น้องกิ๋วส่งข่าวมาว่าได้ร่วมมือกับน้องๆคนไทยอีกหลายคนที่อยู่ในแถบนี้มานานจัดทำ website ภาษาไทยท่องเที่ยวโปรวองซ์เพื่อให้คนไทยที่อาจต้องไปเยี่ยมลูกหลานที่เรียนหนังสือที่ฝรั่งเศส แล้วอยู่เที่ยวต่อ หรือใครอาจต้องไปประชุมแล้วอยู่เที่ยวต่อ(ไหนๆก็ขึ้นเครื่องบินไปตั้งสิบกว่าชั่วโมง) อยากไปเยือนแถบโปรวองซ์ จะได้มีข้อมูลและสามารถติดต่อคนไทยที่อยู่ในแถบนั้นให้ได้ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกันได้

เพิ่งได้รับข่าวจากคุณสกลวรรณ นนทะนาคร หรือ"น้องกิ๋ว" จากฝรั่งเศส น้องกิ๋วสละงานระดับบริหารในบริษัทใหญ่ที่เมืองไทยติดตามสามี(คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์)ที่ต้องไปทำงานอยู่ที่เมือง Fosทางตอนใต้ของฝรั่งเศสแถบแคว้นโปรวองซ์ 

คุณกรวิทย์ นนทะนาคร สามีนั้น เคยทำงานบริษัทฝรั่งเศสในเมืองไทย และบริษัทแม่ในฝรั่งเศสได้ขอตัวไปทำงานที่บริษัทแม่ ที่เมืองดังกล่าว เป็นเวลาหลายปีแล้ว

 

น้องกิ๋วและสามีไม่ใช่ญาติของผู้เขียน แต่ได้ให้การต้อนรับ ดูแล พากิน พาเที่ยวอย่างแสนมีความสุขเมื่อผู้เขียนได้ไปเยี่ยมเยือนเมื่อครั้งยังเรียนที่ฝรั่งเศส ต้องขอขอบคุณอีกครั้งไว้ณ ที่นี้ค่ะ

น้องกิ๋วส่งข่าวมาว่าได้ร่วมมือกับน้องๆคนไทยอีกหลายคนที่อยู่ในแถบนี้มานานจัดทำ website ภาษาไทยท่องเที่ยวโปรวองซ์เพื่อให้คนไทยที่อาจต้องไปเยี่ยมลูกหลานที่เรียนหนังสือที่ฝรั่งเศส แล้วอยู่เที่ยวต่อ หรือใครอาจต้องไปประชุมแล้วอยู่เที่ยวต่อ(ไหนๆก็ขึ้นเครื่องบินไปตั้งสิบกว่าชั่วโมง) อยากไปเยือนแถบโปรวองซ์ จะได้มีข้อมูลและสามารถติดต่อคนไทยที่อยู่ในแถบนั้นให้ได้ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกันได้

ใครที่ได้อ่านหนังสือของ Peter Mayle ซึ่งเป็นคนอังกฤษแต่หนีหนาวไปใช้ชีวิตในแคว้นโปรวองซ์ ได้เขียนหนังสืออันโด่งดังเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน คือ A Year in Provence,  Toujours Provence, และ Bon Appetit และหากได้ชมภาพยนตร์เรื่อง A Good Year แสดงโดยRussel Crowe พระเอกหนุ่มหล่อ คงนึกชื่นชมความงามแห่งดินแดนตอนใต้ของฝรั่งเศส

เลยนำข้อมูลและภาพสวยๆมาฝากให้ชมกันไปพลางๆนะคะ เป็นภาพที่น้องกิ๋วส่งมาให้นานแล้ว ยังมีภาพสวยๆอีกมากในเว็บไซท์ที่จัดทำค่ะ

 ลาเวนเดอร์เป็นดอกไม้ที่คนทั่วโลกคุ้นกับชื่อ ที่จริงลาเวนเดอร์มีหลายพันธุ์ แต่ที่เรียกว่าเป็น "ลาเวนเดอร์แท้- True Lavender" คือชนิดที่มีชื่อว่า Lavendula angustifolia ซึ่งจะเจริญงอกงามดีในที่สูงตั้งแต่ 700 เมตรขึ้นไป ในพื้นดินที่ดินมีส่วนของดินขาวที่เรียกว่า Chalk และมีอากาศร้อน แห้ง จึงเหมาะปลูกในบางเมืองของแถบโปรวองซ์มาก

แต่ต่อมาความต้องการของตลาดมีเพิ่มขึ้นมาก จึงมีความพยายามพัฒนาสายพันธุ์ที่ปลูกได้ในที่ที่ต่ำลงมา เป็นพันธ์ลูกผสมเรียกว่า Lavandin ซึ่งราคาจะถูกกว่าลาเวนเดอร์แท้เพราะหอมน้อยกว่า

 

ทุ่งลาเวนเดอร์เป็นความฝันของผู้ไปเยือนโปรวองซ์ที่จะได้เห็นเจ้าดอกไม้สีม่วงนี้บานเต็มท้องทุ่ง หอมฟุ้งลอยลม ช่วงที่ดีที่สุดคือ กรกฎาคม-กันยายน คือหน้าร้อนค่ะ

โชคดีตอนไปเป็นช่วงลาเวนเดอร์กำลังบานพอดี เข้าไปถ่ายรูปในดงดอกไม้อย่างนี้ เดินออกมาตัวหอมเพราะน้ำมันที่ดอกจะติดที่ตัวเราเมื่อเราสัมผัสกับดอก

 

 

ในสมัยศตวรรษที่16 ชาวนาในโปรวองซ์ใช้น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ในการรักษาบาดแผลเพราะมันมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค แถมยังใช้ถ่ายพยาธิอีกด้วย ปัจจุบันนิยมเอาดอกและก้าน-ใบแห้งไปใส่ในตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บเครื่องนอน เพื่อไล่แมลงค่ะ นำมันหอมระเหยก็เอาไปผสมเครื่องสำอาง ทำสบู่ และผลิตภัณฑ์ยาต่างๆ คนในแถบโปรวองซ์มักปลูกลาเวนเดอร์ สกัดน้ำมัน และสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน

การท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง มีจุดมุ่งหมายมากกว่าการได้เที่ยวสนุก การได้พบเห็นความแตกต่างและความเหมือนกันไม่ว่าในผู้คน อาหาร สถานที่ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ เป็นการส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ทั้งในตนเอง เรียนรู้จากสิ่งที่ได้พบเห็น และเรียนรู้จากการนำมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่เรามีอยู่ เป็นอยู่

**************

  • ๑๒ ม.ค. ๒๕๕๓ ปัจจุบันน้องกิ๋ว เธอย้ายกลับมาเมืองไทยแล้ว และทีมคนไทยที่ยังคงให้คำแนะนำคนไทยที่อยากไปเยี่ยมชมโปรวองซ์เปลี่ยนเว็บไซท์เป็น

http://www.allezprovence.net/

  • น้องกิ๋วได้เขียนเล่าเรื่องชีวิตในแถบนี้พร้อมภาพสวยงามมาก ๆไปแวะชมกันได้ ลิงค์ที่ให้มาเป็นเพียงตอนหนึ่งค่ะ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=francestory&month=08-2007&date=06&group=1&gblog=7

  • ยังมีสมาชิก gotoknow อีกท่านที่เขียนเล่าเรื่องราวไว้ได้น่าติดตามพร้อมภาพสุดยอดเช่นกัน เพราะกำลังเรียนอยู่ในแถบนั้น แวะไปชมกันนะคะ

http://gotoknow.org/blog/provence

ภาพจากโปรวองซ์ยังมีต่ออีกตอน เป็นบรรยากาศอื่นๆ สวยงามไม่แพ้ทุ่งลาเวนเดอร์ค่ะ

ผู้เขียนจะขอห่างหายไปชั่วขณะ เพราะต้องสร้างสมาธิเพื่อการเขียนหนังสือสำหรับงานมหกรรมเบาหวานของดร.วัลลา ตันตโยทัยค่ะ