พิพิธภัณฑ์นี้มีห้องกิจกรรมสำหรับเด็กเล็ก เรียกว่า Discovery Room ปราดแรกที่เห็นนึกว่า เอ๊ะ! เหมือนกับที่ไหนที่เราเคยไปสักแห่ง แล้วก็มานึกได้ว่า อ๋อ...ที่พิพิธภัณฑ์เด็ก ของ กทม.ที่สวนจตุจักรนี่เอง

การเรียนรู้แบบ discovery ที่ให้ผู้เรียนค้นพบด้วยตัวเองเป็นเทคนิคที่ใช้กันมากในปัจจุบันโดยเฉพาะในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีการที่สอดคล้องกับสไตล์หรือจริตในการเรียนรู้ของเด็กที่มีความกระตือรือร้นมาก

การ discover ตัวเองและธรรมชาติรอบตัวเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติที่สุดนับตั้งแต่คนคนหนึ่งเกิดมา พอกายเริ่มสัมผัส จมูกเริ่มได้กลิ่น หูเริ่มได้ยิน ตาเริ่มมองเห็น จิตเริ่มรับรู้อารมณ์ เราก็เริ่มสำรวจโลก สำรวจสิ่งรอบข้างรอบกาย นอนอยู่ก็อยากยกหัวให้สูงขึ้น เพื่อจะได้เห็นได้ไกลขึ้น ลองทำเสียงโน้นเสียงนั้นดูเพราะอยากฟังว่าเป็นอย่างไร พอคุกเข่าขึ้นมาได้สำเร็จ ระดับตาก็สูงจากพื้นขึ้นอีก มองได้ไกลกว่านอนคว่ำแล้วยกคอมากเลย นอนหงายเห็นแต่เพดานน่าเบื่อ อยากคลานได้เร็วๆ จะได้ไปสำรวจไปจับไปคลำสิ่งที่อยู่ห่างออกไป พอยืนขึ้นมาได้ก็มองไปได้ไกลขึ้นอีก การเรียนรู้ที่จะยืนและเดินบนสองเท้าเป็นการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตอันหนึ่งที่ homo sapiens อย่างพวกเราทุกคนต้องผ่าน จากนั้นถ้ามีบันใดหรือต้นไม้ให้ปีนขึ้นไปมองออกไปไกลๆ ก็ยิ่งสนุก แล้วยังได้ทดสอบพละกำลังของตัวเองไปด้วยในตัว

ที่เขียนมานี้ไม่ใช่ว่าความจำผมจะ(ระ)ลึกกลับไปได้ถึงวัยขนาดนั้น ห้องดังกล่าวให้ความรู้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผมยืนดูเด็กคลานไปมา หยิบนั่นหยิบนี่ขึ้นมาพินิจพิจารณา เขย่าข้างหูดู เลียดู ลองหัก ลองงอ ลองใส่ชิ้นนั้นลงไปในชิ้นนี้แล้วรู้สึกทึ่ง และเชื่อว่าตัวเราก็ต้องผ่านขั้นตอนนี้ของชีวิตมาเหมือนกัน

ผมเขียนเรื่องพิพิธภัณฑ์นี้ตามภาพที่เก็บไว้ใน notebook ดูแล้วยังเหลืออีกสองภาพ ภาพหนึ่งเป็นภาพที่ผมมักให้ลูกหลานและญาติมิตรทายว่าเป็นอะไร และส่วนใหญ่มักจะทายไม่ถูก อีกภาพหนึ่งเป็นภาพ "เครื่องยศ" ที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 พระราชทานแก่ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียน เรื่องนี้ก็เลยยังเหลืออีกสองตอนตามภาพที่ว่าครับ