เมื่อทิพย์ไม่สบาย เพราะอาหารเป็นพิษ

เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เราขยับตัวเล็กน้อย หลังจากที่รู้สึกตัวตื่น “เช้าแล้วหรอเนี่ย ว้า เพิ่งนอนได้แป๊บเดียวเอง” เสียงของหัวใจบอกออกมาอย่างไม่ค่อยจะอยากตื่นเท่าไหร่ เพราะเพิ่งจะนอนได้ไม่กี่ชั่วโมง <p>          หลังจากความวุ่นวายในการต่อคิวอาบน้ำของพี่ๆชาวการศึกษาพิเศษต่อคิวอาบน้ำได้ผ่านพ้นไป เฮ้อ ผู้หญิงก็อย่างงี้แหละน้า จะอาบน้ำทีล่ะสุดแสนจะวุ่นวายจริงๆ ไม่เหมือนผู้ชายที่มีแค่ผ้าขาวม้าผืนเดียวก็ไปอาบน้ำได้ทุกที่ที่มีน้ำแล้วล่ะ </p><p>          ถ้าเปรียบกับเครือข่ายโทรศัพท์ที่มีในประเทศไทย ก็คงเปรียบได้กับ GSM ที่มีคลื่น จะขึ้นเขาลงห้วยที่ไหนก็สามารถโทรได้ทุกที่ แต่ตรงกันข้ามกัน การอาบน้ำของผู้หญิงก็เหมือนกับ เครือข่ายทรูมูฟที่มีข้อจำกัดในการโทรอยู่บ้าง </p><p>          แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับทุกคนอยู่แล้ว มดได้อาบน้ำเป็นคนสุดท้ายก็ต้องวิ่งผ่านน้ำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เพราะรู้ว่าเวลาไม่คอยท่าใคร </p><p>          “เค้าปวดท้องเหมือนจะอ้วก มด” ทิพพูดขึ้นหลังจากที่เห็นมดเดินออกมาจากห้องน้ำ </p><p>          “ไหวมั๊ยทิพ”มดถาม แต่ก็ไม่รู้อาการของทิพในตอนนี้ว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง </p><p>          “เดี๋ยวเราไปขอยาธาตุน้ำแดงกับพี่ออยมากินละกันนะทิพ” กุ้งออกความเห็น    มดรีบแต่งตัวสละเครื่องสำอางอย่างรีบร้อน แม้แต่แป้งฝุ่น เพียงไม่กี่นาทีเราสามคนก็เดินลงมาจากบันได </p><p>          “พี่มียายาแก้โรคกระเพาะมั๊ยคะ” กุ้งถามพี่คนหนึ่งซึ่งมดกับทิพก็มองไม่เห็นหรอกว่าเป็นใคร จำได้แต่พี่ธีระ ประธานชมรมเพื่อนแก้วอยู่ด้วย   พี่ธีระหยิบยาธาตุน้ำแดงขึ้นมาจากกระเป๋าพยาบาลส่งให้กุ้ง</p><p>            “ยานี้กินแล้ว…หน่อยนะ พี่ก็กินยาเนี่ยแหละ” พี่ธีระบอก กุ้งรับขวดยาไว้แล้วพาทิพกับมดไปที่โต๊ะอาหาร </p><p>          เมนูอาหารวันนี้มี แกงผักหวาน ยำ และคะน้าหมูกรอบ เราจำได้จากการฟังพี่แพกพูด รู้สึกว่าพี่เล็กจะกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยเหมือนเช่นทุกมื้ออาหาร เช่นเดียวกับมดที่ดูจะสนใจจัดการกับแกงผักหวานเป็นส่วนใหญ่ </p><p>          “กุ้ง พาทิพไปห้องน้ำหน่อยจ้ะ” น้ำเสียงนั้นเนือยๆ กุ้งที่เพิ่งจะกินได้สองสามคำรีบพาทิพลุกออกไป มดเพียงมองตามเพราะคิดว่าไม่นานทิพก็กลับมานั่งที่เดิมแล้ว แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นเงาของทิพกับกุ้ง </p><p>          “ทำไมทิพยังไม่มาอีกน้า” มดบ่นเปรยๆ </p><p>          “แหม ห่างกันไม่ได้เลยนะ” พี่เล็กพูดเหน็บเล่นๆ มดชักใจไม่ดีแล้วสิ </p><p>          “มด มด มด” เสียงกุ้งดังแว่วมา จับต้นชนปลายไม่ถูกว่ามาจากทิศไหนกันแน่ มดพยายามจับทิศทางของเสียง ซักพักกุ้งก็วิ่งลงมา </p><p>          “มด ทิพอ้วก ทั้งลมทั้งราก”มดถึงกับอึ้งทำอะไรไม่ถูก เพระเมื่อเช้าทิพก็ยังดีๆอยู่เลย </p><p>           “ทำไงล่ะ” มดถามกุ้ง </p><p>          “มีอะไรกันหรอ” เสียงพี่หนิงดังมาจากโต๊ะอาหารทางด้านหลังของมด กุ้งเล่าอาการของทิพให้พี่หนิงฟัง “สงสัยอาหารเป็นพิษ  ไปกินอะไรมาหรอ”</p><p>           พี่หนิงให้กุ้งเรียกพี่ออยรีบขึ้นไปดูทิพ มดได้แต่นั่งเศร้าทำอะไรไม่ได้ แม้แต่จะเดินขึ้นไปดูทิพที่ห้องเพราะยังจำทางที่จะเดินขึ้นห้องไม่ได้ ต้องนั่งรอให้พี่แพกกินข้าวอิ่มก่อนแล้วพาขึ้นไป </p><p>          ภาพเลือนรางที่ผ่านเข้ามาในตาอันน้อยนิดของมด คือทิพนอนหมดแรงอยู่บนเตียง มดสงสารทิพจับใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร หากเป็นแทนทิพได้ในนาทีนั้นก็คงดี </p><p>          พี่หนิงดูแลทิพอยู่อย่างใกล้ชิด “มด ลงไปร่วมกิจกรรมข้างล่างเถอะไป”พี่หนิงพูด ไม่อยากให้มดต้องขาดกิจกรรมดีๆไป </p><p>          แต่การร่วมกิจกรรมในวันนี้ ถึงแม้ว่าจะมีคนรอบข้างอยู่มากมายก็เหมือนกับว่าเรานั่งอยู่คนเดียวในห้องมืดๆ อยากรู้จังว่าทิพจะเป็นอย่างไรบ้าง เสียงร้องเพลงประสานเสียงจากวีดีโอที่ถ่ายและตัดต่อไว้ ยิ่งทำให้มดนึกถึงทิพ เมื่อวานทิพยังสดใสร่าเริงอยู่แท้ๆ แต่วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ </p><p>          “น้องเฟรนต์ใช่มั๊ย” พี่หนิงเข้ามาทักมดที่นั่งซึมอยู่ มดทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจสักครู่ก็นึกออก มันเป็นนามปากกาที่เราใช้ในการเขียนเว็ปบอร์ตเมื่อคืนนี้ </p><p>          พี่หนิงพามดไปนั่งคุยกับพ่อครูบา วันนี้ได้รับคำชมจากพ่อครูบาหลายเรื่อง ตั้งแต่การร้องเพลง ไปจนถึงการเขียนเว็บบอร์ต แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความสุขกลับคืนมาสู่หัวใจของมดเลย ถ้าไม่มีทิพมานั่งอยู่ข้างๆด้วย </p><p>           ในนาทีนั้นทิพน่าจะได้มานั่งเพื่อรับความชื่นชม ความรักความเอ็นดูจากพ่อครูบาร่วมกับมดตรงนั้นด้วย </p><p>           และสิ่งที่มดเฝ้ารอก็คือเวลาพักกลางวันต่างหาก มันไม่ใช่การเฝ้ารอเวลาอาหาร แต่มันคือการเฝ้ารอเวลาที่มดจะได้ไปดูอาการทิพต่างหาก </p><p>           มดตัดสินใจตรงไปที่ห้องโดยมีพี่โอ๊ดมาส่งที่บันได เพราะถึงไปกินข้าวก็คงกินอะไรไม่ลงอยู่ดี ทิพอาการดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังอ่อนเพลียอยู่มาก พี่แพกที่ขึ้นมาเฝ้าทิพเป็นเพื่อนกุ้งจัดแจงต้มข้าวต้มมาให้ทิพกิน ก่อนจะชวนมดลงไปกินข้าว </p><p>           แต่ก็ไม่เหลืออะไรให้เรากินแล้วนอกจากน้ำยาของขนมจีนกับข้าวกล้อง พี่แพกก็เลยอาสาเป็นแม่ครัวอีกครั้ง เมนูอาหารเที่ยงวันนี้จึงแปลกกว่าใครเพื่อนที่ไปกินข้าว คือ ส้มตำเทคโน กับไข่เจียวสุดพิสดาร ความหิวทำให้กุ้งกับมดใช้เวลากินไม่นานนัก แม้ว่าอาหารตรงหน้าจะไม่ใช่อาหารจากภัตตาคารหรูก็ตาม </p><p>          ตอนบ่าย กุ้งทำหน้าที่เฝ้าทิพ ตามที่พี่หนิงบอก ส่วนมดกับพี่แพกเดินไปที่โรงเพาะเห็ดซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก รู้สึกผิดอยู่บ้างที่มาสายกว่าใครๆ แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ… เรื่องการป่วยด้วยอาหารเป็นพิษของทิพรู้ถึงพี่นะกับคุณจักรทันที่ที่มดมองเห็นว่าทั้งสองคนอยู่ที่ไหน หลังจากที่ต้องการแจ้งข่าวร้ายนี้ตั้งแต่เช้า แต่ก็มองไม่เห็นไม่รู้ว่าสองคนนี้นั่งอยู่ที่ไหน ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของพี่นะกับคุณจักรว่านั่งอยู่ตรงไหน </p><p>          เราเชื่อแน่ว่า ทุกคนที่ได้รู้ข่าวร้ายนี้คงตกใจและคงรู้สึกไม่ต่างกัน คือความห่วงใย ที่ทุกคนมีต่อทิพ ทุกคนคงดีใจมากถ้าเย็นนี้จะได้ยินเสียงของทิพพูดอยู่ข้างๆหู แต่ฟ้าก็ได้ทำให้ความหวังของเราเป็นจริง เมื่อเย็นวันนั้น ทิพเดินลงมากินข้าวร่วมโต๊ะกับเราได้ แม้จะกินอาหารได้แค่อาหารอ่อนๆก็ตาม </p><p>           กิจกรรมในช่วงเย็นของวันนี้ไม่มีความเศร้า และความเหงาของมด ความรู้สึกแปลกเหมือนขาดอะไรไปของพี่นะกับคุณจักรอีกต่อไป มีแต่ความสนุกสนาน รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของเราที่มีทิพกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของเราเหมือนเมื่อวาน วันนี้คงเป็นวันแห่งความทรงจำที่มีค่าของเราอีกวันหนึ่งที่ยากจะลืมเลือน </p><p>น้องมด : บันทึก</p>