ขอพักยกการศึกษา....สักนิดครับ...เพราะคิ้วผูกโบว์ไปหลายวันครับผม เลยมาผ่อนคลายกับ KM การจัดการความรู้ (เห็นฮิตกันจังครับคำนี้) เลยมานำเสนอ KM ในครก กันหน่อยครับ เพราะครั้งก่อน นานมาแล้ว เคยนำเสนอ KM ดังต่อไปนี้ครับ

สวัสดีครับทุกท่าน

         ขอพักยกการศึกษา....สักนิดครับ...เพราะคิ้วผูกโบว์ไปหลายวันครับผม เลยมาผ่อนคลายกับ KM การจัดการความรู้ (เห็นฮิตกันจังครับคำนี้) เลยมานำเสนอ KM ในครก กันหน่อยครับ เพราะครั้งก่อน นานมาแล้ว เคยนำเสนอ KM ดังต่อไปนี้ครับ

ไม่ขอพูดพร่ำทำเพลง... ไปอยู่เมืองหลวง อย่าด่วนลืมความสัมพันธ์...

รถเครื่องคันร้ายใต้หนำ ซ้อนท้ายประจำเห็นแล้วคิดถึงเธอ...(จากเพลงที่คุณได้ยินอยู่ครับ)

มาดูรูปแล้วกันนะครับ ว่า KM ในครกที่ว่านี้คืออะไร

วิธีการบูรณาการ เรียงตามหมายเลขดังต่อไปนี้ครับ

  1. เอาปลากระป๋องเป็นปลาแมคเคอเรลในน้ำมันทานตะวัน หลายๆ กระป๋องตามปริมาณที่ต้องการครับ มาเปิดฝาแล้วเทน้ำมันทิ้ง พร้อมตั้งกะทะร้อนๆ นะครับ แล้วรวมปลาเข้าด้วยกัน คั่วให้ได้สีน้ำตาล

  2. คั่วจนได้หน้าตาประมาณนี้ แล้วก็เทน้ำมันทานตะวันทิ้งอีกรอบนะครับ จนสะเด็ดน้ำมันนะครับ ปลาจะกรอบๆ คล้ายปลาทูทอดเลยครับ อิๆ (ใครจะกินกับข้าวในตอนขั้นตอนนี้ก็ได้นะครับ อร่อยเหมือนกันครับ)

  3. มาถึง KM ในครก ครับ ใส่อะไรลงไปบ้างครับ เอาพริกขี้หนูสดที่ซื้อมา(แช่ไว้ในช่องแช่แข็ง เก็บไว้ได้เป็นปีครับ) มาล้างน้ำนิดแล้วหั่นเป็นท่อนๆ หั่นตะไคร้ให้ละเอียด ซอยบางๆ หั่นผักชีซักต้น รากและใบลำต้นครับ ใบมะกรูด(ในช่องแช่แข็งเหมือนกันครับ ใบสดๆ เก็บได้เป็นปีเช่นกันครับ) หั่นหอมแดงด้วยซักหัว (อาจจะย่างให้ได้กลิ่นหอมๆ ก่อนก็ได้ครับ)

  4. ตำให้เข้ากันพอแหลกๆ ถึงละเอียดครับดังภาพที่ 4 นะครับ

  5. ใส่ปลาคั่วลงไป โดยเหลือไว้ซักส่วนหนึ่งเอาไว้ โรยหน้าในตอนท้ายครับ แล้วตำให้เข้ากันอีกครับ

  6. ตำจนได้ประมาณรูปที่ 6

  7. ใส่กะปิลงไป (กะปิกุ้ง นะครับ กะปิสำหรับตำน้ำพริกจะดีมากๆ นะครับ ที่ไม่เค็มมากจนเกินไป นะครับ กะปิกุ้งปกติจะสุกมาก่อนแล้ว) แล้วตำให้เข้ากันนะครับ แล้วตักใส่หม้อ นะครับ

  8. ต่อมา ให้ต้ำน้ำเดือด ให้สุก ไว้รอด้วยนะครับ  ในหม้อตอนนี้ก็คั้นน้ำมะนาวใส่ลงไปครับ แล้วคลุกให้เข้ากันครับ ปลาและน้ำพริกจะดูดซึมน้ำมะนาวลงไปนะครับ อาจจะไม่มีน้ำในน้ำพริก  ก็เติมตัวทำละลายด้วยน้ำต้มสุกลงไปครับ แล้วคนให้เข้ากัน เป็นการผ่านการฆ่าเชื้อและทำให้สุกอีกรอบครับ จนได้ในสภาพที่อร่อยครับ

  9. โรยหน้าด้วยปลาที่เหลือไว้ อาจจะกรอบๆ หรือจะผสมลงไปคลุกให้เข้ากันก็ได้ครับ จะได้เห็นเนื้อปลาด้วยชัดๆ ครับ เด็ดใบโหระพาโรยหน้านะครับ (ไม่ใช่ผักชี โดยใช้ผักชีไว้ในส่วนผสมแล้ว คิดใหม่ทำใหม่บ้างก็ดี ห้าๆๆๆ)

  10. มาดูรูปให้ชัดอีกนิดด้วยภาพที่ 10

  11. แล้วก็ตักข้าวสวย กิโลกรัมละห้าสิบบาท จากเมืองไทย (ต่อไป คาดว่าจะกิโลกรัมละหนึ่งพันบาท เมื่อคนไทยเลิกทำนากัน) ราดด้วยน้ำพริกปลาย่าง โรยใบสาระแหน่ลงไปประดับจาน และใบโหระพา กินพร้อมๆ กัน โล่งปาก โล่งจมูก ไปเลยครับ ห้าๆๆๆ

  12. ขอให้อร่อยนะครับ ลองไปประยุกต์ทำกันดูเล่นๆ นะครับ ทำกินกับข้าวเหนียวก็ได้ครับ อาจจะออกคล้ายๆ ลาบ ก็ได้ครับ ห้าๆๆ ผมก็ไม่รู้จะตั้งชื่ออะไร ก็ตั้งชื่อใส่ชื่อเมืองที่นี่ซะเลยครับ ให้เข้ากับสถานที่ และยังมีคำว่าน้ำพริก ที่เป็นรากของบ้านเรา

  13. กินแล้วสบายใจ ผมดีใจที่คุณแม่ได้ฉีดวัคซีนเข็มนี้ เข็มใหญ่ทีเดียวไว้ให้ตอนเด็กๆ ทำให้มีแนวทางในการประยุกต์ทำอะไรได้บ้าง ไม่อดตาย พอกินได้ ก็หรูแล้วครับ

  14. การทำอาหารเป็นศิลป์และศาสตร์ เป็นปรัชญาในครัวเพื่อการอยู่รอดอีกทางหนึ่งครับ

  15. ขอให้มีความสุขในการใช้ชีวิตนะครับ คิดว่าคงได้อะไรไปบ้างนะครับ จากที่เราทำน้ำพริกครกนี้มาด้วยกันนะครับ

ปล. ครกเบือ คือภาษาใต้ครับ หมายถึงครก คู่กับสากกระเบือ หรือว่า สากเบือ ในภาษาใต้นั่นเองครับ 

ขอบคุณมากๆ นะครับ

เม้ง สมพร ช่วยอารีย์