เคยได้ยินคำนี้มานานแล้ว แต่ไม่เคยสัมผัสด้วยตัวเอง ว่าเขาทำกันยังไง กระบวนการหาโจทย์เอง ตอบโจทย์เอง ดูแล้วคล้ายตอนทำวิทยานิพนธ์เหมือนกัน

       สำหรับการพัฒนา BU Inno Fa ในช่วงที่จะเรียกว่าสุดท้ายก็ได้ ถ้าไม่นับการให้อาวุธในการไปทำโครงการ ครั้งนี้ผู้ร่วมกระบวนการของเราเหลืออยู่ไม่ถึงสามสิบชีวิต เนื่องจากมีหลายคนติดภารกิจที่บริษัท พวกเรามาศึกษา และเรียนรู้กันที่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม  เคยมาเที่ยวแบบฉาบฉวย ไปเช้าเย็นกลับทางรถยนต์ส่วนตัว แต่ครั้งนี้นั่งรถตู้จากบริษัทมา ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่าๆ

     กิจกรรมที่พวกเรามาทำในช่วงสามวันตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาจนเดินทางกลับวันนี้ช่างมากมาย และมีคุณค่ามากจริงๆ เริ่มตั้งแต่วันแรก ได้ไปเยี่ยมชมบ้านที่ทำชามเบญจรงค์ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าเกรด A ทำมานานหลายสิบปี เคยทำของที่ระลึกให้ผู้นำแต่ละประเทศที่มาประชุม APEC เมื่อปี 2003  จากนั้นก็ไปดูเขาทำน้ำตาลมะพร้าว ทำบ้านทรงไทยจำลองในแบบต่างๆ  ความรู้ที่ได้ในช่วงนี้หลากหลายดี ยังไม่รู้จะเอาไปใช้ประโยชน์อะไร แต่ก็จดบันทึกสิ่งที่ได้รับรู้ไปก่อน 

     เสร็จจากไปดูงานที่ต่างๆ ก็เข้าที่พักซึ่งเป็นรีสอร์ทแบบบ้าน ดัดแปลงมาจากบ้านของคนในท้องถิ่นคลองลัดอัมพวา ดูแปลกแตกต่างจากบ้านพักนักท่องเที่ยวทั่วไป ได้บรรยากาศบ้านริมคลองที่ครั้งหนึ่งเคยสัมผัสสมัยยังเด็ก ตอนไปเยี่ยมยาย ทำให้รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

   

  ช่วงบ่ายวันแรก ไปเที่ยววัดจุฬามณี อยู่ในคลองลัดอัมพวาเลยบ้านพักไปไม่ไกล ที่วัดนี้ยังเก็บศพของอดีตเจ้าอาวาสท่านก่อนมรณภาพไปยี่สิบปีแล้ว แต่ไม่เน่าเปื่อย เล็บยังยาวออกมาได้ (งง) ในโบสถ์งดงาม ตกแต่งด้วยการลงรักลวดลาย ปิดทอง จากนั้นเรือก็แล่นผ่านหน้าบ้านพักไปออกแม่น้ำแม่กลอง แล้วก็เที่ยวอีกสองวัด คือวัดบางแคน้อย กับวัดบางกุ้ง  ที่วัดแคน้อยมีสถาปัตยกรรมไม้แกะสลัก บันทึกเรื่องราวประวัติของพระพุทธเจ้าสิบชาติ แล้วยังมีภาพอื่นๆ อีก   ไปจบการเที่ยววัดสุดท้าย ชื่อวัดบางกุ้ง เคยเป็นที่ที่พระเจ้าตากใช้ฝึกทหาร และต่อสู้กับพม่าสมัยอยุธยาตอนเสียกรุงครั้งที่ 2 ยังมีปืนลอดมาจากกำแพงวัดให้เห็นอยู่เลย วัดนี้มีต้นไม้มางอกอยู่บนโบสถ์ที่มีอายุเป็นร้อยๆ ปี รากของต้นไม้หยั่งลงมาถึงพื้นโบสถ์ด้านล่าง เป็นจุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว

    

     

 

         ช่วงกลางคืนหลังสองทุ่มนั่งเรือออกไปชมหิ่งห้อยที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ หิ่งห้อยจะชอบต้นไม้ที่โตในน้ำกร่อย มีใบปกคลุมมากมาย ตอนไปดูภาพจะคล้ายกับต้นคริสตมาสที่ประดับไปด้วยไฟกระพริบ ไม่สามารถถ่ายรูปติด เพราะไม่มีฝีมือ และกล้องก็ไม่ได้มีคุณสมบัติดีพอที่จะจับภาพได้

      วันที่สองพวกเราแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้เงินมาใช้จ่ายเป็นค่าทำโครงการ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร กลุ่มละ 3,000 บาท แต่ละกลุ่มต้องหาข้อมูลเพื่อตั้งหัวข้อเรื่องเองว่าจะทำอะไร แล้วจะพัฒนา หรือทำสิ่งใหม่ๆ ให้อัมพวาได้ไหม หรือจะนำสิ่งที่พบในอัมพวาไปประยุกต์ใช้ภายในบริษัทของเรา ดูแล้วไม่น่ายากที่จะหาโจทย์ แต่พอลงสนามจริง ใช้เวลาคิดพอสมควร ทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำ ทำตัวให้กลมกลืนกับชาวบ้าน เดินคุย นั่งเรือไปคุย นั่งรถข้ามอำเภอไปหาข้อมูล ตามแต่ใจจะสั่งเท้าให้เดินไป พวกเรากลับมาตอนกลางคืนมาเล่าสู่กันฟัง แต่ละกลุ่มไปไหน ไปทำอะไร ได้อะไรกลับมากันบ้าง ประสบการณ์ที่ได้หลากหลายประทับใจกันมาก เพราะชาวบ้าน ร้านตลาดที่นี่อัธยาศรัยดี มีน้ำใจ เป็นมิตรมาก พูดคุยกันอย่างสนิทสนม ทำให้เราได้ข้อมูลมากมาย

     วันสุดท้ายเป็นการนำเสนอผลงานที่พวกเราคิด ได้เป็นข้อเสนอแนะ แนวทางที่จะให้ผู้รับผิดชอบในชุมชนอัมพวา หรือภาครัฐนำไปสานต่อ ถ้าคิดว่าเป็นประโยชน์ เช่นโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  การดูแลรักษาความสะอาดของน้ำ การกำจัดขยะ การอนุรักษ์บ้านริมคลอง การท่องเที่ยวเพื่ออนุรักษ์หิ่งห้อย การใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาของชาวบ้าน และกลุ่มเราทำเรื่องการทำให้ชุมชนเจริญอย่างยั่งยืน ต้องดูแลทุกฝ่ายให้มีความสุข

     จากการมาลงภาคสนามครั้งนี้ ได้กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง  ได้ใช้ชีวิตที่แตกต่างในมุมของชุมชนริมคลอง มีโอกาสเห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้านจริงๆ  แลกเปลี่ยนทัศนคติความคิดเห็นกับคนค้าขาย ชาวบ้านธรรมดา หรือแม้แต่เพื่อนร่วมกลุ่ม และเพื่อนต่างกลุ่ม ที่สำคัญได้ใส่บาตรพระที่เดินผ่านหน้าบ้าน และได้เห็นพระสูงอายุพายเรือมาองค์เดียวเพื่อรับบาตร เป็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาหลายสิบปีแล้ว

     วันต่อไปจะเล่าการผจญภัยที่ไปตามล่าหาโจทย์ ว่ากลุ่มเราทำอะไรบ้าง กลุ่มอื่นๆ เป็นยังไงกันบ้าง คอยติดตามตอนต่อไปนะคะ