่าตัดรักษาความเจ็บป่วยจากน้ำท่วมปอดจนหายดี

ลุงอาเชอเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนลุงจ่ายเงินซื้อประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลเป็นเงินปีละ ๕๐๐ บาท ใช้กับสมาชิกในครอบครัวได้ ๕ คน แต่พอนายกทักษิณมามีนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรคให้คนไทย ลุงก็เลยไม่มีโอกาสได้หลักประกันสุขภาพนี้ด้วย เพราะลุงยังไม่มีสัญชาติไทย ลุงตั้งคำถามที่ฉันตอบไม่ได้ว่า "ทำไมโรงพยาบาลไม่มีโครงการบัตรประกันสุขภาพ ๕๐๐ บาทแบบเมื่อก่อนอีก ??" ทุกวันนี้ลุงและครอบครัวเลยไม่ได้ไปโรงพยาบาล เจ็บป่วยก็ทานยาแก้ปวดอยู่ที่บ้าน เพราะกลัวไม่มีเงินจ่าย

จากการสำรวจข้อมูลในพื้นที่ช่วงนี้ ฉันพบว่า ปัญหาการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพยังคงเป็นปัญหาหลักของคนไร้สัญชาติ และเป็นเป้าหมายของชีวิตที่อยู่ดีมีสุขของชาวบ้าน...ที่ยังมาไม่ถึง

ฉันกำลังคิดถึงการจัดสวัสดิการด้านสาธารณสุขสำหรับคนไร้สัญชาติ ซึ่งจากประสบการณ์อันน้อยนิด ฉันเห็นว่าที่ผ่านมาและที่เป็นอยู่ที่ฉันเห็นมี ๓ รูปแบบ

(๑) บัตรประกันสุขภาพ ๕๐๐ บาทของโรงพยาบาล แบบที่ชาวบ้านชนกลุ่มน้อยบนพื้นที่สูงหลายพื้นที่เคยใช้

(๒) แบบที่องค์กรที่ฉันทำงานอยู่เคยจัดสวัสดิการร่วมกับชาวบ้าน โดยการให้ชาวบ้านร่วมกันสมทบ และองค์กรร่วมสมทบเท่ากับเงินที่ชาวบ้านร่วมกัน จัดเป็นกองทุนสุขภาพชุมชน ให้ชาวบ้านหยิบยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ย

(๓) แบบที่ฉันเคยเห็นในพื้นที่สึนามิ ที่มีองค์กรเอกชนที่ช่วยเหลือชาวมอแกน ทำบัตรสุขภาพให้ชาวมอแกนรักษาฟรี โดยองค์กรนั้นเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายกับทางโรงพยาบาลแทนทั้งหมด

เชื่อว่ามีรูปแบบดีๆ ที่น่าเรียนรู้อีกมาก จึงอยากขอรบกวนผู้มีประสบการณ์ในพื้นที่ต่างๆ ช่วยแบ่งปัน หรือแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการด้านนี้ เพื่อจะได้นำมาปรับใช้เพื่อชีวิตที่อยู่ดีมีสุข อย่างน้อยก็เรื่องสุขภาพดีถ้วนหน้าของชาวบ้านที่ยังไร้สิทธิด้านอื่นๆ อีกหลายๆ ด้าน