เมื่อวันที่ ๔ ก.ค. ๕๔  ดิฉันและคุณครูจากโรงเรียนเพลินพัฒนารวม ๙ คน  มีโอกาสได้ไปฟัง Prof. Masami ISODA จาก University of Tsukuba ประเทศญี่ปุ่น บรรยายเรื่อง “หนังสือเรียนคณิตศาสตร์ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหา (Mathematics Textbook focus on Problem Solving) เพื่อพัฒนาการฝึกหัดครูและวิชาชีพครู” ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต

 

กิจกรรมครั้งนี้จัดโดย ศูนย์วิจัยคณิตศาสตร คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความเข้าใจที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์

 

ผศ.ดร.ไมตรี  อินทร์ประสิทธิ์   ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคณิตศาสตร กล่าวในช่วงแรกก่อนการบรรยายว่าของ Prof. ISODA ว่ากระบวนการพัฒนาครูด้วย Lesson Study และการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบ Open Approach นี้เป็นการยกคุณภาพชั้นเรียนได้รวดเร็วที่สุด ด้วยการนำเอาผลของการปฏิบัติมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และมีนวัตกรรมคือตัวหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหามาช่วยพัฒนาการปฏิบัติที่ชัดเจน

 

การทำงานในรูปแบบนี้เป็นการทำงานที่แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นการใช้งานภาคปฏิบัติปฏิวัติสถาบันผลิตครู  ไม่ได้พัฒนาจากโครงสร้าง 

 

แต่เดิมงานที่ทำในสถาบันผลิตครูไม่สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนเลย ตัวหลักสูตรสถานศึกษาที่ทำกันอยู่ก็เป็นการเขียนขึ้นมาโดยไม่มีประสบการณ์จากห้องเรียนมารองรับ  ทำให้หลักสูตรที่เขียนขึ้นไม่สามารถนำลงสู่การปฏิบัติในระดับโรงเรียนได้จริง

 

การพัฒนาครูต้องมีนวัตกรรมที่ชัดเจน  Lesson Study และ Open Approach เป็นกระบวนการที่ช่วยให้ครูได้เรียนรู้ตลอดชีวิต และสร้างให้ผู้เรียนมีความสามารถที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต

 

นวัตกรรมจากการปฏิบัติ หรือการพัฒนางานจากภาคปฏิบัติรายวันด้วยกระบวนการ Lesson Study เป็นงานง่ายที่ต้องอาศัยเวลา แต่จะส่งผลกระทบไปยังองคาพยพทั้งหมด โดยอาศัยการเรียนรู้ร่วมกันอย่างจริงจังของกลุ่มครูที่มีความเอาใจใส่ในงานอย่างสม่ำเสมอ ญี่ปุ่นทำมาร้อยกว่าปีแล้ว

 

การสร้างครูต้องทำทั้งในมุมของ Teacher Education / Teacher Development และ Teacher as a researcher คือการสร้างครูให้เป็นนักวิจัย ที่ญี่ปุ่นจึงเรียกแผนการเรียนรู้ว่าแผนวิจัย

 

ครูจะเปลี่ยนมุมมองของตัวเองได้อย่างไร และอะไรคือเครื่องมือ 

 

การผลิตครูรุ่นใหม่ ที่มีความสามารถในการเรียนรู้เป็นกลุ่ม และมีความสามารถในการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบ Open Approach ให้มาเป็นคู่เรียนรู้กับครูรุ่นเก่า เป็นแนวคิดที่ทางศูนย์วิจัยคณิตศาสตรใช้อยู่ โดยการส่งนักศึกษาครู (intern) ไปทำงานกับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ โดยที่ตัวนักศึกษาเองต้องรู้จักกับ Lesson Study และ Open Approach ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นปีที่ ๑

 

การทำงานในระบบนี้เริ่มตั้งแต่การวางแผนการเรียนรู้  สังเกตชั้นเรียน และการสะท้อนผล เพื่อให้เกิดการพัฒนางานภาคปฏิบัติรายวันที่เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ

 

รู้จักห้องเรียนของตัวเอง

 

การที่ครูจะตระหนักชัดว่านักเรียนแต่ละคนคิดอะไรได้ วัฒนธรรมในห้องเรียนต้องเปลี่ยนไป  ทุกวันนี้ครูไม่เคยเห็นต้นทุนวิธีคิดของเด็ก และไม่ได้เชื่อมโยงสิ่งที่เด็กคิดเข้าไปในแผนการเรียนรู้

 

ในการจัดการเรียนรู้แบบ Open Approach ครูจะใช้เวลาจำนวนมากนอกห้องเรียน เวลาในชั้นเรียนจะเป็นเวลาของเด็ก ไม่ใช่เวลาของครู  แต่ครูจะใช้ช่วงเวลานี้สร้างการเรียนรู้ที่เด็กไม่ต้องพึ่งครู และทำให้พวกเขาเรรียนรู้เองได้ ทั้งจากการทำงานแก้โจทย์สถานการณ์ปัญหา  การทำงานกับคู่  การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนที่คิดอะไรแปลกไปจากที่ตนเองคิด

 

ถ้าครูทำได้เช่นนี้ครูกำลังสอนวิธีคิดให้กับนักเรียน กำลังสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับชั้นเรียน และกำลังสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ครูควรทำ มากกว่าการสอนเนื้อหาให้ครบ