ฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่เย็น ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าจะพักที่ไหน เดินเตร็ดเตร่อยู่ในโรงเรียนพักใหญ่คณะครูของโรงเรียนก็เชิญพวกเราไปพักที่บ้านพักครูหลังหนึ่งที่ว่างลงเพราะครูเพิ่งย้ายออกไป  

     บ้านพักที่ไม่มีคนอยู่ดูทรุดโทรมเป็นธรรมดา ภารกิจแรกจึงได้แก่ การเก็บกวาดทำความสะอาด พอให้มีที่ซุกหัวนอน ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าบรรดาเครื่องนอนต่าง ๆ จะหาได้จากที่ไหน มีเพียงบ้านโล่ง ๆ

     ไม่ได้คาดหวังว่าจะพบความสะดวกสบายอยู่แล้ว แต่ก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะทุลักทุเลได้ถึงเพียงนี้

     ด่านแรกในการสอบอารมณ์ สำหรับการมาจัดกิจกรรมจิตอาสา “GotoKnow Camp” ครั้งที่ ๖ สำหรับผมถือว่า “สอบผ่าน” เช่นเดียวกับทีมที่มาร่วมทุกคน ไม่มีใครบ่นหรือเปรยให้ได้ยินถึงความยากลำบาก

 

โรงเรียนบ้านเกาะหมากน้อย ตั้งอยู่บนเกาะห่างจากแผ่นดินพอมองเห็นลิบ ๆ ใช้เวลาเดินเรือราว ๔๕ นาทีในยามคลื่นลมปกติ และจะนานกว่านั้นหากเผชิญคลื่นลมแรง  

     ทีมงานเลือกโรงเรียนนี้ทำค่ายฯ เพราะอยากให้โอกาสเด็ก ๆ ซึ่งไม่ค่อยจะมี

     ชุมชนบ้านเกาะหมาก เป็นชุมชนมุสลิมขนาดใหญ่ ชาวบ้านทำประมงพื้นบ้านเป็นอาชีพหลัก บางรายที่พอมีที่ดินก็ทำสวนยางควบคู่กันไป

     ชาวบ้านเกือบทั้งหมดส่งลูกหลานเรียนในโรงเรียนฯ ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสฯ เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึง ม.๓ มีชาวบ้านเพียงบางส่วนที่พอมีฐานะดี จะส่งลูกหลานไปเรียนข้างนอก

     ครูในโรงเรียนเกือบทั้งหมดเป็นครูรุ่นหนุ่มสาวที่มาบรรจุใหม่ และเมื่อครบกำหนดย้ายได้ ก็มักจะทำเรื่องย้ายขึ้นฝั่ง กลับออกไปหาความก้าวหน้าให้ตัวเองตามครรลอง ดูเหมือนว่าจะมีครูเพียงสองคนที่ผูกรักสมัครใจอยู่ที่นี่โดยไม่คิดจะย้ายหนีไปไหน คนนึงใกล้เกษียณรอมร่อ อีกคนหนึ่งเพิ่งมาอยู่ได้ไม่กี่ปี

 

กิจกรรมจิตอาสา “GotoKnow Camp” ซึ่งมีต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ ๖ ยังยึดหลักการเดิมคือ ใช้จ่ายอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวในเรื่องที่จำเป็น

     ใครมาร่วมได้ก็มาช่วยกัน ใครพร้อมจะสนับสนุนในทางใดทางหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคน รบกวนทรัพยากรจากทางโรงเรียนให้น้อยที่สุด ไม่แบมือขอเงินจากหน่วยงานฯ

     เป็นเพราะการจัดกิจกรรมมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงิน ที่มาของเงินคือการทำเสื้อขาย ซึ่งได้กำไรมาไม่กี่หมื่นบาท เงินก้อนนี้เป็นค่าใช้จ่ายจัดค่ายมาคราวนี้เป็นหนที่สอง

     ที่สำคัญคือทำให้เรื่องการจัดค่ายฯ เป็นเรื่องง่าย ๆ แต่ไม่มักง่าย

     รูปแบบกิจกรรมก็ยังยึดแนวทางตั้งแต่การจัดในคราวแรก คือ (๑) เน้นกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้ (๒) เรื่องราวของชุมชนเป็นเนื้อหาความรู้

     กระบวนการเรียนรู้ที่นำมาใช้ในค่ายฯ เป็นไปตามหลักหัวใจนักปราชญ์ คือ “สุ จิ ปุ ลิ” คือมุ่งเน้นการฝึกฝนให้เด็กในเรื่อง การฟัง การคิด การถาม และการเขียน

     ส่วนเนื้อหา ก็เป็นเรื่องราวความรู้ต่าง ๆ ในชุมชน ทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ ตำนาน-นิทาน-เรื่องเล่า ประเพณี-พิธีกรรม การละเล่น อาชีพ หรือภูมิปัญญาต่าง ๆ ฯลฯ  

 

GotoKnow Camp” คราวนี้แปลกไปกว่าคราวอื่นด้วยมีผู้มาร่วมค่อนข้างอุ่นหนา ทีมงานอีกเกือบ ๑๐ คนมาจากปลายด้ามขวานทอง อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี

     เยาวชนชายทั้ง ๗ คน คือ แกนนำเยาวชนจากต่างหมู่บ้านในเขต อ.กะพ้อ นำทีมโดยพี่เลี้ยงของเขา ซึ่งก็คือนักจิตวิทยาประจำโรงพยาบาลกะพ้อ ๒ ท่าน และพยาบาล APN หนึ่งเดียวในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ที่มาร่วมเรียนรู้ด้วยจาก ร.พ.รามัน

     ทีมงานจากปลายด้ามขวานเหล่านี้ ไม่เพียงสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้สนุนสนานเท่านั้น แต่ยังช่วยเป็นพี่เลี้ยงกระตุ้นการเรียนรู้ของน้อง ๆ ในแต่ละกลุ่มได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย

     หลายคนจึงกลายเป็นขวัญใจของน้อง ๆ ไปโดยปริยาย ในวันที่พี่ ๆ ร่ำลากลับบางคนถึงกับร่ำให้

 

ในระหว่างค่ายฯ การพบปะพูดคุยของคนต่างถิ่นที่มาร่วมเป็นทีมงาน การเข้าอกเข้าใจกันนำไปสู่มิตรภาพและเอื้ออารีย์ กิจกรรมที่จะต่อเนื่องจากคราวนี้จึงถูกกำหนดขึ้นในอีกราวหนึ่งสัปดาห์ถัดมา เข้าทำนอง “ตีเหล็กตอนร้อน” 

     เรานัดกันว่าจะไปจัดเวทีพูดคุยกันว่า “ทำอย่างไรจะสร้างเครือข่ายเยาวชนในพื้นที่ อ.กะพ้อ ? และจะทำให้มันเข้มแข็งได้อย่างไร ?”

     ต่างคนต่างก็มีการบ้านของตัวเอง

     เยาวชนทั้ง ๗ คน ซึ่งเป็นตัวแทนแต่ละหมู่บ้าน ก็จะไปชักชวนเพื่อน ๆ ในหมู่บ้านอีก ๔- ๕ คน มาร่วมวงการพูดคุย

     พี่เลี้ยงฯ จากโรงพยาบาล ก็จะไปเตรียมความพร้อมขอใช้สถานที่ เตรียมหาข้าวปลาไว้เลี้ยงต้อนรับผู้ที่จะมาร่วมวงพูดคุย ฯลฯ

     ทีมงานที่จะลงไปช่วยจัดกระบวนการพูดคุย ก็ต้องทำการบ้านว่าจะออกแบบกิจกรรมอย่างไร จึงจะสามารถตอบโจทย์ได้อย่างมีชีวิตชีวา

 

ไม่น่าเชื่อว่าความสัมพันธ์ของคนที่ไม่เคยรู้จักและพบหน้าค่าตาที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ใน “GotoKnow” จะสามารถสร้างมิตรภาพและนำไปสู่การร่วมแรงร่วมใจกิจกรรมสร้างสรรค์ได้ต่อเนื่องมากว่าขวบปี...

     ในครั้งที่ ๖ นี้ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมีมากมาก ไม่ว่าจะเป็นกัลยาณมิตรจำนวนมากที่ช่วยอุดหนุนซื้อเสื้อ จนทำให้ทีมงานพอมีค่าใช้จ่ายเดินทางไปทำกิจกรรมโดยไม่ต้องควักกระเป่ามากนัก 

     นอกจากนั้นยังได้รับความช่วยเหลือจากน้องเดย์ ซึ่งอยู่สายการบินนกแอร์ ช่วยประสานงานและจัดการเรื่องการเดินทางให้ 

     พี่หนูรี ช่วยส่งขนมแสนอร่อยมาให้ลังใหญ่ ๆ รับประทานกันทั้งค่าย ทั้งวิทยากร ทีมงานและเด็ก ๆ ขนมชุดนี้อร่อยเป็นพิเศษ เพราะทำจากใจ

     ขอบคุณทุกท่านด้วยบันทึกนี้ครับ...

 

.