ผมพักที่โรงแรม Keong Saik ชื่อเดียวกับถนนในย่าน Chinatown ด้วยเหตุผลหลักคือ อยู่ใกล้โรงพยาบาลที่ผมจะต้องไป ชนิดเดินเองถึงใน ๑๐ นาที
ความจริงเพื่อนผมคือ คุณหมอชนวัธน์์ แนะนำให้ผมพักอีกโรงแรมหนึ่งที่เขาเคยพักซึ่งอยู่ใกล้กัน คิอ Royal Peacock แต่โรงแรมนั้นขึ้นราคาจากระดับ ๗๐ เป็น ๑๐๐ กว่าเหรียญต่อวัน ผมรู้สึกว่ามันเกินไปหน่อยสำหรับการอยู่ตั้ง ๑๒ วัน ส่วนเพื่อนอีกคน คือ คุณหมอลักษมี บอกให้ไปพักที่ Traveller Rest Stop ซึ่งเป็น Hostel ที่เธอเคยพักเช่นกัน อยู่ไกลออกไปอีกหน่อย แต่ผมตรวจสอบราคาไม่รวมอาหารเช้าแล้ว ๖๕-๗๐ เหรียญสำหรับห้องแยก แล้วมีคนจองไม่ว่างบางวันที่ผมต้องอยู่ยาว
Gene จึงเป็นคนหาข้อมูลให้ว่า ให้มาพักที่ Keong Saik ดีกว่า ผมได้ห้องที่มีหน้าต่างในราคา ๗๕ เหรียญสิงคโปร์รวมอาหารเช้า ก็นับว่าพอไหว ราคาเท่ากับโรงแรมที่ทางผู้จัดหลักสูตรเตรียมไว้ให้ที่ถนน Orchard แหล่ง shopping แต่ต้องเดินทางด้วยรถใต้ดินมาอีกสองต่อ จึงนับว่าที่นี่สะดวกมากในเรื่องตำแหน่งตามเป้าของผม
สำหรับสถานที่ คงต้องบอกว่า ถ้าใครเคยเห็นบ้านแถวถนนนครนอก นครในที่ตัวเมืองสงขลา ก็แบบนั้นเลยครับ เขาสามารถอนุรักษ์ตึกเก่าทรง Chino-protugese เอาไว้ได้ทั้งแถบ ชนิดที่ผมไม่กล้าพาเพื่อนต่างชาติโดยเฉพาะชาวสิงคโปร์ไปเที่ยวอวดแถวนครนอกนครในอีกเลย
โรงแรมที่ผมอยู่เป็นหนึ่งใน..ห้องแถว..ที่อยู่ในดงอาคารพวกนั้น ไม่บอกไม่รูเ้ลยว่านี่คือโรงแรม ด้านหน้าเหมือนบ้านคน เปิดประตูบานพับเข้าไป จะเห็นสภาพเหมือนห้องหนึ่งของห้องแถว มี lobby เก้าอี้รับแขก โต๊ะต้อนรับ แล้วก็ลิฟท์เลย สถานที่กินอาหารเช้าก็คือส่วนของห้องแถวถัดไปอักห้องหนึ่งนั่นเอง เล็ก กระทัดรัดเอามากๆ
ห้องนอนของผมอยู่ที่ชั้นสอง ซึ่งมีลิฟท์ตามมาตรฐาน แต่ผมชอบเดินขึ้นบันไดไม้ทรงโบราณเอาเองมากกว่า เข้าบรรยากาศมากๆ ในห้องนอนมีขนาดเท่ากับหนึ่งห้องเล็กๆในหอพัก แต่อุปกรณ์ครบครัน ที่ถูกใจผมมากคือ หน้าต่างแบบยาวถึงพื้นแบบห้องแถวโบราณที่สามารถเปิดออกไปข้างนอกได้และยังใช้งานได้ดี

ห้องที่เปิดหน้าต่างตรงชั้นสองนั่นแหละครับ ห้องพักผม
จุดที่เป็นข้อด้อยคือ ที่โรงแรมนี้ไม่มี wireless สำหรับต่อ internet ในห้อง ถ้าจะใช้ต้องลงไปที่ lobby และเสียค่าต่อ ๘ เหรียญต่อ ๒๔ ชม. อีกเรื่องหนึ่งที่ผมค่อนข้างผิดหวังก็คือ อาหารเช้า ถ้าจะให้เหมาะกับสภาพโรงแรม ความจริงต้องเป็นข้าวต้มขาวกับพวกปาท่องโก๋ แบบที่ Royal Peacock แต่ที่นี่เป็นขนมปังไข่ดาว คอร์นเฟลคราดนม ซึ่งผมต้องกินเป็นมื้อเช้าทุกวันก่อนไปเรียน
ช่วงแรก มีน้องอาจารย์แพทย์จากม.อ. อาจารย์แป๊ะ คุณหมอธนพันธ์ ชูบุญ ซึ่งเดินทางมาทำงานที่โรงพยาบาล KK ๖ เดือน แต่ยังหาบ้านพักไม่ได้ มาสิงอยู่กับผมชั่วคราว จึงมีเพื่อนคุยแบบไม่เหงา ผมถือโอกาสเล่าเรื่อง G2K ให้น้องเขาฟังด้วย และตอนนี้เราได้ blogger หน้าใหม่มาประดับวงการอีกคนแล้วครับ แล้วก็ทำให้ผมไม่ต้องเขียนเล่าเรื่องชีวิตในสิงคโปร์มากนัก กรุณาติดตามเรื่องนี้แบบเจาะลึกใน บันทึกของเขา นะครับ
อาหารที่อาจารย์ฝากให้ผมทานเมื่อวานนี้ ไม่รู้ว่าเขาเรียกอะไรแต่กุ้งตัวใหญ่ อร่อยเต็มปากเต็มคำดีครับ
ฝากขอบคุณ คุณแม่ด้วยนะครับ….โอกาสหน้าจะรอชิมอีกครับ อิอิ…
อาจารย์ย่ามแดงครับ
ขอโทษครับ อยากให้ลองเข้าดูน่ะครับàhttp://www.kawankita.net และอยากให้ลอง Comment ครับ (ไม่มีเจตนาอื่นครับ) ขอบคุณครับ
อาจารย์ นิเวศน์ ครับ
เอาละซิ….อาจารย์หมอเล่นผมซะงั้น…อิอิ
ไปๆมาๆ พิ่งรู้ตัวว่าเป็นแฟนบล็อกอ.เต็มฯไปแล้วโดยไม่รู้ตัวนะคะ เห็นทีไรเป็นต้องแว่บมาอ่านทุกที รู้สึกว่าเป็นแบบที่ตรงจริตตัวเองดีค่ะ
มีความเห็นเหมือนอาจารย์เอามากๆเรื่องที่ตอบคุณนิเวศน์นะคะ ต้องขอขอบคุณอ.เต็มฯมากๆที่หาคำพูดมาบอกความรู้สึกได้ตรงใจจังค่ะ
พออ่านคำบรรยายของโรงแรมว่าเหมือน แถวๆ นครนอก นครใน แล้ว นึกภาพออกค่ะ แต่คิดว่าแถวๆ นั้นคงไม่มีขนมอร่อยๆ อย่างข้าวเหนียวกวนขาย แน่นอน
อาจารย์ย่ามแดงครับ
คุณโอ๋-อโณ ครับ
ผู้ไม่แสดงตน
อาจารย์ถ่ายรูปนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ สวยดีครับ
เมื่อวานเดินไปแถวนั้น คิดถึงความหลัง คราวนี้ถือกล้องไปด้วย แต่ถ่ายยังไงด็ไม่สวย เพราะว่าท้องฟ้าปิด ฝนจะตก ถ่ายรูปสาละลังกาด้วย แต่ดอกน้อยลงมาก แสงก็ไม่พอ ค่อยไปถ่ายใหม่ครับ
ภาพจากเว็บครับ อาจารย์แป๊ะ