เมื่อเราระลึกรู้และไม่หลงลืมถึงสัจธรรม ความจริง มิตรแท้ซึ่งคือ ความตาย เราจะสงบ อ่อนโยน มีความสุขได้ง่าย ๆ กับสิ่งใกล้ตัว..

ประโยชน์ของความตาย

อ่านบทความของพระไพศาล วิสาโล เกี่ยวกับเรื่องนี้ เผชิญความตายอย่างสงบ

ในนี้ 

ในบทความพระอาจารย์สอนถึงประโยชน์ของความตาย

จึงนำมาเป็นชื่อบันทึกค่ะ

  

 ประโยชน์ของความตาย เมื่อเรากล้าและรู้จักคิดคำนึงถึงความตายทุกเวลานาที วันนี้ไม่ผัดผ่อนไม่คิด หรือกลัวไม่อยากคิดถึงความตาย โดยพระอาจารย์ยกคำคมชาวธิเบตมาไว้ในบทความด้วย

"ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้หรือชาติหน้าใครจะมาถึงก่อน"

เราจะเกิดปัญญา ความสงบ และความตระหนักรู้ในเรื่องจริง สัจธรรม มิตรแท้ของทุกคนซึ่งก็คือ ความตาย นั่นเอง

เราจะเริ่มที่ตระหนักและกระทำการต่อไปนี้

  •  ทำให้เราลงมือขวนขวายในเรื่องที่เคยผัดผ่อน ทำงานสำคัญ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไปเยี่ยมดูแลพ่อแม่ พูดคุยกับลูกรัก สำนึกรู้คุณค่าความดีคนแห่งความรัก และทะนุถนอมน้ำใจกัน

  

  •  ทำให้เราปล่อยวางสิ่งหรือวัตถุที่ชอบยึดติด ทรัพย์สมบัติ แก้วแหวนเงินทอง บ้านเรือน เราเอาไปไม่ได้ ใคร ๆ ก็รู้

  

  •  ทำให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่แล้วมากขึ้น คนในครอบครัว เพื่อน พี่น้อง เราอาจต้อง จาก กันโดยไม่ทันได้ร่ำลา ไม่มีแม้คำสัญญาว่าจะพบกัน ไม่มีแม้อ้อมกอด ก่อนลาไกลนิรันดร์
     

“ทำไมความตายจึงเป็นเรื่องที่ควรเรียนรู้ ?
คำตอบคือ มันคือความจริงแท้ของชีวิต
ต้องเกิดขึ้นกับทุกคนแน่นอน
แต่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร
วันนี้หรือพรุ่งนี้ก็อาจเป็นได้
แต่คนเรากลับพยายามทำเป็นหลงลืม
หรือไม่อยากนึกถึงความตายเพราะกลัว
จนทำให้เราไม่กล้าเผชิญหน้ากับความตาย”

(จากบทความของพระอาจารย์)

เมื่อเรานั่งตรึกตรอง คิด

เราเองทำงานวนเวียนอยู่กับ ร่างกายของผู้ตายอย่างใกล้ชิด ผ่าศพพิสูจน์หาสาเหตุการตายเชิงวิชาการเมื่อครั้งวัยทำงานเยาว์กว่านี้ จำได้ว่า การทำงานตามหน้าที่ หาสาเหตุของความตายให้ได้ และศึกษาย้อนหลังถึงประวัติที่ผู้ป่วยมีอาการของโรค การรักษาที่ได้รับ ส่วนใหญ่เป็นคนไข้เรื้อรัง เบาหวาน โรคความดันสูง โรคหัวใจ ป่วยด้วยโรคที่เกิดจากเชื้อโรคแปลก ไม่ธรรมดา หรือป่วยเป็นโรคมะเร็งทำให้เรา ปลง ได้

เรารู้สึกว่า บางครั้ง บ่อยครั้งหรือจริง ๆ แล้วทุกคน มีวิบากกรรม มีหน้าที่ มีชีวิตที่ถูกโปรแกรมมาแล้ว เราฝืนชีวิตไม่ได้โดยเด็ดขาด

แต่เราเลือกที่จะดำเนินชีวิต ให้ถูกต้อง ได้

เราเลือกที่จะพยายามดูแลรักษาร่างกายตน ชีวิตจิดใจของตนให้ดี อยู่บนทางสายกลางได้

จำได้ว่า เราเกิดปัญญาระดับต้น ในวัยขนาดนั้น วัยเริ่มทำงาน

มาวันเวลาห้วงนี้

เมื่อโชคดี เปิดพบบทความนี้ เผชิญความตายอย่างสงบ เมื่ออ่านและจดบันทึกออกมาไว้เป็นข้อคิดเตือนตน เตือนใคร ๆ ที่ใกล้ชิด ไว้เขียนเป็นจดหมายส่งเพื่อให้ลูกชายได้อ่านบ้าง จึงคิดว่า เขียนบันทึกด้วยน่าจะดี  

เพราะถ้าเราระลึกรู้และไม่หลงลืมถึงสัจธรรม ความจริง มิตรแท้ซึ่งคือ ความตาย

เราจะสงบ อ่อนโยน มีความสุขได้ง่าย ๆ กับสิ่งใกล้ตัว

ไม่ต้องรอ


เพราะไม่แน่ว่า วันพรุ่งนี้และชาติหน้าใครจะมาถึงก่อน

 

ความตาย มิตรแท้ที่เราทุกคนมี

 


ทะเล Atami ญี่ปุ่นค่ะ