ไปเที่ยวป่าชุมชนกันไหมคะ

 

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

พาเด็กๆลูกเสือและยุวกาชาดชั้นป.3 ไปเข้าค่ายมาค่ะ

เป็นค่ายกลางวัน ไปเช้าเย็นกลับ

ครั้งนี้เราไปกันที่นี่ค่ะ

 

ขึ้นชื่อว่าป่าชุมชนสภาพแวดล้อมก็ต้องเป็นป่า จริงไหมคะ

ทั้งๆที่ก่อนจะเข้าเขตป่าชุมชนยังเป็นหมู่บ้านอยู่เลย

แต่พอเข้าไปได้ไม่ถึง 500 เมตร แทบจะเหมือนหลุดเข้าไปยังอีกโลกหนึ่งเลย

ชาวบ้านแถบนี้เค้าให้ความสำคุญกับป่าแห่งนี้มากเลยค่ะ

ป่าชุมชนที่นี่ เคยมีรายการโทรทํศน์มาถ่ายสารคดีหลายครั้งแล้ว

และที่นี่ก็เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีแห่งหนึ่งสำหรับเรียนรู้นอกห้องเรียน

ได้เป็นอย่างดีทีเดียวเชียวหล่ะค่ะ เด็กๆชอบกันมาก

เหมือนได้มาผจญภัยในโลกกว้างกัน

 

พาเด็กๆเดินสำรวจสถานที่ต่างๆในป่าโดยมีไกด์นำทาง

ที่เป็นคนในท้องถิ่นนั้น ได้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรเยอะแยะมากมาย

ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าที่เดินๆผ่านไปตามทางนั้น

คุณจะสามารถเจอสมุนไพรหลายชนิด

นี่ถ้าไม่มีผู้เชียวชาญไปด้วยแล้วหล่ะก็

คงไม่มีทางรู้ได้เลยว่าต้นไหนเป็นสมุนไพรบ้าง

 

เดินเข้าป่าไปเรื่อยๆ ใจนึงก้อดคิดไปไม่ได้ว่า จะเผลอหลุด

เข้าไปยังอีกมิติหนึ่งเหมือนละครเรื่อง "หุบเขากินคน"

สงสัยจะติดละครมากไปหน่อยเลยคิดเป็นตุเป็นตะ

เกริ่นมาตั้งยืดยาว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

เราไปบุกป่า ผ่าดง ( สมุนไพร ) กันเถอะค่ะ

 

ก่อนออกเดินทาง กิจกรรมเกริ่นนำเล็กน้อย

 

ครั้งแรกที่มาถึงก็ตื่นตาตื่นใจซะแล้ว

ดีหน่อยที่เป็นครูยุวกาชาด ใส่กางเกงขายาวมาได้

ขาเลยไม่โดนหญ้า + ยุง ทำร้าย อิอิ

ส่วนครูลูกเสือ  . . ใส่กระโปรงค่ะ

 

วิทยากรท้องถิ่นทั้งสามท่านกำลังแนะนำตัวและแนะนำสถานที่

 

ดูดีดีแทบไม่รู้เลยนะคะว่า ต้นพวกนี้เป็นสมุนไพรทั้งนั้น

มีต้นโด่ไม่รู้ล้มด้วยหล่ะค่ะ  ดีนะที่เค้าไม่อนุญาตให้นำสมุนไพรออกมา

ไม่งั้นคงหายไปหลายต้น 55555

 

นอกจากจะมีสมุนไพรเยอะแยะมากมายแล้ว

ยังมีต้นไม้ และแมลงแปลกๆหลายชนิดอีกด้วย

เจ้าตัวเหลืองๆนั่น ท่าทางคล้ายแมงมุมค่ะ

 

" ป้าวี " วิทยากรท้องถิ่นกำลังให้ความรู้แก่เด็กๆเกี่ยวกับสมุนไพร

ต้นที่ป้าวีกำลังถือนั่นก็คือ ต้นสาปเสือค่ะ ใช้ห้ามเลือดเวลามีบาดแผล

 

ชมความงดงามของธรรมชาติกันนะคะ

สิ่งที่มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้สร้างขึ้น สวยงามตาม แปลกตาดีจังค่ะ

 

นอกจากจะมีความสวยงามและน่าสนใจแล้ว

ยังแอบมีอันตรายแฝงอยู่ตามต้นไม้ต่างๆด้วยนะคะ

ที่เห็นเป็นเหมือนรังผึ้งนั่นคือรังต่อค่ะ

ดีนะคะที่เราได้รับคำเตือนจากวิทยากรก่อนแล้วว่านั่นคือรังต่อ

ทั้งครูและนักเรียนยังไม่อยากวิ่งผลัด 4X100กัน

จึงต้องพยายามหลบเลี่ยงเจ้าพวกนี้ ไม่ไปทำร้ายหรือไปยุ่งเกี่ยวกัน

โชคดีค่ะที่ไม่มีใครได้รับอันตรายจากต่อพวกนี้

 

และนี่ก็เป็นบริเวณบ้านที่ไปขอเค้าเข้าห้องน้ำกันค่ะ

ลืมถ่ายรูปบ้านมาให้ดูกัน เป็นบ้านที่ใช้ชีวิตพอเพียงมากๆ

อยู่ได้โดยการปลูกข่าขาย เลี้ยงวัว เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา

บ้านนี้ไม่มีไฟฟ้านะคะ แต่มีแผงโซล่าเซล รอบๆบ้านไม่มีบ้านหลังอื่นๆอยู่เลย

คุณลุงเจ้าของบ้านบอกว่า อยู่ที่นี่จนชินถ้าให้กลับเข้าไปอยู๋ในเมืองอีกคงไม่ไหว

เป็นชีวิตที่สงบสุขจริงๆเลยนะคะ อากาศดีมาก รอบๆรายล้อมไปด้วยภูเขา

 

คุณลุงเจ้าของบ้านมีเจ้าพวกนี้เป็นเพื่อนค่ะ

พุดเดิ้ลตัวน้อยนั่นชื่อเจ้ากาแฟ

ส่วนเจ้าตัวโตสีดำชื่อเจ้าอั๋น

แล้วก็น้องแมวน้อยขวัญใจอิชั้นชื่อเจ้าหมอก

ทั้งสามตัวอยู่ด้วยกัน รักกันมากติดกันเป็นตังเมเชียวค่ะ

ถ้าเรียกกาแฟมาถ่ายรูปโดยที่ไม่เรียกเจ้าอั๋นด้วย

มันจะน้อยใจแล้วรีบมาหาประมาณว่า ถ่ายด้วยๆๆแบบนี้อ่ะค่ะ

 

ก่อนกลับ มอบของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆ

พร้อมคำขอบคุณจากตัวแทนลูกเสือ ยุวกาชาด

และคำอวยพรดีดีจากวิทยากรทั้งสามท่าน

 

 

เสร็จจากการเข้าค่ายคราวนี้

รู้สึกรักป่า รักน้ำ ขึ้นอีกเยอะ

อยากให้เมืองไทยมีป่าแบบนี้เกิดขึ้นอีกหลายๆแห่งค่ะ

อย่างน้อย ก็จะได้ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้บ้าง นะคะ

 

 

 

 

 

ป.ล

เล่าเรื่องจากภาพยาวอีกตามเคย

ใครโหลดรูปนานต้องขออภัยด้วยนะคะ