สาระที่ได้รับเมื่อฟัง คณะทำงานของวิทยาลัยราชสุดา มหิดล ร่วมกันทำงานเพื่อช่วยลดอุปสรรคของการเรียนร่วมระหว่างนักศึกษาที่มีความพิการและนักศึกษาที่ไม่พิการ
แนวคิดสากลของ Inclusive Education toward Society ของต่างประเทศ ทำได้ เพราะ มีทีมทำงานที่แท้จริงและมีการวางแผนคิดและลงมือปฏิบัติในทุกๆระดับของทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้พิการต้องการไปเกี่ยวข้องด้วย ที่สำคัญ การพัฒนา "จิตปัญญา" เน้นสร้างเจตคติที่ดีของคนในสังคมต่อคนพิการ และสร้างเจตคติที่ดีของคนพิการต่อตนเอง มีกระบวนการหลากหลายเพื่อลด Attitudinal & Environmental Barriers for person living with disabilities.....
"Changing systems to meet the needs of individuals with disabilities rather than changing children to fit the education"
บ้านเราคนพิการมากมาย แต่ได้งบประมาณเพื่อตอบสนองนโยบายต่างๆ ตามแบบต่างประเทศ เป็นข้อจำกัดทางจิตปัญญาอย่างมาก ที่สำคัญบุคลากรทำงานอยู่เป็นกลุ่มเฉพาะทาง ไม่รู้แม้กระทั่งที่มาที่ไปของการเรียนวิชาเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการนั้นมีคณะใดเปิดสอนบ้าง แต่ละคณะทำไปแบบคณะเดี่ยว แล้วค่อยนำไปแนะนำให้คณะที่น่าจะเชี่ยวชาญกว่าทราบภายหลัง ขาดการวางแผนและคิดพัฒนาอย่างเป็นระบบและเป็นทีมบุคคล สิ่งเหล่านี้เป็นข้อจำกัดทางจิตปัญญาของบ้านเราที่พยายามจะแก้ไขหรือพัฒนาจิตปัญญาของผู้พิการ แต่จริงๆแล้วเราควรมองระดับและแนวทางพัฒนาจิตปัญญาของเราก่อนนำความถูกต้องและแนวทางที่เหมาะสมไปให้กับกลุ่มผู้พิการต่อไป
สัมมนาวันนี้ดูวกวนและมีความเป็นไปได้ระดับหนึ่ง แต่ยังขาดแนวทางร่วมของคณะต่างๆที่มีความเชี่ยวชาญในความพิการและการดำเนินชีวิตของคนที่แตกต่างกัน
การใช้ศีล สมาธิและปัญญา เพื่อพัฒนาจิตปัญญาของแต่ละคน ไม่ว่าจะพิการหรือไม่พิการ น่าจะนำมาซึ่งภาพรวมของระบบทีทุกคนไม่เกิดการเสียเปรียบในทุกๆด้าน หากเป็นการเติมเต็มระหว่างศักยภาพของบุคคลนั้นๆ คล้ายๆกับประโยคที่ว่า
"Seeing individual differences not as provlems to be fixed, but as opportunities to enriching learning for individuals"
ท้ายสุดผมก็ชอบคำพูดของรองอธิการบดีท่านหนึ่งในวันนี้และเสริมไอเดียตนเองคือ ตาเนื้อปิดแต่ใจเปิดกว้าง ทำให้คนพิการพัฒนาจิตปัญญาได้ดีกว่าคนปกติที่ตาและใจเปิดแต่ไม่เข้าใจการดำเนินชีวิตร่วมกับคนพิการได้อย่างลึกซึ่ง มักจะทำงานแบบเฉพาะทางด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ค้นคว้าและค้นหาพันธมิตรที่ให้มีความเฉพาะทางครบถ้วนในการช่วยเหลือคนพิการได้อย่างมีระบบแบบลึกและกว้าง
Ajarn Pop คะ
พอจะมีตัวเลขไหมคะว่า คนพิการในบ้านเรามีกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วในส่วนที่มีการช่วยเหลือ ช่วยได้กี่เปอร์เซ็นต์เป็นกลุ่มที่พิการจากสาเหตุใดคะ
มีการศึกษา และมีหน่วยงานใดช่วยหาสาเหตุป้องกันความพิการให้น้อยลงได้ไหมคะ ยอมรับว่ามีความรู้ ข้อมูลเรื่องเหล่านี้น้อยมาก เท่าที่ผ่านมาเคยไปแต่ทำบุญที่สถานสงเคราะห์ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นมาแต่กำเนิด ไม่แน่ใจว่าเราจะสกัดความพิการได้อย่างไรบ้าง
สวัสดีครับ
ได้อ่านจากบทความอาจารย์หมอประเวศ และเวบ จิตวิวัฒน์ครับ กำลังสนใจเรื่องนี้มากขึ้นเรื่อยๆครับอาจารย์
...บ้านเราคนพิการมากมาย แต่ได้งบประมาณเพื่อตอบสนองนโยบายต่างๆ ตามแบบต่างประเทศ เป็นข้อจำกัดทางจิตปัญญาอย่างมาก...
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการตามแบบอย่างต่างประเทศมากจนไม่พยายามคิดให้เป็นจากปัญหาและ"ทุน"ต่างๆที่เรามีอยู่ในบริบทของเราเองเป็นจุดอ่อนในการพัฒนาแทบทุกเรื่อง ไม่เฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับคนพิการ
...แต่จริงๆแล้วเราควรมองระดับและแนวทางพัฒนาจิตปัญญาของเราก่อนนำความถูกต้องและแนวทางที่เหมาะสมไปให้กับกลุ่มผู้พิการต่อไป...
ตรงเป้าที่สุดเลยค่ะ เราต้องมองเห็นทุกสิ่งตามที่เป็นจริง จะได้ไม่บิดเบี้ยวทางความคิด และมีปัญญาแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบคุณครับคุณ citrus คุณ kmsabai และคุณนายดอกเตอร์
การใช้ปัญญาพิจารณาด้วยความเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหาที่เป็นจริง เป็นสิ่งที่เราต้องเร่งกระทำในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการ
ผมพอมีสถิติเท่าที่บันทึกจากสัมมนาดังกล่าวในส่วนของข้อมูลกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาแห่งชาติ
ปี 2548 มีคนพิการวัยเรียน 1.54 ล้านคน ไม่ได้เรียน 1.33 ล้านคน และได้เรียนเพียง 0.21 ล้านคน
ปี 2549 นักศึกษาพิการในมหาวิทยาลัยมีเพียง 1, 4528 คน และกำลังมีแนวโน้มสูงขึ้น
ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งครับ