ส่วนใหญ่แล้วที่ใช้เวลากันค่อนข้างมาก ก็เนื่องมาจากทำวิทยานิพนธ์กันไม่เสร็จ เมื่อเรียน course work จบแล้ว ก็มักจะหายไปทำงานขาดการติดต่อกับอาจารย์ที่ปรึกษา ...

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาดิฉันพบว่านักศึกษาที่เรียน ป.โท ที่ภาควิชาฯ มักใช้เวลาเรียนกันประมาณ ๓ ปีขึ้นไป มีน้อยคนนักที่จะจบป.โท ตามกำหนดเวลา คือ ๒ ปี

ส่วนใหญ่แล้วที่ใช้เวลากันค่อนข้างมาก ก็เนื่องมาจากอาจารย์ที่ปรึกษามีจำนวนน้อย นักศึกษาไม่มีหัวข้อวิทยานิพนธ์ ทำวิทยานิพนธ์กันไม่เสร็จ เมื่อเรียน course work จบแล้ว ก็มักจะหายไปทำงานขาดการติดต่อกับอาจารย์ที่ปรึกษา ทำให้เรียนจบช้า บางคนก็มาเร่งทำตอนเทอมสุดท้าย เดือดร้อนทั้งอาจารย์ทั้งตัวนักศึกษาเอง ทำให้คุณภาพผลงานไม่ดี หรือบางครั้งก็เรียนไม่จบ เพราะหมดเวลา ๔ ปีไปเสียก่อน เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย เพราะมีการลงทุนทั้งฝ่ายผู้เรียนและฝ่ายสถานศึกษาไปเยอะแล้ว

ประสบการณ์ส่วนตัวตอนเรียนโท ต่างประเทศพบว่าสาเหตุที่ทำให้เรียนจบได้ตรงเวลาก็คือ ตัวหลักสูตร เพราะหน่วยกิตที่เรียนน้อยกว่าประเทศไทย ทรัพยากรที่ใช้ในการทำ project มีพร้อม ทั้งห้องสมุด ห้องปฏิบัติการ รวมถึงอาจารย์ที่ปรึกษาก็ค่อนข้างพร้อมที่จะให้คำปรึกษา แถมยังได้ตีพิมพ์ผลงานลงระดับ journal ด้วยในเวลาอันสั้น ทั้งนี้คาดว่าเป็นเพราะเรื่องที่ศึกษาทันการณ์และน่าสนใจ ประกอบกับชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยและอาจารย์ที่ปรึกษาที่เคยตีพิมพ์ใน Journal นั้นๆ มาก่อน และอีกประการที่สำคัญมากๆ คือเรียนเต็มเวลาและค่าเรียนค่ากินอยู่แพงกว่ามากๆ คงมัวอู้ไม่ได้

ดิฉันมีประเด็นอยากจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อ่านดังนี้

๑. ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา ป.โท ในประเทศตามประสบการณ์ของท่าน (ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้เรียน หรือ อ.ที่ปรึกษา) ใช้เวลาประมาณเท่าใด

๒. สาขาที่เรียน เป็นสาขาใด

๓. สาเหตุที่ทำให้ใช้เวลาเรียนตามข้อ ๑ เป็นเพราะอะไร เช่น หลักสูตรเหมาะสม หน่วยกิต มีการจัดหัวข้อวิทยานิพนธ์ให้นักศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษาให้คำปรึกษา ดี/ไม่ดี ทรัพยากรที่ต้องใช้ในการศึกษาพร้อม/ไม่พร้อม เป็นต้น

๔. ข้อมูลประกอบอื่นๆ เช่น ข้อมูลประเภทของสถานศึกษา รัฐ/เอกชน ฯลฯ

ฝากคิดเป็นประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สำหรับผู้ที่สนใจกันด้วยค่ะ