ผมเป็นหนี้การอ่านอีกแล้วครับ เพราะผมพบหนังสือเล่มเล็กๆ จริงๆ แล้วมันอยู่ในชั้นหนังสือมากตั้งนานแล้วครับ แต่ไม่ได้สนใจ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ เรามีโอกาสได้พูดคุยกันถึงผลไม้ จีเอ็มโอ ว่ามีประโยชน์หรือโทษอย่างไร

ผมเชื่อว่าหลายคนต้องได้ยินคำว่า "จีเอ็มโอ" ผมคนหนึ่งครับ ได้ยินได้สัมผัสข่าวหรือเนื้อหาความรู้แบบผิวเผิน แล้วก็ไม่ได้สนใจเท่าไรนัก จนกระทั่ง มีการนำเสนอมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งประโยชน์และโทษของอาหารที่เกี่ยวข้องกับ จีเอ็มโอ

วันนี้ผมเป็นหนี้การอ่านอีกแล้วครับ เพราะผมพบหนังสือเล่มเล็กๆ จริงๆ แล้วมันอยู่ในชั้นหนังสือมากตั้งนานแล้วครับ แต่ไม่ได้สนใจ  จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ เรามีโอกาสได้พูดคุยกันถึงผลไม้ จีเอ็มโอ ว่ามีประโยชน์หรือโทษอย่างไร แล้วถ้าเรากินเข้าไปจะมีผลต่อร่างกายหรือไม่?

ในหนังสือบอกเล่าเรื่องราวดังนี้ครับ

จีเอ็มโอ หรือ GMOs ย่อมาจากคำว่า Genetically Modified Organisms หมายถึง สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ที่เกิดจากการตัดเอายีนของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งมายิงใส่เข้าไปในยีนของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งปกติไม่เคยผสมพันธุ์กันได้ในธรรมชาติ เพื่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ที่มีคุณลักษณะตามต้องการ เช่น นำยีนทนความหนาวเย็นจากปลาขั้วโลกมาผสมกับมะเขือเทศ เพื่อให้มะเขือเทศปลูกในที่อากาศหนาวเย็นได้ นำยีนจากแบคทีเรียชนิดหนึ่งมาใส่ในยีนของถั่วเหลือง เพื่อให้ถั่วเหลืองทนทานต่อยาปราบวัชพืช  นำยีนจากไวรัสมาใสในมะละกอเพื่อให้มะละกอต้นทานโรคไวรัสใบด่างวงแหวนได้ เป็นต้น (ข้อมูลจากหนังสือ คู่มือจ่ายตลาด สำหรับซื้ออาหารปลอดจีเอ็มโอ)

ผมอ่านเนื้อหาแล้วทำให้ทราบว่า หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือของกลุ่มกรีนพีช ซึ่งนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจ และสามารถโน้มน้าวให้เราเชื่อถือได้ว่า อาหารจาก จีเอ็มโอนั้น มีอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ (ข้อมูลเพิ่มเติมใน www.truefood.org  )

ผมในฐานะผู้บริโภค ไม่อยากบริโภคข้อมูลด้านเดียว เลยเริ่มที่จะค้นคว้าต่อไป  ซึ่งผมคิดว่าในบรรดาผู้ท่องblog จะสามารถเป็นผู้ที่ให้ความรู้เรื่องนี้ได้ดี (อย่างน้อยต้องมีน่า...นะ)

ขอบคุณในความกรุณาของผู้ทรงความรู้เรื่อง จีเอ็มโอ ล่วงหน้าที่จะให้ข้อมูลในบันทึกนี้ครับผม