Output สำคัญของ UKM 11 คือ “ชมรม (CoP) นักเชื่อมโยงวิชาการกับชุมชน” ดังนั้นวิทยากร และผู้เข้าร่วมการสัมมนาจึงควรเป็น “คุณกิจตัวจริง” ทางด้านนี้

         UKM 10 “Good governance” ที่มี ม.วลัยลักษณ์เป็นเจ้าภาพ (27 – 28 พ.ค. 50 ณ โรงแรมแกรนด์ ปาร์ค จ.นครศรีธรรมราช) สำเร็จลุล่วงด้วยดี ระหว่างที่ทำ AAR มีผู้เข้าร่วมสัมมนาชื่นชมและขอบคุณเจ้าภาพกันอย่างล้นหลาม ต่างประทับใจในการประสานงานและการเตรียมการตั้งแต่ก่อนเข้าร่วม ประทับใจในการต้อนรับจนกระทั่งส่งขึ้นเครื่องกลับ

         ในนามของผู้ประสานงานหลัก UKM และผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งหมดขอถือโอกาสนี้ชื่นชมและขอขอบคุณเจ้าภาพ ม.วลัยลักษณ์อีกครั้งหนึ่ง

         UKM11 "การเชื่อมโยงวิชาการกับชุมชน" (เชื่อมโยงภูมิปัญญาสากลกับภูมิปัญญาท้องถิ่น) ที่จะมี ม.ราชภัฏมหาสารคามเป็นเจ้าภาพ (23 – 24 ส.ค. 50 ซึ่งอาจต้องเดินทางกันตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. 50 ณ โรงแรมตักศิลา จ.มหาสารคาม) คาดว่าจะเป็นการสัมมนาที่น่าสนใจและประสบความสำเร็จมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง

         จากการประชุม business meeting (ระหว่าง UKM 10) และจากการปรึกษาหารือกันหลังจากนั้น ผมขอสรุปแนวโน้มลักษณะการสัมมนาใน UKM 11 เพื่อสมาชิกทุกสถาบันจะได้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมและเตรียมตัวเข้าร่วมแต่เนิ่นๆ ดังนี้

         1. Output สำคัญของ UKM 11 คือ “ชมรม (CoP) นักเชื่อมโยงวิชาการกับชุมชน” ดังนั้นวิทยากร และผู้เข้าร่วมการสัมมนาจึงควรเป็น “คุณกิจตัวจริง” ทางด้านนี้

         2. เน้นการเชื่อมโยง (บริการวิชาการ) โดยใช้ Learning mode (ไม่ใช่ Training หรือว่า Teaching mode)

         3. วิทยากรที่จะมาช่วย “จุดประเด็น” ในช่วงเช้าวันแรกอาจจะมี ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ อาจารย์ทรงพล เจตนาวณิชย์ และ คุณเดชา ศิริภัทร

         4. ในช่วงบ่ายของวันแรกจะมีผู้เข้าร่วม ลปรร. (storytelling) สถาบันละ 10 คน เช่นเคย ภายใน 10 คนนี้ อาจแบ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย 5 คน นิสิต (ป.ตรี โท เอก) 2 คน และ ผู้แทนจากชุมชน 3 คน (อัตราส่วนนี้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นมากๆ ด้วยครับว่าเหมาะสมหรือไม่ ?)

         5. ผู้ประสานงาน UKM และผู้สนใจของแต่ละมหาวิทยาลัยสามารถเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ หรือบางท่านอาจเข้ากลุ่ม ลปรร. ด้วยก็ได้โดยใช้กติกาเดิมครับ

         6. ภายในบ่ายวันแรกจะมีการสกัด KSF และ KA และ Core competence "การเชื่อมโยงวิชาการกับชุมชน" ออกมาให้เสร็จเรียบร้อยเลย

         7. เช้าวันที่สองตั้งใจว่าจะจัดสรรเวลาให้ผู้แทนแต่ละกลุ่มที่จะมาเล่าเรื่องที่เป็น Best practice อย่างเต็มที่ โดยตัดการเล่าภาพรวมของแต่ละกลุ่มออก (นำเสนอใน blog แทน)

         8. AAR เพื่อนำไปสู่การจัดตั้ง “ชมรม (CoP) นักเชื่อมโยงวิชาการกับชุมชน” และความเป็นไปได้ของเวทีจริงและเวทีเสมือนที่สมาชิกชมรมจะได้มีโอกาสพบปะ ลปรร. กันเป็นระยะๆ และเพื่อเปิดโอกาสให้มีสมาชิกใหม่เข้ามาสมทบเพิ่มเติมด้วย ที่สำคัญคือ น่าจะได้ประธานชมรม หรือผู้ประสานงานชมรมด้วย ผมมองว่าชมรม หรือ CoP ที่ก่อเกิดในลักษณะนี้น่าจะเป็น "ทายาท" ที่จะช่วยสืบสานเจตนารมณ์ของ UKM ในยุคหรือก้าวต่อๆ ไป ให้ดียิ่งๆ ขึ้น (ในรอบปีที่ 4 เป็นต้นไป)

         9. ทั้งหมดนี้เป็นแนวความคิดเบื้องต้น อยากให้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นให้มากที่สุดเพื่อทางเจ้าภาพ ม.ราชภัฏมหาสารคามจะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการเตรียมการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกท่านทุกฝ่าย ผมขอขอบคุณล่วงหน้าในทุกข้อเสนอแนะครับ

         วิบูลย์ วัฒนาธร

.