ช่วงเทศกาลรับน้องใหม่ในแต่ละปี มักมีข่าวคราวเรื่องการรับน้องที่ไม่เหมาะสมปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อทางโทรทัศน์เป็นระยะเช่น รุ่นพี่มาบีบบังคับรุ่นน้องให้ทำอะไรแผลงๆ ในพิธีรับน้องใหม่ การบังคับให้น้องใหม่ดื่มเหล้าก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะสร้างปัญหาตามมาอย่างต่อเนื่อง พบว่านักศึกษาหลายคนเริ่มต้นดื่มเหล้าจากการรับน้อง ถ้ารักน้องจริง อย่าชวนน้องดื่ม เพื่อสกัดกั้นนักดื่มหน้าใหม่จากเทศกาลรับน้อง และผลักดันให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า
เพื่อจรรโลงวัฒนธรรมรับเพื่อนใหม่ นิสิต นักศึกษาในนามสภาเยาวชนจาก 55 สถาบันทั่วประเทศ ได้ประชุมและมีข้อตกลงร่วมกันเป็นบทบัญญัติ 10 ประการ การต้อนรับน้องอย่างสร้างสรรค์ โดย
1.ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ตั้งอยู่ในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กรอบของกฎหมายและศีลธรรม ไม่ขัดกับนโยบายของมหาวิทยาลัย
2.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก้าวร้าวรุนแรง ซึ่งผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจ
3.คำนึงถึงเสียงส่วนน้อยที่มีเหตุผล โดยต้องเคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม ศาสนา และความเชื่อ
4.การจัดกิจกรรม ต้องไม่มีอบายมุขทุกชนิดเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สารเสพติด และการพนัน พร้อมทั้งให้ความรู้เรื่องโทษและอันตราย
5.จรรโลงวัฒนธรรมไทย ด้วยวิธีการใช้ถ้อยคำและกิริยาที่สุภาพ ไม่มีการล่วงละเมิดทางเพศลวนลาม ส่อไปในทางลามกอนาจาร
6.ปลูกฝังจิตสำนึก คุณธรรมจริยธรรมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และส่งเสริมเรื่องการจัดระเบียบตัวเอง
7.ทำโครงการเสนอหน่วยงานต้นสังกัด และประสานกับฝ่ายกิจกรรมนักศึกษาให้รับรู้ ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ตั้งอยู่ในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กรอบของกฎหมายและศีลธรรม ไม่ขัดต่อนโยบายของมหาวิทยาลัย
8.มีอาจารย์ที่ปรึกษากิจกรรม คอยควบคุมดูแล ในระหว่างการทำกิจกรรมทุกกิจกรรม
9.ผู้จัดกิจกรรมต้องเตรียมพร้อม และป้องกันอุบัติเหต
10.ต้องมีการเตือนถึงความเสี่ยงและอันตรายในเรื่องต่างๆ เช่นกรณีศึกษาในอดีต และมาตรการความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
ผู้เกี่ยวข้องครูอาจารย์ร่วมกันหยุดคิดและตั้งสติกับปรากฏการณ์ที่เกิด ทั้งนี้เพื่อดูแลกิจกรรมรับน้องที่ทุกฝ่ายจะได้ร่วมมือกันพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่า การรับน้องที่สร้างสรรค์และให้คุณค่าแห่งการ "รับน้อง รักน้อง" ที่แท้จริงนั้นทำได้
สวัสดีค่ะอาจารย์ คงต้องขอแสดงความคิดเห็นร่วมด้วยเนื่องจากวันนี้ที่โครงการจัดตั้งคณะสัตวแพทยศาสตร์และสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเป็นหน่วยงานของดิฉันเอง ได้มีการประชุมเพื่อรับมือในเรื่องดังกล่าวเหมือนกัน เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเข้าฝึกร้องเพลงเชียร์ ซึ่งในที่ประชุมได้มีมติ ดังนี้
เรียนคุณ
</div><p> ปวริศา สวัสดีครับ เรื่องการรับน้องใหม่หลายฝ่ายในสถาบันต้องช่วยกันระดมความคิด และใ้ห้ข้อเสนอแนะหาทางป้องกัน ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น โดยดูจากประสบการณ์ จุดเสียของปีที่ผ่านๆมา และติดตามดูกิจกรรมความเคลื่อนไหวของนักศึกษาของเราในปัจจุบันว่าอยู่ ในขอบเขตที่เหมาะสมหรือไม่ แจ้งบอกรุ่นพี่ควรจัดกิจกรรมที่มีประโยชน์และมีสาระแก่รุ่นน้อง ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง หรือรุนแรง ควรมีฐานข้อมูล(เช่นเบอร์โทรศัพท์)ของนักศึกษาใหม่ รุ่นพี่ และ ผู้ปกครอง เพื่อสามารถติดต่อได้เมื่อมีปัญหา… </p><p> </p>
<div class="picture">
ขอแลกเปลี่ยนแล้วกันนะครับ
จริงๆแล้วเราจะเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ในช่วงปลายต้นพ.ค. - มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลรับน้อง
ใน VDO ดูเหมือนจะอยู่ที่ บขส.นะครับ เคยเป็นคนถูกรับ และ รับน้องเหมือนกัน
ยอมรับว่าที่ตัดสินใจเลือกเรียนปอตรีก็เพราะเหตุการณ์นี้แหละครับ ที่พอลงรถปั๊บก็ถูกรุ่นพี่ลากดึงไปไหนต่อไหน สิ่งที่ไม่เคยได้เห็นก็เห็น
หลายปีต่อมาเรื่องแบบนี้ กลายเป็นเรื่องต้องห้าม มีเจ้าหน้าที่ของมหาลัยไปดูแล หลายครังก็ถูกร้องเรียน ว่ารบกวนชาวบ้าน กิจกรรมแบบนี้ก็เลือนหายไปพร้อมๆกับความประทับใจ
นอกจากเรื่องข้อเสียเรื่องที่ว่าแล้วก็ยังมีข้อดีที่จับต้องไม่ได้ ทางจิตใจนะครับ
ผมว่า เด็กไกลบ้านที่มารายงานตัวครั้งแรก เป็นสิ่งจำเป็นที่เขาจะได้เจอกับเรื่องแบบนี้ เรื่องรุ่นพี่ - รุ่นร้อง
ใจความสำคัญ ไม่ใช่ห้าม แต่อยู่ที่ทำความเข้าใจ
คิดอย่างนั้นครับ