
โครงการบ้านดิน
บ้านหนึ่งหลัง ต้องตัดต้นไม้ที่มีอายุครึ่งค่อนชีวิตของคน หรือระเบิดภูเขาหิน เพื่อนำมาสร้าง ป่าไม้หรือภูเขาหินเหล่านี้ คงไม่มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นแบบเดิมได้อีกต่อไป หนึ่งหลังที่ทำ สิบหลัง ร้อยหลัง ที่สร้างขึ้น ทำให้ป่าเขาและธรรมชาติที่มีอยู่น้อยแล้ว จะต้องหมดไป ลูกหลานของเราคงจะไม่มีโอกาส ได้เห็น ได้สัมผัสกับต้นไม้ใหญ่ ภูเขาหิน สิ่งเหล่านี้จะเป็นเพียงภาพหรือสิ่งที่จำลอง เอาไว้ให้พวกเขาเหล่านั้นได้ดูเท่านั้น <p> บ้านปกติหนึ่งหลัง มีอายุประมาณ 50 ปี ปูนจะเริ่มร่อน ตามกฏหมายต้องรื้อทิ้ง แต่บ้านดิน ที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นห้องแถว ที่ชาวจีนล่องตามน้ำโขง มาค้าขายและได้สร้างขึ้น ปัจจุบันมีอายุเกือบ 100 ปีแล้ว ถึงแม้ไม้ที่เป็นองค์ประกอบบางส่วนจะผุกร่อนไป แต่ในส่วนของดินก็ยังคงอยู่ ไม่เสื่อมสลาย บ้านดินจึงเป็นบ้านที่มีความคงทนแข็งแรง คุณภาพ เทียบเท่า หรือดีกว่าบ้านปกติ </p><p> </p><dd>บ้านดินถูกสร้างขึ้นมาโดยการเปลี่ยนรูปจากดินให้เป็นบ้านเท่านั้น เมื่อเราสร้างขึ้นแล้วไม่พอใจเราสามารถรื้อและสร้างใหม่ได้ทันทันที บ้านดินจะเปลี่ยนบ้านกลับเป็นดินดังสภาพเดิม มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “เมื่อรื้อลงบ้านดินสามารถปลูกผักได้ทันที” ชึ่งตรงกันข้ามกับบ้านปูน ที่ต้องเสียเวลาในการจัดการขยะปูนกองโต บ้านดินจึงเป็นบ้านที่เป็นมิตรกับธรรมชาติอย่างแท้จริง บ้านดิน มีอุณภูมิภายใน 24 - 26 องศาเซ็นเซียล ตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นอุณภูมิที่ มนุษย์สามารถอยู่ได้อย่างสบาย ไม่ต้องติดแอร์ อีกทั้งฝาผนังบ้านดินยังสามารถดูดซึมความชื้นได้ดี ดังนั้นบ้านดิน จึงช่วยปรับความชื้นภายในได้เป็นอย่างดี บ้านดินคือบ้านมีชิวิต สามารถหายใจได้ <p> ในประเทศเกาหลี เชื่อว่าธาตุที่อยู่ในตัวเราประกอบไปด้วย ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ สมัยนี้คนเราแทบจะไม่ได้สัมผัสกับดิน จึงทำให้ขาดสมดุลภายในร่างกาย การได้สัมผัสกับดิน จะทำให้เกิดความสมดุลขึ้น คนเกาหลียังเชื่อว่า ถ้าคนเราอยู่ในบ้านที่สร้างด้วยดินธาตุในดินจะระเหยแซกซึมเข้าสู่ร่างกาย ทำสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งอาจจะจริงตามที่ได้พบเห็น เดียวนี้คนเราป่วยเข้าโรงพยาบาลกันเป็นจำนวนมาก เพราะไม่ได้สัมผัสกับดิน บางคนยังกล่าวว่า บ้านปูนดูดพลังจากเราไปส่วนดินนั้นให้พลังกับชีวิต </p>
</dd><p> บ้านดินเป็นบ้านที่ราคาถูก ถ้าคิดเป็นสัดส่วนของบ้านปกติ บ้านดินจะใช้ทุนเพียง 30% ของบ้านปกติ ถ้าเราสร้างบ้านปกติหลังละ 4 แสนบาท บ้านดินที่สมบูรณ์แบบ จะใช้ทุนเพียง 1 แสนเศษเท่านั้น และบ้านดินยังใช้เวลาในการก่อสร้าง ประมาณ 3 อาทิตย์ </p><p> บ้านดินจึงเป็นอีกทางเหลือหนึ่งสำหรับคนที่อยากมีบ้าน บ้านปกติหนึ่งหลังอาจใช้เวลาในการสะสมทุนเพื่อก่อสร้าง 20 - 30 ปี หรือครึ่งหนึ่งของการมีชีวิต แต่บ้านดินหนึ่งหลังสามารถ สร้างได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ถ้าเราใช้เวลาว่างจากการทำงานเพียงแค่วันละ 2 - 3 ชั่วโมงในการสร้างบ้าน ในระยะเวลา 3 เดือน เราจะได้บ้านดินคุณภาพ ขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ได้โดยไม่ยาก </p><p> </p><dd>ด้วยเหตุที่นำดินเหนียวมาเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง จึงเป็นที่ติดปากและนิยมเรียกว่า “บ้านดิน” เพื่อให้สื่อถึงที่มา คุณค่า และความยั่งยืน จริง ๆ แล้ว บ้านดินเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมธรรมชาติ ที่มีแนวความคิดมาจากการใช้วัสดุในท้องถิ่นนำมาสร้างบ้าน อาคารที่พักอาศัย สำหรับประเทศไทยเรา นิยมเรียกงานแบบนี้ว่า “สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น” ที่หมายถึง สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้นในแต่ละท้องถิ่นที่มีลักษณะแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม เพื่อสนองความต้องการนั้น ๆ รูปแบบของสิ่งก่อสร้างอาจจะพัฒนาไปจากรูปแบบเดิม เพื่อให้เหมาะสมกับการดำเนินชีวิต <p> บ้านดิน ถือเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่สำคัญประเภทหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็เป็นสถาปัตยกรรมธรรมชาติที่สำคัญด้วย เพราะวัสดุที่นำมาใช้ล้วนแล้วแต่เป็นวัสดุที่ได้มาจากธรรมชาติ สอดคล้องกับวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ หรือบางวัสดุอาจจะเกิดจากการนำวัสดุมาใช้ให้เกิดการหมุนเวียนอย่างคุ้มค่า </p>
</dd><p> การก่อสร้างใช้วิธี “ลงแขก” หมายถึง การช่วยเหลือกันในชุมชน จากบุคคลทุกเพศทุกวัยทั้ง เด็ก ผู้หญิง คนหนุ่ม-สาว คนเฒ่า-คนแก่ อาจเป็นผู้มีประสบการณ์ทางการก่อสร้างหรือไม่มีก็ได้ การทำงานร่วมกันในชุมชนเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต เรื่องราวต่าง ๆ ของชุมชนอย่างเป็นธรรมชาติ </p><p> กาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป มนุษย์ได้เริ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย อันเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นความเป็นไปของมนุษย์ จากเดิมที่มีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายใช้วัสดุธรรมชาติที่มีอยู่รอบตัว พัฒนาเป็นการใช้วัสดุที่มีมาตรฐานระบบอุตสาหกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของคนหมู่มาก มีมากใช้ไม้แปรรูป อิฐที่ทำจากดินเผา พัฒนาสู่คอนกรีต เหล็ก กระจก อลูมิเนียม วัสดุสังเคราะห์ต่าง ๆ และยังคงพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ขั้นตอนกรรมวิธีการผลิตยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้น สิ้นเปลืองพลังงานไปอย่างมากมายมหาศาล ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม นำมาซึ่งปัญหาต่าง ๆ อีกมากมายให้เป็นภาระกับทั้งตนเองและสังคม ยังไม่รวมถึงภาระของรัฐบาลที่ต้องจัดหาสาธารณูปโภคเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสะดวกสบายและปัญหาเหล่านี้มีผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ คือ มีความยุ่งยากและซับซ้อนขึ้น </p><p> เมื่อมีการก่อสร้างมากขึ้น ชุมชนท้องถิ่นกลายเป็นชุมชนเมือง พัฒนาตามรูปแบบวิถีชีวิตตามระบบทุนนิยม หรือระบบอุตสาหกรรมที่มุ่งพัฒนาเฉพาะด้านวัตถุ ระบบดังกล่าวได้ทำลายความสงบสุขของวิถีชีวิตที่เรียบง่าย สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่ในท้องถิ่นหลายแห่งถูกแทนที่ด้วยโรงงานอุตสาหกรรมและควันพิษ สิ่งเหล่านี้ได้ทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้จากผู้ที่ตระหนักถึงโทษภัยของระบบทุนนิยม เช่น นักคิด นักก่อสร้างหัวก้าวหน้า ที่หาทางออกด้วยการหันหลังกลับไปศึกษาค้นคว้า หารูปแบบและวิธีการในการก่อสร้างอาคารแบบดั้งเดิมจากภูมิปัญญาของคนโบราณ ที่มุ่งให้เกิดการตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญและมีความเคารพต่อภูมิปัญญาดั้งเดิม ชุมชนท้องถิ่น ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้คงอยู่อย่างเหมาะสมและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน </p><p> บ้านดินเป็นหนึ่งในเทคนิควิธีที่ถูกนำมาใช้เพื่อหวนกลับไปคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ การใช้วัสดุในท้องถิ่นที่กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม การลงแขกที่อาศัยพลังของชุมชน แต่บ้านดินก็เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งในหลาย ๆ ทางที่ถูกค้นคิดขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนได้ทดลองและเกิดการเรียนรู้จากตนเองและกลุ่มเพื่อนร่วมงานในการเรียนรู้ทิศทางสำหรับการพึ่งตนเอง ไม่ได้บอกว่าทุกคนต้องมาอยู่หรือต้องสร้างบ้านดิน แต่ต้องถามว่าคุณใช้ทรัพยากรที่คุณมีอยู่ได้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดหรือไม่ </p><p> วันนี้อาจจะยังไม่สายเกินไปหากเราจะเริ่มใส่ใจในเรื่องสภาพแวดล้อมและธรรมชาติอันเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เราดำรงชีวิตอยู่ในโลกใบนี้อย่างมีความสุข อยู่ร่วมกับสรรพชีวิตอื่น ๆ อย่างสมดุลและลงตัว</p><p> </p><p></p><p> </p><p></p>
ทางออกของการเป็นหนี้ สำหรับชุมชนท้องถิ่น
บ้านดิน
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Tom_NU · 29 พ.ค. 2550
พันคำ · 29 พ.ค. 2550
สาวหนุ่ย · 29 พ.ค. 2550
นาย ปิ่นนเรศ กาศอุดม · 29 พ.ค. 2550
TheInk · 29 พ.ค. 2550
chuleeporn chaipunya · 29 พ.ค. 2550