ถ้านายแดงพูดว่า "ดำ มาหาผมหน่อย." ดำลุกขึ้นเดินมาหาแดง. ดังนี้เราอธิบายว่า ดำ"คล้อยตาม"คำสั่งของแดง
ถ้าแดงพูดว่า "คุณดำครับ ผมขอเชิญมาทางนี้หน่อยครับ" ดำลุกขึ้นเดินไปหาแดง ดังนี้ เรียกว่า ดำ"คล้อยตาม"คำขอร้องของแดง
ถ้าแดงเอาปืนขึ้นจ่อไปที่ดำและว่า ดำ มานี่ ก็เรียกว่า ดำ"คล้อยตาม"แดงเหมือนกัน แต่คราวนี้เขาถูกบังคับ ขัดขืนไม่ได้ !
จะเห็นว่า บางครั้งเรา"คล้อยตาม" คำขอร้อง บางครั้ง "คล้อยตาม"คำสั่ง (ที่อาจขัดขืนได้) บางครั้งเรา"คล้อยตาม" คำสั่งที่เราไม่อาจขัดขืนได้
ในชีวิตประจำวันเราจะพบพฤติกรรม"การคล้อยตาม" ให้เราเห็นได้ทุกวัน เช่น เห็นคนถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องนั้น เราถอดบ้าง, เราอยากกินแกงปลา แต่เพื่อนบอกว่า เอาแกงไก่ดีกว่า เราก็เอาแกงไก่ด้วย, เห็นคนมุงดูอะไรอยู่ เราก็เดินไปดูด้วย, เมื่อครูพูด นักศึกษาก็ก้มลงจด, เห็นนักกีฬาดังดื่มเบียร์ยี่ห้อนั้น เราก็ดื่มตาม, เห็ดาราสวมหมวกเอาแก๊บไว้ข้างหลัง เราก็ทำตามบ้าง, เห็นฝรั่งสวมเสื้อกล้ามเดินตามถนน เราก็ทำตามบ้าง, เห็นดาราสักตามต้นแขนในจอทีวี เราก็ทำตามบ้าง, เห็นคนรวยสวมเสื้อยี่ห้อใด เราก็ซื้อมาสวมบ้าง, เห็นใคร - คนดัง - ทำอะไร ในจอทีวี หรือ ในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือในแผ่นโฆษณาข้างถนน ก็ทำตามบ้าง ฯลฯ
"การทำตามบ้าง"ที่กล่าวมานั้น คือ "พฤติกรรมการคล้อยตาม" ครับ
ดูๆแล้ว คนทุกคนค่อนข้างจะ "มีพฤติกรรมคล้อยตาม"ครับ
ด้วยเหตุดังนี้แหละครับ จึงได้มีการนำเอา "การคล้อยตาม"นี้ไปใช้ในกรณีที่สำคัญๆมาแล้วหลายกรณี เช่น กรณี"การบีบ"ให้ "องกรอิสระ" บางองกร เช่น "ปปช" ในอดีต ให้พิจารณาคดี"คล้อยตาม"ความประสงค์ของตน โดยการ "สร้างอำนาจ"ขึ้นมาอำนาจหนึ่ง คือ "ฝูงชน" ให้ฝูงชนเหล่านั้นมา"ส่งเสียงร้องเชียร์ฝ่ายตนรอบๆสถานที่พิจารณาของ ปปช" ฝูงชนเหล่านั้น "มีอำนาจ" ครับ "อำนาจนี้ มีมากขึ้น เมื่อกลุ่มมีขนาดโตขึ้น"ครับ "อำนาจ"ฝูงชนนี้ทำให้ "จิต" หรือ "ความคิด" หรือ "ปัญญา" ของ ปปช. เกิดความ "ลังเล" "เปลี่ยนแปลง"ได้ แม้จะสำนึกในความเป็นกลาง และก็ได้ผล !! จริงไหมครับ
มาปีนี้ ก็กำลังจะมีเหตุการณ์ทำนองนั้นเกิดขึ้นอีกครับ คือกรณี "องกรอิสระ" จะพิจารณา "คดียุบพรรคการเมือง" และ พวกเขากำลังจะ "สร้างอำนาจกลุ่มฝูงชน" มาทำหน้าที่ยืนส่งเสียงตะโกน"ล้อมรอบสถานที่พิจารณาขององกรอิสระ"นั้นอีกครั้งหนึ่งแล้วครับ เพื่อให้เกิด "ความคล้อยตาม" ขึ้นในระบบความคิดของผู้พิจารณา ยังผลให้เกิดความเอนเอียง แปรเปลี่ยนไปจากที่ควรจะเป็น
ผมจึงมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า "คนที่มีปัญญาสูงๆจะคล้อยตามต่ออำนาจหรืออิทธิพลดังกล่าวที่เข้ามาบีบนั้น ได้หรือไม่ ? "
อันที่จริง เรื่องคล้ายๆกับคำถามนี้ ได้มีการวิจัยเชิงทดลองกันมานานแล้วครับ และได้ผลเป็นที่โด่งดังมากเมื่อราว ๕๐ ปีก่อน ในอเมริกา คือเขาพบว่า "คนในกลุ่มตัวอย่างราว ๒๕ % ที่ไม่คล้อยตาม" อีกราว ๗๕ % เป็นพวกคล้อยตาม ครับ แต่ไม่ได้ศึกษาว่า "พวกที่ไม่คล้อยตาม ๒๕ % นั้น เป็นพวก IQ สูงหรือต่ำ" หรือ พวกที่คล้อยตาม ๗๕ % นั้น IQ สูงหรือต่ำ
แต่ผม"คิด"ว่า "พวก IQ สูง น่าจะเป็นพวกไม่คล้อยตามง่ายๆ" ครับ
ผมจึง"คิด"ว่า "องกรอิสระน่าจะประกอบไปด้วยผู้ที่มี IQ สูง" ครับ และขอให้ความคิดของผมเป็นจริงเถิดครับ
เรื่องนี้ "ถ้าได้มีการวิจัยสนับสนุนว่าเป็นจริง" แล้ว มันก็จะบอกให้เราได้คิดว่า ในการเลือกบุคคลที่มาเป็นองกรอิสระใดๆ "จะต้อง" "เลือกผู้ที่มี IQ สูง หรืออยางน้อย เป็นพวก ๒๕ % " นั้นนะครับ
ดร. ไสว เลี่ยมแก้ว.....
ตั้งแต่อ่านบันทึกของอาจารย์มา... กล่าวได้ว่า มี สิ่ง ที่ผุดขึ้นมาในคลองความคิดของอาตมามากที่สุด... แต่จะเล่าบางอย่างเท่านั้น.....
เคยอ่านหนังสือชื่อ เส้นทางโพธิสัตว์ ใครแต่งก็จำไม่ได้แล้ว.... เค้าว่า คนมักจะทำอะไรตามๆ กัน เพราะการกระทำตามคนส่วนใหญ่จะอบอุ่นและรู้สึกปลอดภัย โดยเค้าว่า นี้เป็นสัญชาติญาณเดิมของพฤติกรรมของสัตว์ ...
ปรัชญาหนังจีนหรือนิยายจีน บอกว่า จอมยุทธ์ฝ่าสามด่านไม่ได้ กล่าวคือ เพศตรงข้าม ชื่อเสียง และความร่ำรวย ดังนั้น คนมีความเก่งและมีความสามารถสูง อาจติดอยู่ในด่านทั้งสามนี้ ด่านใดด่านหนึ่งหรือหลายด่านก็ได้....
น้องเณรคนหนึ่งฟังมาจากไหนก็ไม่ทราบ บอกว่า ปกครองคนโง่และคนโลภปกครองง่าย... คนอยู่ในองค์กรอิสระ แม้จะไม่โง่แต่อาจโลภก็ได้....
ในทางพุทธศาสนา ไม่ยึด ถือว่า คนฉลาดจะต้องมีคุณธรรมเสมอไป (ตัวอย่างมีเยอะ แต่คิดว่าไม่จำเป็นต้องยกมา)....
ปรัชญาไทยๆ ก็มีเยอะ เช่น เข้าเมืองตาหลิว ต้องหลิ่วตาตาม... รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี... ตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด....
ตามที่ยกมาก็อาจเชื่อไม่ได้ว่า ผู้มีไอคิวสูงจะไม่คล้อยตามบางสิ่งบางอย่าง ...
อาตมาคิดว่า จุดยืน หรือ ความเป็นตัวของตัวเอง จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับบริบทอื่นๆ... ไม่เชื่อว่าจะขึ้นอยู่กับไอคิว...ประมาณนั้น
เจริญพร
พระคุณเจ้า
---- เข้าเมืองตาหลิ่วให้หลิ่วตาตาม, รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี, เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด, -----ฯลฯ น่ากลัวมากนะครับ ถ้าคนกลุ่มนั้นมีความเชื่อ หรือบุคลิกภาพตามคำพังเพยเหล่านี้แล้วละก้อ --- เราหมดที่พึ่งแน่ๆเลยครับ --- อยากให้ใครต่อใครเข้ามาอ่านข้อคิดเห็นของท่านครับ
สวัสดีค่ะดร. ไสว เลี่ยมแก้ว
ดิฉันเองก็เป็นผู้หนึ่งที่จับได้ว่าตัวเองมีพฤติกรรมคล้อยตามสูงค่ะ เพราะถูกสอนมาให้เชื่อฟังผู้ใหญ่ เชื่อฟังครู เชื่อฟังผู้สูงอายุ ผู้มีตำแหน่ง จากที่เห็นในโรงเรียน ในทีวี ในสื่อต่างๆ นั่นเอง
เคยสังเกตตัวเองมาหลายครั้งนานแล้วว่า จริงๆ แล้วเราไม่ได้อยากทำเช่นนั้น เช่นนี้ แต่ที่ทำไปก็เพราะเกรงใจ ไม่อยากขัดใจให้เป็นเรื่องเป็นราว... แต่ตอนหลังๆ นี้ พอรู้ตัวแล้ว อาการคล้อยตาม เมื่อเกิด..จะเริ่มรู้ตัวและเริ่มพินิจพิเคราะห์ถึงผลดี ผลเสียของการคล้อยตามนั้นๆ ก่อนตัดสินใจค่ะ.. อาจนับได้ว่า พฤติกรรมคล้อยตามของตัวเองนั้นลดลงไปแล้ว เพราะถ้าคล้อยตามทำตามคนอื่นในเวลานี้ การกระทำตามนั้นได้ผ่านการวิเคราะห์และเลือกทำในสิ่งนั้นๆ แล้วค่ะ .. อันนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ ไม่เคยเทียบกับคนอื่นเหมือนกันว่าเป็นอย่างไรค่ะ
แต่รู้เลยค่ะว่าการคล้อยตามนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายมาก เคยดูสารคดี เขาก็สรุปแบบที่หลวงพี่บอกไว้ค่ะ ว่าเป็นพฤติกรรมหรือสัญชาติญาณน่ะค่ะ แล้วก็คิดว่าคนที่มี IQ สูงอาจเป็นคนที่คล้อยตามกิเลสได้ง่าย ถ้าไม่มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นหลักยึดในใจค่ะ... ดิฉันเห็นคนคล้อยตามเงินและอำนาจเยอะมากเลยค่ะ...
อันนี้ถามเล่นๆ นะคะ เอ..แล้วถ้าเราเห็นคนหาว แล้วหาวตามเนี่ย..เข้าข่ายคล้อยตามหรือเปล่าคะ..คิดสนุกๆ ค่ะ : )
สวัสดีคุณ"กมลวัลย์" ครับ
".... คิดสนุกๆ ค่ะ " ไม่ได้คิดสนุกๆ นะครับ คิดจริงๆ ครับ และคมคาย ลึกซึ้ง ด้วย
เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ "อิทธิพล" หรือ "อำนาจ" ทางสังคม ถ้า "ผู้กระทำ"นั้น"มีอำนาจ" หรือ"มีอิทธิพล" มากระทำอาการ "หาว" ก็อาจจะมีผู้"เลียนแบบ" บ้างก็ได้ครับ เช่น ถ้าให้"ดารา"ที่คนทั่วไปชื่นชอบ ออกมา"หาว"ที่จอทีวีทุกวันๆ สัก ๑ เดือน แล้วเราอาจจะเห็น "คนนั่งหาวเดินหาวกันเต็มเมือง"ก็ได้ครับ !!
น่าจะมีใครสักคนทดลองเรื่องนี้ โดย จัดให้คนหนุ่มสาวสัก ๑๐๐ คน เข้าไปนั่งในห้องๆหนึ่ง มีประตูปิดมิดชิด และในกลุ่มนั้น จัดให้มี "หน้าม้า" จำนวนหนึ่ง สมมุติว่า ๕๐ คน เข้าไปนั่งปะปนอยู่ทั่วไป โดยผู้ทดลองบอกให้พวกหน้าม้าเหล่านั้น "หาว"ตามดาราทุกครั้งที่ดาราหาวโดยที่คนอื่นๆนอกจากหน้าม้านั้นไม่รู้เลย และเลือกดาราเพลงที่คนหนุ่มสาวชื่นชอบ เป็นขวัญใจของพวกเขาสัก ๒ - ๓ คน ไปยืนแสดงอะไรก็ได้เล็กๆน้อยๆ บนเวที แล้วให้"หาวอย่างมีความสุขและเจตนาหาว" ๒๐ วินาทีต่อหนึ่งครั้ง ทำทั้ง ๓ คน ใช้เวลาแสดง ๓ ชม. จากนั้นจึงปล่อยออกไป แล้วผู้วิจัยคอยติดตามบุคคลเหล่านั้นทุกคนสัก ๓ วัน ถ้าพบว่ามี "การหาว" ในที่ใดๆเกิดขึ้นจนเป็นที่สังเกต ก็แสดงว่า "มีการคล้อยตาม"เกิดขึ้นแล้ว แต่ถ้าไม่มีเลย ก็ไม่ต้องตกใจ ลองหาคนที่เป็น"ขวัญใจ"ให้มากกว่านั้น เพื่อให้มี "อิทธิพล"ให้คนคล้อยตามมากกว่านั้นอีก มาทำวิจัยซ้ำครับ
ผมขอเพิ่มเติมที่ต่อยอดจากการตอบ อาจารย์กมลวัลย์ อีกนิดนะครับ คือ
(๑) กรณีของการวิจัยข้างบนนี้ "ถ้า" ผลออกมาทุกครั้ง "ไม่มีการคล้อยตามของการหาวเลย" นั้น เรายังมี "คำอธิบาย" อีกด้านหนึ่งครับ คือ "ไม่มีการเกิดการคล้อยตามกับพฤติกรรมประเภท Reflex " ครับ พฤติกรรมกิริยาสะท้อนนั้นอยู่นอกขอบเขตของจิต เช่น การกะพริบตา การเต้นของหัวใจ การย่อยอาหาร การไหลของเลือด การกระตุกเมื่อเคาะหัวเข่า การตบยุงในบางครั้ง รวมทั้งการหาว ด้วย เป็นต้น ดังนั้น "การหาว" จึงไม่อาจทำให้เกิดการคล้อยตามได้
(๒) การที่ท่านอาจารย์กมลวัลย์เล่าว่า ตอนเด็กๆท่านก็มักจะคล้อยตาม แต่เมื่อโดขึ้นการคล้อยตามก็ลดลงและหมดไปเมื่อการศึกษาสูงขึ้น ผมลองทบทวนดูผมเอง เท่าที่ระลึกได้ ผมก็เป็นเช่นนั้นครับ และคิดว่าคนเป็นจำนวนไม่น้อย ก็คงเป็นเช่นนั้น คำอธิบายปรากฏการณ์นี้ก็คือ สมัยเยาวัย ปัญญาของพวกเรายังไม่ได้พัฒนา ครั้นโตขึ้นก็พัฒนามากขึ้น จึงมีปัญญาสูงกว่าสมัยเด็ก เมื่อสมัยเด็กคล้อยตาม สมัยโตขึ้นไม่คล้อยตาม ก็สันิสฐานว่า การคล้อยตามกับปัญญามีความสัมพันธ์กัน แต่ทั้งนี้ ไม่ได้ปฏิเสธบทบาทของตัวแปรอื่นๆ เช่น คุณธรรม ค่านิยม เจตคติ เป็นต้น
ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว