ต่อไปอาจจะไม่มีใครพูดอย่างที่เคยพูดๆหรือได้ยินกันว่า “รู้หน้าไม่รู้ใจ”

อาไอเดียมาขาย เรื่องวิจัยพฤติกรรมไทย--วิจัยไซโคแพธ 

อันนี้เป็นความคิดต่อเนื่องจากการอ่านเรื่อง ไซโคแพธ คิดสู่งานวิจัยพฤติกรรม และ psychophysiology 

ครั้งหนึ่ง มีการเสนอให้ทุนการวิจัย พฤติกรรมคนไทย ก็นึกอะไรไม่ออกว่าการวิจัยจะเป็นอย่างไร

ตอนนี้ผมว่า เรื่องไซโคแพธนี้ก็น่าสนใจ ทำได้หลายประเด็น 

จริงๆอาจมีผู้ศึกษากันแล้ว เพียงแต่ผมเป็นคนนอกวงที่กลายมาอยากรู้เท่านั้น  ก็ขอเสนอไอเดียต่อไปนี้

  1. ศึกษาระดับการตอบสนองทางอารมณ์ต่อภาพหรือเหตุการณ์ในคนไทย ดูซิว่าโดยทั่วไปเป็นอย่างไร อาจจะแตกต่างจากค่าเฉลี่ยของต่างประเทศ เพราะคนไทยน่าจะรู้สึกอ่อนไหวกว่า (หรือเปล่า  จริงหรือไม่--ต้องมีข้อมูลสนับสนุน)  ลองศึกษาในเด็ก มีค่าเท่าไร แตกต่างกันมากไหม เริ่มตรวจได้ในเด็กอายุเท่าไร  คัดเลือกรูปภาพที่สามารถใช้เป็นแบบทดสอบได้ดี                                                                                                                               
  2. อาจประดิษฐ์เครื่องมือที่ตรวจวัด น่าจะมีหลักการทำนองเดียวกับเครื่องตรวจเท็จ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายจากสภาพจิตใจ (psychophysiology)  และคล้ายๆกับเครื่องดูการเปลี่ยนแปลงคลื่นสมอง เมื่อให้ผู้ถูกสงสัยดูภาพสถานที่ๆมีการก่ออาชญากรรม (ปากอาจพูดว่าไม่เคยไปที่นั่น แต่ความคิดและการเปลี่ยนแปลงในสมองมีมากมาย เนื่องจากสมองจำได้ว่า ตำแหน่งนั้นฆาตรกรทำอะไรไว้บ้าง  เนื่องจากสมองโกหกไม่ได้ ก็จับได้)-----หมายเหตุ เรื่องนี้ไม่ใช่ต้นความคิด (not original) ผมได้มาจากที่ใดที่หนึ่ง
  3. ออกไปทดสอบให้ฟรี เพื่อสำรวจ ถ้าพบเด็กที่มีพัฒนาการทางอารมณ์เข้าข่ายหรือไม่ จะได้รักษาช่วยก่อนที่พัฒนาเต็มขั้น
  4. อาจใช้เป็นข้อมูลระบบรักษาความปลอดภัยได้  อันนี้จะเป็นสังคมพื้นความรู้ (Knowledge-based society) จริงๆ  ความคิดก็คือ อาจนำเป็นข้อมูลใช้บอกความเป็นไปได้ของผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัว อยู่ในหมู่บ้าน เพราะพวกนี้อาจถูกฝึกอารมณ์มาให้ทำได้ทุกอย่างโดยไม่รู้สะท้านอะไร ดังนั้นก็จะช่วยสอดส่องควบคุมความปลอดภัยในหมู่บ้านที่มีปัญหาดีขึ้น (อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ใช้ข้อมูลในทางที่ผิด หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคล)

(ต่อไปอาจจะไม่มีใครพูดอย่างที่เคยพูดๆหรือได้ยินกันว่า รู้หน้าไม่รู้ใจ)