มีหลายคนแสดงความคิดเห็นว่า ความรักในวัยเรียนเป็นสิ่งที่ทำให้เสียการเรียน แต่บางคนก็แย้งมาดังๆ ว่า ใครบอก ความรักในวัยเรียนทำให้เกิดกำลังใจในการเรียน คุณคิดว่าแบบไหนถูกครับ

สำหรับผม เมื่อสมัยที่นั่งเรียนปริญญาโทอยู่ ผมเคยนำเรื่องนี้ให้มีการโหวตและแสดงความคิดเห็นกันในเวปของผม www.tonsonnet.com (ไม่ต้องเข้าไปนะครับ เพราะปิดไปแล้ว) เนื่องจากมีกรณีตัวอย่างเกิดขึ้นที่มอ.ปัตตานี ปรากฏว่า คนเข้าชมเวปกลับพากันมาต่อว่าผมที่ตั้งประเด็นอย่างนั้น ผมเป็นงงจริงๆ ครับ

มุมมองของผมเรื่องนี้มีดังนี้ครับ

ก่อนอื่นต้องนิยามคำว่าความรักให้ตรงกันก่อนนะครับ ผมนิยามความรักไว้ สองแบบครับ

แบบที่หนึ่งคือ ความรัก คือ "ฉันและเธอ เราคือคนๆ เดียวกัน" 

หรืออะไรทำนองนี้ หมายถึงความรักของวัยรุ่นหรือคนที่ยังไม่มีภาวะของความเป็นผู้ใหญ่พอ เห็นหน้ากัน ชอบหน้ากัน จีบกัน แล้วก็จบลงที่ไหนที่หนึ่งที่คิดว่าเป็นที่ลับพอสมควร หรือบางทีก็จงใจเปิดช่องให้ชาวบ้านได้ร่วมทัศนาด้วย หรือบ้างทีต้องมีการทำหลักฐานบางประการ (คล้ายๆ กับต้องมีหลักฐานสำหรับการประกันคุณภาพการศึกษา)

ความรักแบบนี้ ผมมั่นใจว่ามันคือปัญหาของการเรียน และของสังคม และผมเชื่อว่าทุกคนก็มองเหมือนกัน ตัวชี้วัดที่ชัดเจนคือ คลีนิกรับทำแท้งเถื่อน (เพราะคลีนิครับทำแท้งถูกกฏหมายยังไม่มีเป็นการเฉพาะครับ)

กับความรักในความหมายที่สองคือ

"ความรักคือความมั่นคงอันเกิดเนื่องจากการแต่งงานอย่างถูกต้อง"

ความรักแบบนี้ผมยืนยันอย่างแข็งแรงว่า จะทำให้การเรียนก้าวหน้าและประสบความสำเร็จในชีวิตครับ

ในมุมมองของผม ความรักกับการเรียนเป็นเรื่องที่ไปด้วยกันได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้สำเร็จการเรียนก่อนแล้วค่อยแต่งงาน

ทั้งนี้ด้วยวัยดังกล่าวเหมาะสมสำหรับสองอย่างนี้ครับ (หรือมีใครแย้ง) วัยนี้หน้าที่แรกคือการเรียน การศึกษาอันนี้ไม่มีใครคัดค้านแน่นอน

และหากท่านผู้อ่านทำใจเป็นกลางแล้วดูข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็จะบอกได้เหมือนกันว่าวัยนี้คือวัยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเจริญพันธุ์

ดังนั้น เรื่องของการทำแท้งเถื่อน การทดลองอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยาของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยหลายแห่งจึงปรากฏให้เห็นจนเป็นปกติจึงเกิดขึ้น เนื่องจากระบบการศึกษาของเราไม่ได้ตอบสนองต่อวัยเจริญพันธุ์ของพวกเขา

ผมจึงมาเจอมิติใหม่ที่มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ที่อนุญาตให้นักศึกษาแต่งงานได้ และเรียนได้ จะแต่งงานมาก่อนแล้วมาเรียน หรือเรียนๆ อยู่แล้วแต่งงานก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ

ที่สำคัญสำหรับที่มหาวิทยาลัยคือ อย่าทำให้ความรักของคุณเป็นแบบที่หนึ่งเท่านั้นเอง หากเป็นแบบที่หนึ่ง โทษคือไล่ออกสถานเดียวครับ และหากทราบภายหลังว่ากระทำดังกล่าวภายหลังคือการถอนปริญญาครับ

ผมมาทำงานที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีหลายครั้ง ที่นักศึกษาติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาให้ไปขออนุญาตกับผู้ปกครองเพื่อแต่งงาน ซึ่งถ้าผู้ปกครองนักศึกษาเห็นด้วยก็ไม่มีปัญหาครับ แต่งเลย แต่หากผู้ปกครองไม่เห็นด้วย นักศึกษาดังกล่าวจะได้รับการให้คำปรึกษาเพื่อป้องกันการกระทำที่อาจผิดระเบียบมหาวิทยาลัยและหลักคำสอนของศาสนาครับ

และจากสิ่งที่ผมได้รับรู้ผลมาในส่วนของที่มหาวิทยาลัยเองและมหาวิทยาลัยอื่นที่ใช้แนวคิดนี้เหมือนกัน ไม่เคยมีปัญหาใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผลการเรียนของนักศึกษาเลย แถมพบว่านักศึกษาบางคนยังได้เกียรตินิยมอีกต่างหาก

สรุปความคิดเห็นของผมในบล็อกนี้นิดหนึ่งนะครับ ว่า ผมอยากจะเสนอว่า หากเราทำให้ความรักของวัยเรียนเป็นเรื่องต้องห้าม และน่ารังเกียด ผลที่มักจะเจอคือ การแอบรัก แอบ.... แล้วก็เกิดปัญหา แล้วก็แอบแก้ปัญหาด้วยวิธีการผิดๆ

ในทางกลับกัน หากเรามีช่องทางออกสำหรับความรักของพวกเขา เส้นทางที่ยาวไกลของพวกเขาก็ยังสดใสและสวยงามครับ