แต่ก่อนคิดว่าการเลี้ยงลูกนั้นง่ายแสนง่ายมาตอนนี้แค่คนเดียวก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ต้องคอยคิด กังวลตลอดเวลาว่าเค้าจะไม่เก่ง ไม่สมบูรณ์แบบเหมือนที่เราหวังไว้ ยิ่งถ้าเห็นเด็กคนอื่นๆ ที่เก่งๆ ฉลาดๆ เราก็อยากให้ลูกเราเป็นแบบนั้น ก็คิดอยู่เสมอว่าพ่อแม่เค้าเลี้ยงลูกยังไงนะให้ลูกเป็นแบบนี้ได้ เคยคิดไหมคะว่าถ้ามีลูกแล้วจะให้ ย่า ยายเลี้ยงให้จะมีให้สัก 2 - 3 คนไปเลย อยากได้นักใช่มั้ย หลานน่ะ หากใครที่คิดเช่นนั้นโปรดล้มเลิกความคิด ณ บัด now เพราะมันเป็นความคิดที่ผิดน่ะสิคะ คุณรู้ไหมคะว่า ปู่ย่า ตายายนั้นท่านรักลูกเรามาก มากกว่ารักลูกแท้ๆ ซะอีก ชนิดที่ว่ายอมทุกอย่าง โอ๋สารพัด แต่มีสิ่งหนึ่งที่ท่านมักจะลืมคือ ความรักลืมใส่กรอบ ก็กรอบแห่งความพอเหมาะพอดีไงคะ ประสบการณ์เห็นๆ ของตัวเองเลยล่ะค่ะ คงต้องท้าวความหน่อยนะคะ ตัวติฉันเองมีลูกชายคนแรก และเป็นหลายชายคนแรกของบ้านเลย ทุกคนก็จะคอยเอาอกเอาใจสารพัด ดิฉันเลยคิดคาดการไว้ว่าขืนเป็นอย่างนี้ลูกของดิฉันจะต้องเสียคนแน่ๆ เลย ดิฉันจึงคิดหาแนวทางป้องกันไว้ก่อน ก็คือ การเลี้ยงลูกด้วยตนเอง โชคดีที่ดิฉันไม่ต้องทำงาน สามีทำอยู่คนเดียว จึงสามารถมีเวลาเลี้ยงลูกได้เต็มที่ แต่ปัญหามันก็มีตามมาเรื่อย ๆ เมื่อดิฉันเชื่อในตำรามากกว่าเชื่อคำโบราณ จริงๆ ก็เชื่อคำโบราณบ้างเหมือนกันนะคะ แต่เราก็ต้องดูสถานการณ์ด้วยว่าพอจะเป็นไปได้ไหมไม่ใช่เอะอะ อะไรก็เชื่อไปเสียหมด เดิมทีตั้งใจจะเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กฝาหรั่งเสียหน่อย เพราะอ่านตำราแล้วก็เข้าท่าดี เค้าไม่ต้องอุ้มลูกกล่อมนอนให้เหนื่อย 6 เดือนเค้าก็แยกห้องนอนกับลูกได้แล้ว แต่ประเทศไทยนี่ต้องกล่อมต้องอุ้มลูกนอนไปถึง 3 ขวบ เลยล่ะ ตามตำราเค้าบอกว่า ถ้าลูกร้องไห้อย่าเพิ่งอุ้มทันที ดูก่อนว่า เค้าอึ ฉี่ หิว (เด็กก็มีอยู่แค่นี้ค่ะ) ถ้า อึ ฉี่ ก็เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ซะ แล้วให้เค้านอนเอง ถ้าไม่อึ ฉี่ก็แสดงว่าหิวก็ให้กินนมซะ ถ้าไม่ทั้ง 3 อย่างก็แสดงว่าอึดอัดท้อง ก่อนนอนไม่ได้เรอ ก็ค่อยอุ้มขึ้นมาทำให้เค้าเรอ เด็กเนี่ยถ้าให้เสื่อผ้าให้เค้าแล้วเค้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย เช่น หลวมไป คับไป เค้าก็ร้องละ แมลงสัดกันต่อยหรือเปล่า ก็ควรจะดูให้แน่ใจก่อนจะอุ้มขึ้นมาเคยได้ยินไหมคะว่าเด็กจะติดมือ ติดจริงๆ นะคะทันตาเห็นเลยค่ะ ไม่ต้องรอให้เป็นเดือน เป็นปี วันเดียวก็ติดแล้วล่ะค่ะ เพราะที่บอกไปเนี่ยดิฉันไม่ได้ทำซักอย่างเลยล่ะค่ะ ก็เพราะลูกดิฉันติดมืออย่างที่บอกน่ะสิคะ จริงๆ แล้วตั้งใจจะทำตามที่บอกเหมือนกันนะคะ แต่คุณปู่คุณย่าของลูกดิฉันน่ะสิคะ รีบกรูกันเข้ามาทันทีเวลาที่ลูกดิฉันร้อง แล้วท่านก็อุ้มไป แถมโวยวายว่าทำไม่ปล่อยให้ลูกร้องอยู่ได้ รู้มั้ยว่าห้ามให้เด็กร้องไห้เยอะ เป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยๆ จนลูกดิฉันติดมือ แล้วใครเหนื่อยรู้ไหมคะ ก็ดิฉันอีกล่ะค่ะ ตอนกลางคืนไม่ใช่มีใครมาช่วยเลี้ยงนี่ดิฉันก็เลยต้องอุ้มอยู่คนเดียวทั้งคืน หรือถ้าปล่อยให้ร้องตอนกลางคืนก็ตื่นขึ้นมากันทั้งบ้านแล้วก็มาอุ้มเอาลูกของดิฉันไปอีก แถมโวยวายอีก เหมือนเดิมค่ะว่า ห้ามให้ร้องไห้เยอะ เฮ่อ... แต่ดิฉันก็พยายามที่จะเลี้ยงเองโดยไม่ต้องพึ่งคนอื่นให้มากที่สุด เพราะเมื่อใดที่เราให้คนอื่นมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรามากเกินไป ชีวิตเราก็จะเริ่มไปเป็นของเค้าด้วย ตอนนี้ลูกของดิฉัน เกือบจะ 5 ขวบแล้ว ดิฉันก็ยังไม่วายต้องคอยกีดกันความไม่ถูกต้องบางประการที่จะได้มาจากปู่ ย่า ก็คือ การเอาอกเอาใจมากเกินไป เพราะอาจทำให้ลูกเราเสียคนได้ถึงขั้นเอาแต่ใจตัวเองเป็นอย่างมาก ก็เป็นไปแล้วน่ะสิคะ แต่ไม่ใช่ลูกดิฉันนะคะ เป็นหลานของสามีค่ะ อายุอ่อนกว่าลูกดิฉันขวบครึ่งถูกเลี้ยงมาด้วยกัน ตอนนี้หลานคนนี้ทั้งเอาแต่ใจตัวเอง ขี้วีน และที่สำคัญคิดไม่เป็น ไม่เป็นตัวของตัวเอง จะเพราะอะไรเสียอีกล่ะคะก็คนแก่น่ะสิคะที่ทำให้เป็นอย่างนี้ ลูกของดิฉันไม่เป็นค่ะ ก็ดิฉันได้ให้ภูมิคุ้มกันแล้วนี่คะ มีอยู่ครั้งหนึ่งหลานคนนี้ดื้อกับดิฉันมากจนดิฉันต้องดุ แต่เธอก็ยังร้องไห้โวยวายไม่ยอมฟัง ที่ดุนี่ไม่ได้ดุด่านะคะ แต่สอนแบบดุๆ หน่อยพอดูให้น่าเกรงขาม เธอก็กระทืบเท้า กริ๊ดเต็มบ้าน แล้วก็กริ๊ดใส่หน้าดิฉันแถมด้วยมือพิฆาตตบหน้าดิฉันอีกหนึ่งฉาดเป็นไงล่ะคะ ดิฉันก็ของขึ้นน่ะสิคะ ทีนี้ไม่ดุล่ะค่ะตะคอกใส่เลยแล้วก็มีคนแก่ 2 คนวิ่งเข้ามาดู เราก็กำลังบอกว่า ให้ขอโทษเราเดี่ยวนี้ มาตบหน้าได้ยังไง โอ้ย คนแก่ก็รีบพาหลานเค้าออกไป แล้วบอกว่าไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษแล้วก็พาออกไปโอ๋กันข้างนอก มีเรื่องอย่างนี้บ่อยมากๆ แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือ หลานสาวคนนี้น่ะ เค้าเป็นคนคิดเองไม่เป็นเพราะโดนผู้ใหญ่กรอกหู คิดแทน พูดแทน ตลอด ใครถามอะไรก็ไม่รู้หรอกค่ะเพราะมีคนตอบแทน แล้วโตมาเด็กคนนี้จะเป็นยังไงล่ะคะ แต่ทีรู้ๆ ลูกดิฉันไม่เป็นแล้วกัน เห็นมั้ยคะว่าความรักที่ไม่มีกรอบมันทำร้ายเด็กยังไง เรื่องที่ดิฉันนำมาเล่านี้เป็นแค่เศษเสี้ยวที่เกิดขึ้นในบ้าน ไม่ใช่ว่าดิฉันไม่รักหลานนะคะ รักมากๆ เลยล่ะค่ะ แต่อย่างที่บอกค่ะว่าเมื่อใดที่เราให้คนอื่นมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมากเกินไป เค้าก็จะมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราด้วย ก็พี่สาวของสามีน่ะสิคะ(แม่เจ้าตัวแสบ)เค้าไม่มีเวลาเลี้ยงลูกเองเค้าก็ให้แม่ให้แม่บ้านเลี้ยงมีอะไรเค้าก็ทำให้หมด จะไปว่าอะไรเค้าก็ไม่ได้ว่าเลี้ยงลูกเราไม่ดี เพราะเดี๋ยวเค้าจะไม่เลี้ยงให้ ซวยอีก แล้วถ้าเป็นคุณล่ะคะคุณจะจัดการกับชีวิตตัวน้อยๆ ของคุณอย่างไร
เด็กหนอเด็ก
ไร้เดียงสา
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
บัญชา ธนบุญสมบัติ · 16 พ.ค. 2550
ดอกแก้ว · 16 พ.ค. 2550
krunarong · 16 พ.ค. 2550
ผู้ก่อการดี · 16 พ.ค. 2550
Anonymous Anonymous · 16 พ.ค. 2550
ฉัตรชัย · 16 พ.ค. 2550
ยูมิ · 16 พ.ค. 2550