การใช้เวลาของชีวิตแต่ละช่วงแต่ละวัยมีความแตกต่างกันไปตามธรรมชาติของวัยนั้นๆโดยแต่ละวัยต่างมีภาระกิจเด่นๆและมีการนำภาระกิจเด่นๆเหล่านั้นได้มากำหนดบทบาทของวัยต่างๆตั้งแต่เป็นทารกจนกระทั่งเป็นวัยชราๆด้วยเริ่มตั้งแต่ วัยเล่น วัยเรียน วัยรัก วัยทำงาน วัยสร้างตัว วัยสร้างครอบครัว วัยทอง วัยเกษียณ จนกระทั่งวัยพักผ่อนตามลำดับ
จากภาระกิจหลักของแต่ละวัยจะเห็นว่า “การเล่น” จะเป็นภาระกิจพื้นฐานเบื้องต้นที่มนุษย์เรามีตั้งแต่คลอดออกมาจากครรภ์มารดา และการให้เด็กมีโอกาสได้เล่นจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เด็กคนนั้นสามารถปฎิบัติภาระกิจอื่นๆตามช่วงวัยต่อมาได้เป็นผลสำเร็จเพราะการเล่นเป็นเรื่องจริงจังและมีความความสัมพันธ์ต่อเด็กอย่างใกล้ชิด การเล่นที่เหมาะสมและถูกต้องตามวัยและพัฒนาการของเด็กจะเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงคุณภาพของเด็กอีกทั้งยังเอื้อให้มีผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคตการด้วย
การเล่นมีผลต่อการกระตุ้นการเรียนรู้ พัฒนาการทางสมอง เสริมสร้างความฉลาด พัฒนาสติปัญญา พัฒนาอารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นไม่ว่าต่างวัยหรือวัยเดียวกัน ฝึกการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น
การเล่นช่วยเสริมสร้างลักษณะนิสัยของเด็ก เด็กๆจะได้เรียนรู้ทักษะต่างๆจากการเล่น เช่น การทรงตัว การเคลื่อนไหว การใช้ประสาทสัมผัส การใช้กล้ามเนื้อต่างๆ ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหา ฝึกความจำ ฝึกความมีวินัย ฝึกความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นซึ่งจะพัฒนาไปสู่ความรับผิดชอบต่อสังคมเมื่อเติบใหญ่ขึ้น
ข้อสังเกตจากประสบการณ์การทำงาน พบว่า มีความแตกต่างกันของเด็กวัยเดียวกันที่มีโอกาสได้เล่นกับเด็กที่ไม่มีโอกาสได้เล่นตามวัยไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขหรือข้อจำกัดใดๆก็ตาม กล่าวคือ เด็กที่มีโอกาสได้เล่นจะมีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส กระฉับกระเฉง กล้ามเนื้อทั้งมัดเล็กที่และมัดใหญ่แข็งแร็งไม่ว่าจะเป็นทักษะการใช้มือ การเดิน วิ่ง การเคลื่อนไหว หรือการทรงตัว เด็กจะกล้าลองผิดลองถูกซึ่งนำไปสู่การมีทักษะในการแก้ไขปัญหา ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆได้ง่าย มีจินตนาการ ทักษะการใช้ภาษาค่อนข้างดี มีความสามารถในการโต้ตอบ
ในทางตรงกันข้ามเด็กที่ไม่มีโอกาสได้เล่นจะมีผิวพรรณซูบซีด งอแงไม่ร่าเริงแจ่มใส กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ไม่กล้าแสดงออก ขลาดกลัวต่อการเผชิญกับคนแปลกหน้าและ ต้องการเวลาเพื่อการปรับตัวหรือสิ่งแวดล้อมใหม่ มีข้อจำกัดในการใช้ภาษา ไม่กล้าโต้ตอบ ฯลฯ
กรณีตัวอย่าง เช่น เด็กชายวัยขวบครึ่งสองราย รายหนึ่งได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่อยู่ในบรรยากาศของครอบครัวที่ส่งเสริมให้เด็กได้เล่นตามวัย เด็กจะมีสุขภาพจิตดี ร่าเริงแจ่มใส เด็กมีความสุขกับการได้สำรวจ สิ่งแวดล้อมรอบๆตัว เด็กจะเดินเตาะแตะหรือคลานไปโน่นมานี่ หยิบของต่างๆมาเคาะเล่น ชอบแหย่นิ้วในรูเล็ก ๆ บางทีก็หยิบของใส่ปากซึ่งเป็นพฤติกรรมหนึ่งที่เด็กวัยนี้แสดงออกเพื่อทำความรู้จักกับโลกภายนอกตัวเขาโดยการดูด กัด หรือสัมผัส เด็กชายคนนี้จะสามารถสื่อสารบอกความต้องการของตนเองได้ รู้จักชื่อของตนเอง
การมีโอกาสได้เล่นทำให้เด็กได้พบกับสถานการณ์ต่างๆที่เป็นเสมือนแบบฝึกหัดให้เขาฝึกแก้ปัญหา ดังเช่นเด็กชายคนนี้เมื่อเขาคลานไปถึงประตูบานใหญ่บานหนึ่งเขาลุกขึ้นแล้วกางแขนออกสุดแขนตามความกว้างของประตูแต่….แขนของเขาสั้นไป เขาพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะจับขอบประตูทั้งสองข้างเพื่อที่จะก้าวให้พ้นธรณีประตู เขาทำไม่ได้ เขาทำหน้าเบ้เหมือนจะร้องไห้แล้วหันมามองหน้าผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆคล้ายกับจะขอความช่วยเหลือ เขาได้รับการกระตุ้นให้ลองพยายามใหม่และมีผู้ใหญ่ยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ในที่สุดเขาก็ทำได้ เขาเดินไปชิดขอบประตูด้านใดด้านหนึ่งใช้มือทั้งสองจับขอบประตูเพื่อพยุงตนเองให้ก้าวพ้นธธรณีประตูโดยหันหลังออก เมื่อเขาทำได้ผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตั้งแต่แรกเอ่ยคำว่าเก่งและปรบมือให้ เด็กจะเลียนแบบ ปรบมือ และมีท่าทีที่เป็นสุข

เด็กได้ผ่านบทเรียนไปอีกบทหนึ่ง ยังมีบทเรียนอีกมากที่คอยเขาอยู่ซึ่งประสบการณ์ที่ดีจากบทเรียนที่ผ่านไปเขาของที่ได้จากการเล่นนั่นเองจะช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้เขาผ่านบทเรียนอื่นๆไปได้ ซึ่งความสำเร็จนี้จะก่อตัวขึ้นมาพร้อมกับความภูมิใจในตนเอง ความเชื่อมั่นในตนเอง และ การเห็นคุณค่าของตนเองได้อีกทางหนึ่งด้วย
ในขณะเดียวกันนั่นเองในการเล่นอีกเช่นกันที่จะช่วยสอนให้เขารู้จักความไม่สำเร็จและกระตุ้นให้เขาพัฒนาตนเองต่อไป ในเด็กชายวัยขวบครึ่งอีกคนหนึ่งซึ่งได้รับการเลี้ยงดูในบรรยากาศที่ี่ไม่เอื้อให้เด็กได้เล่นตามวัยและไม่ได้ใกล้ชิดกับพ่อแม่ในบรรยากาศของครอบครัวที่อบอุ่น เด็กจะเซื่องซึม งอแง กล้ามเนื้อแขนขาดูอ่อนแรง ไม่ค่อยตอบสนองเมื่อถูกเรียกชื่อ และไม่สามารถสื่อสารเพื่อบอกความต้องการของตนเองได้ พัฒนาการไม่สมวัย
น่าเสียดายผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กชายคนที่สองนี้ได้ปล่อยเวลาที่ดีที่สุดต่อการพัฒนาคุณภาพของเด็กให้ผ่านไปไปโดยไม่รู้ตัวเด็กมีความเป็นปัจเจกเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ เด็กแต่ละคนมีความชอบและไม่ชอบแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามเด็กทุกคนมีความต้องการที่จะเล่นเหมือนกัน
ผู้ใหญ่จะมีบทบาทสำคัญที่จะเอื้อให้เด็กได้เล่นหรือไม่หรือให้เด็กๆได้มีโอกาสเล่นอย่างมีคุณภาพเพียงใด การเล่นนอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาให้แก่เด็กแล้วยังจะช่วยให้พ่อ แม่ ผู้ปกครองหรือผู้เกี่ยวข้องได้รู้จักลูกๆหรือเด็กๆในความดูแลของตนเองด้วย
ลองสังเกตบุตรหลานหรือเด็กๆใกล้ตัวนะคะแล้วลองพิจารณาว่าเห็นด้วยกับผู้เขียนหรือไม่ว่าการเล่นไม่ใช่เรื่องเล่น..เล่น
การเล่นเป็นเรื่อง ที่ไม่ไร้สาระจริงๆๆ เหรอเนี้ย แหมๆๆๆ ดีใจ ที่ได้เล่นมาอย่างล้นเหลือเมื่อเด็ก แสดง ว่าเราก็ฉลาดกะเข้าบ้างแล้วซิเนี้ย
ขอบคุณข้อมูลดีๆ
รอคอยด้วยความจดจ่อ
สวัสดีค่ะ
การเล่นคือการทำงานของเด็กค่ะ
ดีใจที่พี่การ กลับมาเขียนเรื่องราวดีดีให้พวกเราอ่านกันอีกค่ะ