เมื่อวาน ขณะที่ฉันนั่งทำงานเพื่อสรุปกิจกรรม รายงานผลการดำเนินงาน ไปยังแหล่งผู้ให้การสนับสนุน “ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและ
พิทักษ์เด็กเยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและผู้สูงอายุ”
ที่ได้รับงบประมาณ จาก กองสลากฯ จากงวดที่หนึ่ง และจะได้รับงวดที่สอง เพื่อดำเนินการต่อไป
แล้วจริงๆฉันก็ทำกิจกรรมค่ายเกินงบงวดแรกไปแล้วด้วย เพราะมั่นใจในงวดสองที่จะมา
เป็นโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กในพื้นที่ที่นี่...ด้วยการจัดค่ายเยาวชน
ให้กับพี่เลี้ยงเยาวชน และให้ พี่ๆไปจัดให้น้องๆในชุมชน อีกทอดหนึ่ง....
ฉันงงเรื่องเอกสารนิดหน่อย ว่า สรุปตามแบบที่สำนักงานส่งเสริมฯ
ให้มา แค่นี้ หรือ แล้วใบเสร็จต้องส่งมั้ย และให้ส่งไปที่ กองสลาก หรือ ไปที่ สำนักงานส่งเสริมฯ
ฉันโทรไปถาม.....
“ เรา ไม่มีการส่ง งบประมาณ งวดที่ 2 นะคะ...เราส่งเงินคืนกองสลากฯหมดแล้ว...โครงการนี้ เราทำงานประสานงานให้เฉยๆ เป็นโครงการของ รัฐบาลชุดก่อน....รายงาน ไม่ต้องส่งที่กองสลากฯ เพราะเขาก็จะคืนมาให้เราเก็บอยู่ดี...”
เสียง ผู้หญิง เจ้าหน้าที่ คุยให้ข้อมูล....
ฉันได้แต่ “ .....เหรอคะ....”
มันก็ตลกดี.....ฉันวางโทรศัพท์ ด้วยความรู้สึกนิ่งๆหลับตาเพื่อจะทำสมาธิ
สักพักจะได้ทำงานต่อไป...
ตอนหัวค่ำ ฉันนั่งอ่านหนังสือที่หน้าโต๊ะคอมฯ รับโทรศัพท์ จาก พี่ป๋อ
( จาก มูลนิธิสานแสงอรุณ ) พี่ทักทายฉัน และถามเรื่องสุขภาพ จากนั้นก็เล่าว่า พี่กับเพื่อนจะตั้งสำนักพิมพ์ใหม่ ชื่อ “ หอมแก้มโลก “
พี่ได้รับ งานเขียนของฉัน เป็นบันทึกเรื่องการป่วยไข้ ที่ฉันตั้งชื่อเรื่องว่า
“ เหนือทุกข์ เหนือสุข คนโรคไต “
พี่สนใจจะพิมพ์งานเขียนของฉันเพื่อเปิดตัวสำนักพิมพ์
...และความฝันก็เป็นจริง.....การเขียนหนังสือ จำนวน 110 หน้า ที่ เขียน
ในเดือนเกิดของฉัน พฤศจิกายน ปีที่แล้ว
เขียนด้วยแรงบันดาลใจ ที่จะเล่าเรื่องของผู้ป่วยโรคไต เพื่อบอกเล่า และตั้งใจที่จะพิมพ์จำหน่าย โดย รายได้ทั้งหมด มอบให้ มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย...เพราะ มูลนิธิ ฯ ทำงานหนักมาก เพื่อดูแลคนโรคไต ทั่วประเทศและดูแลฉัน อย่างถึงที่สุด
และฉันก็นอนหลับด้วย ความฝันที่สวยงาม......
สวัสดีค่ะพี่หน่อย
พี่หน่อยเป็นคนที่ตั้งสติได้ดีเยี่ยมเลยค่ะ ดีใจด้วยที่ได้ตีพิมพ์หนังสือ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
มาส่งกำลังใจและแรงใจให้เช่นเคย
อะไรที่เกิดไปแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ อะไรที่ยังไม่เกิดจะควบคุมไม่ได้
ไม่ว่าอดีตหรืออนาคตไม่สำคัญ การที่ปัจจุบันมีจิตสงบต่างหากเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ : )
นายบอน!-กาฬสินธุ์
พิมพ์ บันทึก ของนายบอนใช่มั้ย...เดี๋ยวรอดู
ง านของพี่ก่อนนะ
ขอบคุณหนูนิดมากจ้า.....เรื่องมูลนิธิโรคไตฯ นี่สำคัญเลยนะ แต่ก่อน การเปิดเครื่องฟอกเลือด แต่ละครั้ง นี่เป็น หลักหมื่นนะ...คนมีเงินเท่านั้น
ถึงทำได้...
แต่ ทางมูลนิธิโรคไตฯ ได้ รณรงค์ และรับบริจาค
ในงานต่างๆเพื่อระดมกำลังในการซื้อเครื่องฟอกเลือด
ใ ห้กับ โรงพยาบาลต่างๆ....จาก ของที่แพง ก็ ลดราคา
ลงมาเรื่อยๆ อย่างมาก
ชาวบ้านในหมู่บ้าน บอกว่า พี่ไม่น่ารอดมาได้...เพราะเป็นเขาก็
ขออยู่บ้าน นอนป่วย รับชะตากรรม
ทุกเรื่องในชีวิตเราเป็นสิ่งมหัศจรรย์มาก
เหมือนเรามีชีวิตอยู่ เพื่อ เรียนรู้สิ่งเหล่านี้
สวัสดีค่ะพี่หน่อย
ขอเพียงมีกำลังใจ อุปสรรคใด ๆ ก็จะผ่านพ้นไปด้วยดีค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยคนคะ และจะรออุดหนุนหนังสือของพี่หน่อยนะคะ
Ranee
คะ ได้วิชา สติ จากการอ่านในบล็อกต่างๆ นี่เยอะเลยคะ.....
ความคาดหวัง แล้วไม่ได้ ย่อมทำให้เสียใจนะคะ
แ ต่มาคิดดู...คนที่เราคุยด้วย ให้ข้อมูลเรา เขาก็คงกลุ้มใจมากเหมือนกันที่ต้องตอบคำถามซ้ำๆ
และคงมีเรื่องอะไรที่ ยุ่งยาก ซับซ้อน มากมาย....
พี่ก็ไม่อยาก ..เซ้าซี้มาก....
แต่เรื่อง งานพิมพ์ นี่ ถูกใจคะ เพราะเขียนไว้เกือบจะค้างปีแล้ว
เคยเอาไปให้ พี่บก. หนังสือ สารคดีดู ...พี่เขาก็งานยุ่ง
ค ะ เกรงใจ...แต่ของ สำนักพิมพ์นี้ ดูจะชัดเจน
และจะช่วยเราได้เยอะ น่ะคะ
ขอบคุุณมากคะ
กมลวัลย์
การที่ปัจจุบันมีจิตสงบต่างหากเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ
...................................................
ขอให้เราได้อยู่กับจิต ปัจจุบัน
ขอบคุณมากเลยคะ
คุณ รัตติยา เขียวแป้น
คะ ขั้นตอน ตอนนี้ ให้เพื่อนที่เชียงใหม่
( แต่เป็นคนพัทลุง ) ช่วยเรียบเรียงให้น่ะคะ
คิดว่า ต้นเดือนนี้ น่าได้ส่งให้ ทางสำนักพิมพ์
แล้วต้องดู การจัดรูปเล่ม /ภาพ อีกเยอะคะ....
อาจจะใช้เวลาสักหน่อย....
ขอบคุณน้องแป้ดมากคะ
มาเยี่ยม…คุณ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ทุกคนล้วนมีโรคประจำตัวด้วยกันทั้งนั้น…</p><p>คนที่รู้ว่าตนเองเป็นโรคอะไรนี้…ดี…คือหายสงสัยเสียที…สบายใจ…ไม่สงสัย…</p><p>ชื่นชม…ดวงตายังมีแววแจ่มใส…นะครับผม</p><p> </p>
พี่หน่อยได้รับสิ่งที่ดีในชีวิตในวันนี้..ก็เพราะพี่หน่อยมีจิตใจดีและกระทำดีไงค่ะ (ถึงมีบาปมั่งนิดหน่อยก็พออภัย 555)
umi
คนที่รู้ว่าตนเองเป็นโรคอะไรนี้...ดี...คือหายสงสัยเสียที.
.............................................
ดี จริงๆคะ หายสงสัย.....
รูปภาพนี้ ตอน ปี 2545-46 ....แฟนถ่ายรูปไว้ให้ดูเล่น
ขณะที่เราก็เกรงใจ คนไข้ในห้องคะ....ไม่มีใครสนุกกับเราเลยคะ...ยิ้มอยู่
เตียงเดียวนี่ล่ะคะ
หนูนิด
หนูนิด แวะมาเยี่ยมพี่ทุกวันเลยนะ อย่างนี้ก็คิดถึงแย่ซิคะ.....
เรื่องบาป หรือคะ....เยอะแยะเลยคะ...ไว้ต้องเขียนอีกเล่มนึง
แหะๆ....ส่วนมาก พี่จะสารภาพบาปกับแมวที่บ้าน
ม ากกว่า...นั่งฟัง อย่างสนใจมากเลย แล้วให้อภัยเราอีกนะ ฟังเสร็จ มาคลอเคลียอีก....
แวะมาแสดงความยินดีกับฝันที่เป็นจริง สวัสดีค่ะคุณ ดอกแก้ว
anita
ยินดีที่ได้รู้จักคะ คุณต้า....ชื่อ ariya เหมือนกันเลยคะ
ต ้องเลี้ยงน้องชื่อ ซะแล้ว....( พี่หน่อย ชื่อ Ariya Morach )
อยู่ นาราธิวาส หรือ คะ น่าสนใจจังคะ....พี่หน่อยเคยอยู่ที่ปัตตานี ด้วยคะ สมัยเรียน ก็ไปเที่ยว แถวยะลา นาราธิวาสบ้าง แต่
ไปไม่ไกลเท่าไหร่....
ขอบคุณคะ
กำลังใจไม่เคยห่างหายจากมิตรภาพใน G2K
เป็นกำลังใจให้พี่หน่อยนะคะ
จะรออุดหนุนบันทึกของพี่หน่อยค่ะ
ขอบคุณที่เป็ฯแบบอ่างในการสู้ชีวิต และการใช้ชีวิต
แล้วเจอกันนะคะ
เม้ง สมพร ช่วยอารีย์ ---------> http://www.somporn.net ---------> http://www.schuai.net
สบายดีจ้า...ที่สุรินทร์ มีฝนโปรยนิด เป็นช่วงๆ และก็ร้อน เป็นช่วงๆ...
ช่วงนี้เปิดเทอมใหม่ เด็กๆก็คึกคัก กันไปโรงเรียน
เสาร์-อาทิตย์ ก็จะมีเด็กๆมาเรียนมาใช้ คอมพิวเตอร์กันที่เด็กรักป่า...
โครงการของเม้ง ส่ง น้องๆ ม.ต้น เรียนต่อหรือ ดีจังคะ
ตอนเด็กๆ ต้าไม่ค่อยได้อยู่บ้านนรา เท่าไร พอเป็นวัยรุ่นจะอยู่ระหว่าง กรุงเทพ + กัวลาลัมเปอร์ ไปๆมๆ จนต้องมาทำงานที่นี่ ถึงได้รู้จักนรา มากขึ้น คือ ขึ้นรถไปสุไหงโกลกเป็น ต่อรถไฟไปยะลาได้ ข้ามไปช้อปิ้งชายแดนโกลก - มาเล เก่งขึ้น ทำนองนี้ละคะ อ้อ! ต้ามีเพื่อนอยู่อุบล(อ.บ้านผือ)ค่ะ สมัยเรียนอยู่ กทม. เคยพามาเที่ยวที่บ้านนรา ดูเขา happy กับที่นี่มาก ตอนนั้น พ.ศ. 2537 - เขาไม่เคยเห็นคนรีดนมแพะแถวตำหนักทักษิณฯ - เขาชอบน้ำทะเลและน้ำบูดู - เขา Surprise มาก เวลาต้าพาข้ามไปฝั่งมาเล(ทางตากใบหน่ค่ะ) ตอนนี้ได้ข่าวว่ามีครอบครัวที่อบอุ่นเรียบร้อยแล้วละ ถ้ามีโอกาสมานรา อย่าลืมบอกต้านะคะ