แนวโน้มของธุรกิจการจัดการฝึกอบรมในอีก 5 ปีข้างหน้า
            ในปัจจุบันบริษัทห้างร้านและองค์กรต่างๆมีความต้องการที่จะประสพความสำเร็จสูงสุดตามเป้าหมายขององค์กร และทางเลือกหนึ่งที่องค์กรส่วนใหญ่เลือกใช้คือ การพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เจ้าหน้าที่หรือพนักงาน ของตนเองให้มีความสามรถที่จะทำงานในภาระหน้าที่ของตนให้ได้ผลดีเพิ่มขึ้น การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรนั้นสามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้คือ การส่งบุคลากรไปเข้ารับการฝึกอบรมจากบริษัทจัดฝึกอบรมต่างๆ เช่นการอบรมการสื่อสารภายในองค์กร การสื่อสารต่างวัฒนธรรม เทคนิคการเจรจาต่อรอง เทคโนโลยีสารสนเทศ กลยุทธการสื่อสาร เป็นต้น
                จากความต้องการที่จะพัฒนาบุคลากรที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมากในตอนนี้ ทำให้ธุรกิจการจัดการฝึกอบรมมีการเจริญเติบโตและขยายตัว จากการจัดฝึกอบรมให้กับบุคลากรขององค์กรต่างๆไปสู่การจัดฝึกอบรมให้กับผู้ที่สนใจหรือบุคลทั่วไปด้วย โดยรูปแบบของการจักการฝึกอบรมจะทั้งการอบรมทักษะที่น่าสนใจ เช่น การทำงานเป็นทีม, การสนทนาภาษาอังกฤษ การอบรมเชิงปฏิบัติการ เช่น การใช้โปรแกรม Microsoft Office, การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล, การใช้งานโปรแกรมPhotoshop การอบรมงานศิลปหัตถกรรมและงานประดิษฐ์ต่างๆ เช่น การทำผ้ามัดย้อม, การทำตุ๊กตาชาววัง, การทำดอกไม้ประดิษฐ์จากธนบัตร การจัดอบรมในเรื่องอื่นๆ เช่น การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม, วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งรูปแบบของการจัดฝึกอบรมในตอนนี้จะมีการประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆทั้ง โทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ตและตามสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ จากการโฆษณานี้เองที่ทำให้เรารู้ว่าธุรกิจนี้ต้องมีผลกำไรอย่างมหาศาลจึงสามารถลงโฆษณาตามสื่อต่างๆได้ อีกทั้งมีรูปแบบการจัดอบรมที่หลากหลายเพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าและอำนวยความสะดวกเช่น การจัดอบรมแบบตัวต่อตัว, การจัดอบรมเป็นกลุ่ม, การจัดอบรมนอกสถานที่, การจัดอบรมแบบค่าย 
                 ภาพรวมของธุรกิจการจัดการฝึกอบรมที่เป็นอยู่ในตอนนี้ข้าพเจ้าคิดว่าแนวโน้มของธุรกิจนี้ในอีก 5 ปีข้างหน้าจะต้องเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก ต้องมีการวิจัยกลุ่มเป้าหมาย ตลาด คู่แข่ง ประสิทธิภาพของโปรแกรมการฝึกอบรม คิดค้นการฝึกอบรมใหม่ๆที่น่าสนใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ เข้าถึงลูกค้าได้ในทุกๆที่ เช่น มีการจัดฝึกอบรมแบบ Delivery ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อลูกค้า เป็นการเปิดให้เราได้เลือกเรียนรู้สิ่งที่เราต้องการหรือสนใจด้วยตัวเอง ในระยะเวลาที่สั้น ได้ผลดีและคุ้มค่ากับราคา