ถ้าเราเข้าใจต้นเหตุแห่งทุกข์ เราก็จะสามารถดับทุกข์ได้ เพราะทุกข์ต่างๆ นั้น เป็นทุกข์ที่เกิดกับตัวเรา ไปแก้ที่อื่นไม่ได้...

<h4>ดอกแก้ว</h4>

ดิฉันมักได้ยินคนพูดคำว่า อยากได้ โน่นได้นี่ อยากมี... โน่นมีนี่ หรือ อยากเป็น โน่นเป็นนี่ เสมอ... แม้กระทั่งตัวเองก็พูด..

</span><h4> เรียกได้ว่า เราเป็นมนุษย์คงหนีไม่พ้นเรื่องเหล่านี้ ที่มีความอยาก…มันห้ามไม่ได้ </h4><h4> บางคนบอกว่าความอยากเป็นเรื่องที่ดี เพราะความอยากทำให้เกิดการพัฒนา เกิดความก้าวหน้า แม้นหลวงปู่ชา ก็เคยบอกว่าพระพุทธเจ้าเองก็อยาก.. อยากหลุดพ้น อยากสงบ.. </h4><h4> แต่”ความอยาก”ที่ตั้งใจกล่าวถึงในบันทึกนี้เป็นความอยากทั่วไป เช่น อยากได้(ของชิ้นใหม่) อยากเป็น(คนมีชื่อเสียง) อยากมี(บ้านสวยๆ)...โดยรวมแล้วคนทั่วไปจะอยากรวยนั่นเองจะได้มาสนองกิเลสข้างต้น เพราะส่วนใหญ่คิดว่าเงินสามารถสนองได้หมด… </h4><h4>ตราบใดที่เป็นปุถุชน ก็ไม่แปลกที่จะอยาก เพราะเป็นธรรมชาติ แต่ที่สำคัญคือ…</h4><h4 align="center"> จะสนองความอยากนั้นด้วยวิธีการอะไร.. </h4><h4> ดิฉันพบว่าคนที่มีความอยากเหล่านี้ ส่วนมากคิดแต่เป้าหมาย แต่ไม่คิดวิธีการ เช่น </h4><blockquote><h4> ทำการค้าแล้วอยากรวย ก็อาจเอาเปรียบลูกค้า เช่น โกงตาชั่ง เพื่อเอากำไรเพิ่ม  ในส่วนของลูกค้า อยากรวยก็พยายามซื้อของในราคาถูกที่สุด ขอของแถมให้มากที่สุด ขอลดราคาให้มากที่สุด ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าจะกินหรือใช้หมดหรือไม่ ขอเยอะๆ ไว้ก่อน…  </h4></blockquote><blockquote><h4>หรือทำธุรกิจ อยากรวย ก็เอาเปรียบพนักงาน เพื่อลดต้นทุน แล้วพนักงานก็อาจจะคิดว่าให้เงินแค่นี้ ก็ทำแค่นี้ ไม่สนใจถึงผลกระทบ…</h4></blockquote><h4>จริงๆ แล้วมีอีกมาก.. หลายๆ ท่านคงนึกออก..และเคยประสบกับตนเองมาแล้ว.. มีทั้งเรื่องทั่วๆไป อย่างที่ยกตัวอย่าง จนกระทั่งถึงเรื่องที่ส่งความเสียหายในระดับชาติ</h4><h4> สรุปแล้วความอยากที่คิดถึงแต่เป้าหมาย ไม่ได้ให้อะไรกับใครเลย มีแต่เสียกับเสีย... </h4><h4> แต่ถ้าเรามีความพอ มีความอยากแต่พอดี..ปัญหาเหล่านี้อาจลดลงไปได้บ้าง </h4><h4> ถ้าเราเข้าใจว่าธรรมชาติของคนแบบนี้ คือมีความอยาก.. เราก็จะเข้าใจต้นเหตุ และหาทางแก้ปัญหา (ดับทุกข์) โดยลดความอยาก หรือกิเสสได้  แต่ต้องรู้ว่าแก้คนอื่นยาก ต้องเน้นแก้ที่ตัวเราก่อน.. </h4><h4> ดิฉันเคยเป็นทุกข์มากเพราะเห็นความอยากแบบผิดๆ ของคน เห็นผลที่เกิดขึ้นคือ เขาได้สิ่งที่เขาอยาก แต่บนเส้นทางที่เขาเดินไปสู่จุดหมายของเขา เขาทำลายอะไรหลายๆ อย่างในภาพรวม.. </h4><h4> ดิฉันก็คิดว่าไฉนคนทำชั่ว จึงได้ดี...  ตอนนี้มีปัญญาขึ้นอีกหน่อย เห็นเหตุและผล รู้ว่าตัวเองทุกข์กับเรื่อง คนชั่วได้ดี นั้นไม่มีประโยชน์อะไร เราเองก็ไม่รู้หรอกว่าเขาอาจทุกข์อยู่ก็ได้ และก็ไม่รู้ว่าเขาจะประสบกับกรรมที่เขาทำเอาไว้วันไหน.. แล้วทำไมเราจะต้องให้เรื่องนี้มามอดไหม้ใจเราด้วย…เพราะกรรมที่เขาก่อ ก็เกิดแล้ว..เราแก้ไม่ได้..แล้วจะไปเสียใจ ทุกข์ใจให้เสียเวลาทำไม.. </h4><h4> ดังนั้น ถ้าเราเข้าใจต้นเหตุแห่งทุกข์ เราก็จะสามารถดับทุกข์ได้ เพราะทุกข์ต่างๆ นั้น เป็นทุกข์ที่เกิดกับตัวเรา ไปแก้ที่อื่นไม่ได้  </h4><h4> เริ่มต้นที่ความอยาก แต่จบที่ดับทุกข์ หวังว่าคงไม่ได้ทำให้ใครสับสนนะคะ ; ) </h4>