การทำฟันโดยการวางยาสลบในเด็ก นอกจากการพิจารณาข้อบ่งชี้แล้ว การให้ข้อมูลข้อดี ข้อเสียแก่ผู้ปกครอง เป็นส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการตัดสินเลือกวิธีการรักษาด้วย

  ส่วนข้อเสียในการรักษาฟันโดยวางยาสลบในเด็กก็คือ   

1) ผู้ปกครองต้องยอมรับว่าการรักษาทุกอย่างต้องมีความเสี่ยง การดมยาสลบก็เช่นกัน เพียงแต่ว่าความเสี่ยงที่มีอยู่นั้นอยู่ในวิสัยที่ทันตแพทย์ และแพทย์ดมยาสามารถที่จะให้ความมั่นใจแก่ผู้ปกครองว่ามีความปลอดภัยสูง  เพราะหากเปรียบเทียบกับการดมยาเพื่อการผ่าตัด ผู้ป่วยต้องสูญเสียเลือดและมีความเสี่ยงมากกว่าการทำฟันอย่างเดียว  และถึงแม้ว่าการทำฟันโดยวิธีปกติเด็กก็อาจมีความเสี่ยงได้ ดังเช่นข่าวคราวที่ออกมาในช่วง 1-2 ปีมานี้       

2) ผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำฟันสูงขึ้น เนื่องจากการดมยาต้องใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ สถานที่ และบุคลาการมาก  (โรงพยาบาลของรัฐประมาณ 7,000-10,000 บาท ส่วนโรงพยาบาลเอกชน ขึ้นอยู่กับระดับของโรงพยาบาลค่าใช้จ่าประมาณ 30,000 00,000 บาท)   

3) ผู้ปกครองต้องเสียเวลาอยู่ในโรงพยาบาลบ้าง เพราะเด็กต้องนอนโรงพยาบาลในช่วงก่อนและหลังการรักษา บางครั้งอาจต้องนอนโรงพยาบาล 1 คืน เพื่อเตรียมเด็กดมยา หรือ เฝ้าดูอาการหลังการรักษา (ขึ้นอยู่กับการนัดหมายหากทำฟันเช้า อาจต้องนอนโรงพยาบาลก่อนทำ  แต่หากทำตอนมืด อาจต้องนอนหลังทำ)   

4) เด็กไม่ได้ฝึกพฤติกรรมการทำฟัน เพราะในเด็กที่ทำฟันโดยปกติ ซึ่งทำหลายครั้ง เด็กจะคุ้นเคยและไม่กลัวทำฟัน และส่วนใหญ่เด็กก็จะมีพฤติกรรมการแปรงฟันที่ดียิ่งขึ้น แต่ในการดมยาสลบเมื่อเด็กตื่นขึ้นมาเด็กก็จะทำฟันเรียบร้อยแล้ว ทำให้ต้องมาเริ่มการปรับพฤติกรรมใหม่ ซึ่งถ้าหากผู้ปกครองเข้าใจ และพามาเป็นระยะ หลังการรักษา ก็จะทำให้เด็กดีขึ้น แต่ถ้าหากผู้ปกครองหายไปพร้อมเด็ก (เพราะไม่ปวดฟันแล้ว) มาอีกครั้งเมื่อฟันผุและปวดเพิ่มขึ้น อันนี้อาจมีปัญหา เพราะการที่จะต้องดมยาสลบเพื่อทำฟันอีกเป็นครั้งที่เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น