สองวันก่อน เจ้าหน้าที่ของคณะโทรสายในว่า "อาจารย์ป๊อปค่ะ...มีโทรจากต่างประเทศมาค่ะ..."
ผมตื่นเต้น เพราะเป็นโทรจากต่างประเทศ แต่ผมไม่รู้เรื่องอะไร สามเดือนหลังจากกลับมาจาก Perth ผมกำลังติดต่อกับ Journal Publication อยู่สองที่ Biographical Accrediction อยู่หนึ่งที่ และกำลังรอผล Thesis Examination Report จากอาจารย์ของผม
ไม่แน่ใจว่า เป็นความรักของ Prof Tanya Packer ที่มีต่อลูกศิษย์คนแรกที่อาจารย์เป็น Principle supervisor of PhD thesis และอาจารย์ก็เป็นแม่พิมพ์ของผมในด้านการศึกษา การวิจัย และคุณธรรมครับ ผมรับสายของอาจารย์ด้วยความปลื้มปิติ อาจารย์บอกว่า "I have great news, POP.....both examiners reported your thesis with passed conditionally.....Congratulation....Would you be having a celebration with your Mom? ...." และอาจารย์ก็ไม่ลืมที่จะพูดถึงคุณแม่ของผม ที่มีอายุใกล้เคียงกันกับอาจารย์ มีความเป็นผู้นำและผู้ให้คำปรึกษาที่ดีมากๆ เหมือนกัน
และด้วยความคาดหวังมากเกินไปว่า thesis น่าจะ passed unconditionally แต่ผมลืมคิดอีกมุมหนึ่ง คือ ผมน่าจะเป็นนักเรียนไทยคนแรกที่จบโทและเอก ในระบบออสเตรเลีย ด้วยระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี ในขณะที่บางท่านจบเอกอย่างเดียวด้วยเวลาเกิน 5 ปี
เอาหละ รู้สึกดีใจขึ้นมาแล้วครับ แต่ก็เครียดเล็กน้อย เพราะผมมีงานประจำ 2-3 งานที่กำหนดส่งภายในเดือนนี้ แต่อาจารย์และแม่ของผม จนถึงเพื่อรักของผมที่ไทยและออสเตรเลียก็ให้กำลังใจว่า ค่อยๆทำ แบ่งเวลาให้ดี ใจเย็น เรียงลำดับงานสำคัญก่อนหลัง สู้ๆ นะ....ยินดีด้วยจ๊ะ.......
เอาหละ....สัจธรรมแห่งการเรียนรู้ของผม ว่าที่ดอกเตอร์ทางกิจกรรมบำบัดทางจิตสังคม ยังคงดำเนินต่อไป
คำแนะนำของอาจารย์ examiner อ่าน thesis ของผมด้วยเวลา 3 เดือนเต็ม พร้อมมีข้อแนะนำมากกว่า 20 หน้า ....ผมพบว่าวัฒนธรรมของชาวต่างชาติที่มีความเป็นครูที่ดี ได้แสดงข้อความที่เป็นกำลังใจตลอดเวลาที่ให้คำแนะนำในแต่ละส่วนของ thesis ที่หนาถึง 200หน้า
ดีใจที่ตนเองทำได้ และภูมิใจที่ได้เห็นกำลังใจจากผู้คนที่มีความดี มีเมตตาให้กำลังใจผม ....เมื่อแก้ไข thesis เสร็จ คงราวๆ ต้นปีหน้า ผมคงได้กลับไปรับปริญญาดอกเตอร์ด้วยตนเอง ....ผมขอบันทึกไว้ว่าดอกเตอร์ที่นำหน้า คงเป็นเครื่องเตือนใจให้ผมต้องเรียนรู้และวิเคราะห์เหตุการณ์ในปัจจุบันให้เป็นระบบตลอดเวลา เพื่อนำมาสร้างการจัดการความรู้และแลกเปลี่ยนกับผู้คนในหลายๆระดับ แล้วรวมพลังพัฒนาชาติไทยและพี่น้องร่วมโลกต่อไป......ที่สำคัญปรัชญาชีวิตที่ดีสามารถทำให้เราดำเนินตนเพื่อให้มีปริญญาชีวิตในทุกๆวันที่ผ่านไป คุณคิดว่าอย่างไรครับเพื่อนๆของผม
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
ยินดีด้วยคะ ตอนนี้นิวยังเป็นวุ้น อยู่เลยยย แบบนี้ต้องเตรียมฉลอง ๆๆๆๆๆ...เย้ ๆๆๆ ดร.คนใหม่ของเรา..เย้ ๆๆๆ
ผมไม่ค่อยจะเข้าใจเลยนะครับ ว่า สิ่งที่อาจารย์ได้มานั้น มันใช้ทำไรได้บ้าง
ผมอาจจะไม่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับ ประโยชน์ของการศึกษาปัจจุบันมาก่อน แต่ผมคิดว่า มันก็น่าจะมีเหตุผลเดียวกันกับที่เราต้องเขียนกฏหมายใหม่ ๆ มา และต้องเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ๆ มา เพราะว่า คนเราชอบทำอะไรก็ได้ในสิ่งที่ไม่ได้ถูกกำหนด เฉกเช่น วุฒิทางการศึกษา
ผมต้องขอโทษด้วย หากการแสดงความคิดเห็นของผมทำให้อาจารย์หรือใครหลายคน รู้สึกไม่ดี
ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ
บันทึกของอาจารย์น่ารักมากเลย มี Positive thinking ที่น่าเอาเป็นแบบอย่างมากๆ ค่ะ
ขอบคุณสำหรับคำทักทายยินดีจากเพื่อนๆ ทุกท่านครับ...อ. Kai อ.ย่ามแดง อ.ขจิต คุณไปอ่านหนังสือ น้องนิว คุณอุทัย คุณสมพร และ อ. จันทรรัตน์ ....
ขอส่งความสุขและความสำเร็จแด่ทุกท่านเนื่องในโอกาสใกล้ถึงวันปีใหม่ไทยครับ
ยินดีด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ และขอชื่นชมในความตั้งใจที่ประกาศไว้ ขอเป็นกำลังใจให้อย่างเต็มที่ค่ะ
พวกเราที่จบดอกเตอร์กันมาแล้วนี้ จะตอบคำถามคุณ อุทัย อาวรณ์ ว่าอย่างไรกันดีค่ะ อ.ป๊อบ
ผมขอแสดงความยินดีมากๆครับ อ.ป๊อบ
ขอบคุณพี่โอ๋ พี่สาวที่รักผู้คอยแนะนำสิ่งดีๆ และให้กำลังใจผมเสมอครับ โดยเฉพาะจุดประกายให้ผมเขียนบล๊อกผ่าน G2K
ขอบคุณคุณเอก เพื่อนรัก ที่ให้กำลังใจมาตลอดตั้งแต่รู้จักผ่าน G2K ตอนเรียนอยู่ที่ Perth
ยินดีด้วยคนครับ...
กับรางวัลจากความม่งมั่นและตั้งใจครับ...
พี่โอ๋ได้จุดประกายให้ผมลองตอบคุณอุทัย
เริ่มละครับ ผมเคยอ่าน paper หนึ่ง ชื่อ PhD is not a Noble Prize.....แล้วก็เข้าใจว่า What is a PhD prize?
การเรียนจนได้รับปริญญาเอกนั้น มันไม่ใช่แค่เพียงใบปริญญาเท่านั้นครับ และผมไม่อาจเรียกว่าจะนำใบปริญญานี้ไปใช้ทำอะไรบ้าง ปริญญานี้ไม่ใช่เครื่องมือใดๆที่เราต้องนำไปใช้อะไร แต่ผมอยากให้มองอีกด้านหนึ่ง คือ คุณค่าของการพัฒนาตนเองขณะเรียนปริญญาเอก เป็นช่วงเวลาที่ผมได้เรียนรู้และนำกลับมาพัฒนาน้องๆ อาจารย์รุ่นใหม่ให้รู้จักคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ความรู้ต่างๆ (ไม่จำเป็นต้องเป็นความรู้ใหม่เสมอไป) มาใช้ประโยชน์แก่คนไทยและสังคมไทยมากที่สุด
คงสงสัยว่าทำไมเรียนปริญญาเอกแล้วเรารู้จักคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ความรู้มากขึ้น เพราะวิธีการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง พร้อมๆกับการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับอาจารย์ที่มีความรู้จริงและมีคุณธรรม ผมได้ศึกษาคุณลักษณะของอาจารย์ที่ประสบความสำเร็จในการทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาสังคม
ผมไม่ได้เรียนรู้ที่จะสร้างความรู้ใหม่อย่างเดียว หากแต่ผมได้เรียนรู้ว่าการจะพัฒนาเรื่องใดๆในสังคม ต้องมีระบบและกระบวนการคิดเพื่อหาหนทางที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกวิธี มากกว่าที่จะแก้ไขปัญหาโดยไม่มีการคิดทบทวนนั้นเอง
แม้ว่าผมจะได้ดอกเตอร์ แต่ผมก็ต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอทั้งความรู้เฉพาะทางและความรู้แห่งการดำเนินชีวิต (โลกและธรรม) และพยายามสร้างโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้คนทุกๆระดับ เพื่อสร้างสรรค์และบำเพ็ญประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ ต่อไปครับ
A PhD Prize is a development of your learning and living skills!
ขอบคุณคุณ Direct ครับผม
ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจในครั้งนี้ด้วยนะคะ ขอให้อาจารย์ประสบความสำเร็จต่อไปในทุกๆด้าน ยินดีด้วยมากๆ ค่ะ :)
ปล.กำลังเรียนป.เอกเหมือนกัน แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะถึงดวงดาวอย่างอ.ป๊อปมั่งนะคะ เหนื่อยจังค่ะ แต่จะพยายามสู้ต่อไปค่ะ สู้เค้าชิสุกะ ฮ่าๆๆๆ
การเรียนป.เอก ยังไม่จบสิ้นง่ายๆ ครับ เพราะเราได้พัฒนาทักษะการจัดการความรู้ของตนเองอยู่ตลอดเวลา
ต้องปรับใจให้มีความสุขกับการเรียนครับ แล้วต้องแบ่งเวลาพักผ่อน หาโอกาสให้รางวัลกับตนเองบ้างก็ดีเหมือนกันครับ
ขอให้ประสบความสำเร็จครับคุณ Yuijomza
Congratulation ka.
ขอบคุณครับ ว่าที่ ดร. น้องส้ม