จะทำให้ช่วงเวลารับน้องและเชียร์นี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในรั้วมหาวิทยาลัย ที่นิสิตปี 1 จะจดจำด้วยความสุข ความทรงจำที่ดี

                    จากการสัมมนาสโมสรนิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ ม.นเรศวร  เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ข้อสรุปหนึ่งที่ได้จากการสัมมนาคือ กิจกรรมเชียร์และรับน้องของคณะทันตะฯจะยกเลิกพี่วินัย ว้ากเกอร์ เชียร์หรือรับน้องด้วยความเครียดและความกดดันทั้งหมด บวกกับสโมสรนิสิตอยากนำ KM มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาการดำเนินงานของสโมฯ  วันนี้เราจึงทำ BAR กิจกรรมเชียร์และรับน้องกันครับ

                   จริงๆแล้ว นิสิตเองก็ประชุมเตรียมงานกันมาก่อนหน้านี้หลายครั้งแล้วล่ะครับ แต่คราวนี้มีทีมอาจารย์ที่ดูแลเรื่องกิจกรรมเชียร์และรับน้องเข้ามาคุยด้วย (มีผม อ.ชายแดน อ.นิติ อ.จินตนา อ.วัลดา อ.รณยุทธ) ในลักษณะที่คุยกันสบายๆ ไม่เป็นทางการ แสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ (คุยกันตั้งแต่ทุ่มครึ่งถึงสี่ทุ่มครึ่ง)

                    ในบันทึกนี้ผมเก็บเรื่องราวต่างๆและประเด็นที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังครับ

                    นิสิตหลายคนบอกว่า

  • ไม่แน่ใจว่าเมื่อไม่มีพี่วินัยหรือพี่เชียร์ที่เข้มงวด จะควบคุมนิสิตจำนวนมาก (ประมาณ 90 คน) ได้อย่างไร  
  • จะมีระเบียบเชียร์ที่ดีได้อย่างไร (ตั้งมือพร้อมกัน นั่งหลังตรง ปรบมือพร้อมกัน ร้องเพลงเสียงดัง ฯลฯ) 
  • รุ่นน้องจะไม่สามัคคีกันถ้าไม่สร้างสถานการณ์กดดัน
  • จะไม่มีวินัย (แต่งตัวเรียบร้อย ติดกระดุมคอด้วย แขวนป้ายชื่อตลอดเวลา ยกมือไหว้รุ่นพี่ทุกครั้งที่เจอ ฯลฯ)

                   และนี่คือคำถามที่อาจารย์ได้โยนลงไปให้นิสิตได้คิดกัน

  • จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการรับน้องในความคิดของนิสิตคืออะไร (คือมีวินัย ร้องเพลงได้ทุกเพลง (ประมาณ 20 กว่าเพลง) ปรบมือพร้อมเพรียงกันจริงๆหรือ)
  • การมีระเบียบเชียร์ที่ดีสะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีจริงหรือ
  • คนเราจะสามัคคีกันได้ภายใต้ความกดดันเท่านั้น?
  • การดุด่า ว่ากล่าวว่าให้มีวินัย แต่งตัวเรียบร้อยโดยพี่กลุ่มหนึ่ง(ที่ทำหน้าที่ซ้อมเชียร์หรือพี่วินัย) จะทำให้รุ่นน้องแต่งตัวเรียบร้อยหรือมีวินัยที่ดี ? (โดยที่รุ่นพี่คนอื่นๆที่ไม่ได้เป็น staff ไม่ได้แต่งตัวเรียบร้อย)  
  • ถ้าเห็นด้วยกับวิธีเดิมๆ แสดงว่าตอนเป็นนิสิตปี 1 ชอบวิธีเหล่านี้?
  • ไม่ต้องร้องทั้ง 20 กว่าเพลงได้มั้ย จะเป็นอะไรหรือเปล่า
  • และอีกหลายคำถามครับ

                    จากนั้นก็ได้คุยกันในเชิงลึกถึงประเด็นต่างๆ เพื่อสร้างเข้าใจให้ตรงกันที่จะไปทำงานต่อได้ โดยสรุปคือ

  • ตอนอยู่ปี 1 ไม่ชอบวิธีการเหล่านี้ แต่ไม่กล้าเปลี่ยน เพราะกลัวรุ่นพี่ว่า ซึ่งในการคุยกันวันนี้ ทุกคนมีความเห็นว่าให้ปรับเปลี่ยนได้เลย ในที่ประชุมวันนี้ไม่มีใครว่า ถ้าคนที่ไม่เข้าประชุมมาต่อว่าให้ตอบว่า อ.พิชิตอยากคุยด้วย (ล้อเล่นนะครับ)
  • ตัดเพลงเชียร์ออก ให้เหลือเท่าที่จำเป็น (เพลงประจำคณะ มหาวิทยาลัยเป็นต้น)
  • จุดมุ่งหมายของการรับน้องและประชุมเชียร์คือ ความรักความสามัคคีภายในชั้นปีและระหว่างชั้นปี ดังนั้นทุกกิจกรรมจะปรับในรายละเอียดเพื่อมุ่งสู่ประเด็นนี้เป็นหลัก
  • กิจกรรมทั้งหมดจะต้องไม่เครียดเลย ไม่มีอารมณ์ที่ไม่ดีของรุ่นพี่ ไม่มีความพร้อมเพรียงหรือแหกปากร้องดังๆที่ไม่จำเป็น
  • คำพูดของรุ่นพี่สำคัญมาก ในเรื่องเดียวกันด้วยน้ำเสียงต่างกัน จะได้ผลไม่เหมือนกัน
  •  positive approach ในทุกๆเรื่อง
  • เปลี่ยนชื่อห้องเชียร์เป็นห้องสำราญ
  • เน้นที่การเรียนรู้ด้วยตนเองของนิสิตปี 1  เป็นหลัก เช่นเรื่องการแต่งตัวเรียบร้อย  นิสิตทันตแพทย์ที่ดีในความคิดของตัวเอง
  • จะทำให้ช่วงเวลารับน้องและเชียร์นี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในรั้วมหาวิทยาลัย ที่นิสิตปี 1 จะจดจำด้วยความสุข ความทรงจำที่ดี
  • และอีกหลายประเด็นมากครับ ผมจำไม่ได้ เดี๋ยวคงมีคนอื่นๆที่เข้า BAR มาเขียนในเรื่องนี้ (ผมเล่าเรื่อง gotoknow ให้นิสิตฟังและเชิญชวนให้มาเขียน blog ด้วยครับ เร็วๆนี้เตรียมพบกับ planet สโมสรนิสิตคณะทันตะฯ นะครับ)

                   บรรยากาศการพูดคุย สนุกสนาน เป็นกันเองและชวนคบคิดมากนะครับ เอามาสรุปเป็นข้อๆแบบนี้ อาจจะฟังดูห้วนๆไปหน่อย

                    ความคิดเหล่านี้มาจากนิสิตเป็นส่วนใหญ่นะครับ ผมเพียงเก็บประเด็นที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง ครั้งนี้เหมือนจะเป็นการจุดประกายความคิดและสร้างกำลังใจให้กับทีมงานทุกคน เพราะปีนี้เป็นปีแรกที่เราจะยกเลิกพี่เชียร์และพี่วินัย (เปลี่ยนเป็นพี่ใจดีแทน) คงต้อง BAR กันอีกหลายครั้งก่อนจะถึงวันงาน

                   ถ้ามีโอกาส ผมจะเก็บมาเล่าต่อครับ