การหาความรู้มาตอบข้อสงสัยของตนเองนั้นสำคัญที่สุดคือต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าสงสัยอะไร และจัดอันดับข้อสงสัยเหล่านั้น เพื่อจะได้ไม่สับสนในตนเองว่าจะก้าวไปหาความรู้อะไร แต่ที่แน่ที่สุดคือต้องมุ่งมั่นที่จะรู้มิฉะนั้นจะเหมือนหยิบโหย่ง ในที่สุดจะไม่รู้อะไรเลย

 เคยฟังท่านอาจารย์วิจารณ์พูดเรื่องKM และพูดถึงการใช้บล็อกช่วยเปิดพื้นที่สำหรับknowledge sharing ได้ และเวบนี้มีพื้นที่ให้ทำด้วย ก็รู้สึกสนใจแต่ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร จึงเริ่มต้นหาความรู้ด้วยตนเอง บันทึกนี้จึงใช่ชื่อว่าself-directed-learning  เริ่มจากสำรวจตนเองว่ามีknowledg gap ตรงไหน โดยเฝ้าถามตัวเองว่าจะสร้างบล็อกให้สำเร็จ จะต้องรู้อะไรบ้าง และจะหาความรู้ได้อย่างไร เมื่อถูกบอกว่าต้องรู้เป้าหมายของตนให้ชัดก่อนว่าจะสร้างบล็อกเพื่ออะไร ทบทวนแล้วได้ตัดสินใจจะสร้างชุมชนเกี่ยวกับการเรียนการสอนโดยเฉพาะสอนพยาบาล บันทึกแรกที่เขียนใช้ชื่อว่าเรียนพยาบาลแสนจะสุข นั่นเป็นการฝึกเขียนเล่าเรื่อง บันทึกนี้อยากให้อาจารย์ผู้สอน โดยเฉพาะผู้เกี่ยวข้องกับการสอนนักศึกษาพยาบาลเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เราจะมาบอกเล่ากันถึงวิธีการสอนให้ลูกศิษย์ของเรามีความสุขในการเรียน มีความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าของตนเองที่เป็นพยาบาล ไม่ลาออกไปก่อนถึงเส้นชัย ทุกคนคงไม่ปฏิเสธว่าการผลิตบัณฑิตหนึ่งคนเราต้องทุ่มเทมากเพียงใด ดังนั้นหากนักศึกษาต้องลาออกไป หรือให้ออกเพราะคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ก็นับว่าน่าเสียดายมาก ปีการศึกษาที่ผ่านมา ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมีผู้สำเร็จหลักสูตร 105 คน เมื่อเปรียบเทียบจำนวนรับรุ่นนี้ 4 ปี ที่แล้ว พบว่าตัวเลขผู้สำเร็จหายไปมากโข ทำให้ต้องแก้โจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้นักศึกษาที่เลือกเข้ามาเรียนพยาบาลแล้วจบออกไปครบหมด ไม่หายไปกลางทาง ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างCoPการเรียนการสอน จึงเข้ามาศึกษาวิธีการสร้างบล็อก และลองเขียนเล่าเรื่องในบล็อก แต่ทำไปก็รู้สึกงงๆ นี่เป็นบันทึกที่สาม สงสัยจะมีใครมาอ่าน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้มั้ย ถ้าไม่มีอาจารย์พยาบาลมาเปิดอ่านบล็อกนี้ก็เหมือนกับไดอารีส่วนตัว พอรู้สึกงงแล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะคุ้มค่ามั้ยที่เข้ามาเพียรหาความรู้ ได้อ่านบันทึกของคนอื่นรู้สึกชุมชนของเขาเป็นกลุ่มเป็นก้อนมีขาประจำเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยเฉพาะชุมชนเบาหวานของอาจารย์วัลลา ใครมีประสบการณ์ช่วยบอกด้วยอยากให้ความรู้ที่แฝงเร้นในตัวอาจารย์ได้ถูกหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังในบล็อกนี้