พวกเรามักจะทำการป้องกันหวัดด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งยังไม่มีหลักฐานการวิจัยรับรอง เช่น กินวิตะมินซีขนาดสูง ฯลฯ วันนี้มีข่าวดีเกี่ยวกับวิธีป้องกันโรคที่ทำได้จริง และไม่ยากด้วยครับ...

Hiker

คนที่รักษาสุขภาพบางท่านคิดว่า อนามัยดีมักจะเริ่มต้นที่ของแพงๆ เช่น อาหารเสริม หรือวิตะมินขนาดสูง ฯลฯ ซึ่งไม่มีหลักฐานการวิจัยรับรองว่าได้ผลจริง วันนี้มีข่าวดีเกี่ยวกับวิธีป้องกันโรคที่ทำได้จริง และไม่ยากด้วยครับ...

ศาสตราจารย์นายแพทย์จอห์น ออกซ์ฟอร์ด นักไวรัสวิทยา แห่งวิทยาลัยแพทย์-ทันตแพทย์ควีนแมรี และประธานสภาอนามัย สหราชอาณาจักร(หมู่เกาะอังกฤษ) ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับสุขอนามัยภายในบ้านคนอังกฤษทุกวันนี้

ผลการศึกษาพบว่า คนอังกฤษล้างมือน้อยกว่าที่คิดได้แก่

  • 53% ไม่ล้างมือหลังจากการไอ หรือจาม ทำให้เชื้อโรค เช่น หวัด ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ฯลฯ ติดอยู่กับมือ เชื้อเหล่านี้จะปนเปื้อนไปตามลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ และของใช้ ทำให้คนอื่นติดโรคได้
  • 22% ไม่ล้างมือหลังเล่นกับสัตว์ หรือสัตว์เลี้ยง ทำให้เสี่ยงต่อการติดโรคจากสัตว์ เช่น พยาธิ เชื้อโรคท้องเสีย ฯลฯ
  • 10% ไม่ล้างมือหลังเข้าห้องน้ำ ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค เช่น หวัด ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เชื้อโรคทางเดินอาหาร ฯลฯ

คนอังกฤษเพียง 3% เชื่อว่า เชื้อโรคติดมาจากบ้านได้ ทั้งๆ ที่ปริมาณเชื้อโรคในครัวอังกฤษมีมากกว่าห้องน้ำสาธารณะ

นี่ห้องน้ำอังกฤษนะครับ... ไม่ใช่ไทย ห้องน้ำสถานีขนส่งไทยไม่น่าจะสะอาดกว่าครัวอังกฤษ (ผู้เขียนใส่ไข่เข้าไป)

อาจารย์ออกซฟอร์ดแนะนำว่า ควรทำความสะอาดบริเวณต่อไปนี้ให้มากเป็นพิเศษ เพราะมักจะมีเชื้อโรคสะสมอยู่มากเป็นพิเศษ

  1. สวิทช์ไฟ
  2. ที่จับประตู
  3. เขียงสับ

การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า เนคไท คีย์บอร์ดและเมาส์คอมพิวเตอร์ก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นนำทีเดียว

ผู้เขียนชอบปิดไฟที่มีคนเปิดทิ้งไว้ จากประสบการณ์พบว่า ทางภาคเหนือของไทยมักจะพบคราบข้าวเหนียวติดอยู่ตามสวิทช์ไฟเสมอ...

อาจารย์ฟิสิกส์ท่านหนึ่งเล่าว่า ครั้งหนึ่งเตียงห้องฉายแสงที่โรงพยาบาลสวนดอกขัดข้อง เตียงเลื่อนขึ้นแล้วหยุดไม่ได้ ดันคนไข้ไปจนชิด เกือบจะกระแทกกับเครื่องฉายแสง

สาเหตุเกิดจากคนไข้กินข้าวเหนียวแล้ว ไม่ล้างมือ ทำให้เศษข้าวเหนียวตกลงไปติดในสวิทช์เตียงฉายแสง นี่ดีว่า มีการแก้ไขให้เตียงหยุดเลื่อนได้ทัน

เขียงสำหรับเตรียมอาหาร... ถ้าเป็นไปได้ควรใช้ชนิดเขียงพลาสติก เมื่อใช้แล้วควรใช้ฟองน้ำล้างจานชุบน้ำยาล้างจาน ทำความสะอาด และตากให้แห้งทุกครั้ง

อาจารย์ออกซฟอร์ดกล่าวว่า กลุ่มเสี่ยงที่ไม่ค่อยรักษาความสะอาดก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย

คำแนะนำง่ายๆ ที่จะป้องกันโรคติดเชื้อได้แก่

  • ล้างมือด้วยสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ อย่างน้อยวันละ 6-7 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนกินอาหาร-ดื่มน้ำ หลังออกจากห้องน้ำ หลังเล่นกับสัตว์เลี้ยง
  • การล้างมือด้วยสบู่ต้องล้างที่จับก๊อกน้ำด้วย เนื่องจากมักจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ทางที่ดีกว่านั้นคือ ใช้คันโยกที่ไม่ต้องสัมผัสกับมือ

  • เจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรคได้ แต่ป้องกันพยาธิไม่ได้... หลังเล่นกับสัตว์ หรือทำสวน จึงควรล้างมือด้วนสบู่ทุกครั้ง
  • ควรทำความสะอาดที่จับประตู และสวิทช์ไฟเป็นประจำ

  • การออกแบบห้องน้ำ โดยเฉพาะห้องน้ำสาธารณะ เช่น ห้องน้ำโรงพยาบาล ห้องน้ำโรงงาน ฯลฯ ควรออกแบบประตูบังตาแบบซิกแซก (zigzag) ไม่ควรใช้ประตูที่ต้องใช้มือเปิดปิด และออกแบบให้มีการระบายอากาศดี เช่น เปิดด้านบนให้โล่ง ฯลฯ เพื่อลดการแพร่เชื้อ

ผู้เขียนขอเสนอปัญหาอีกข้อหนึ่งคือ ผู้บริหารไม่ควรกำหนดให้วันลาป่วยต้องเป็น "ศูนย์ (O)" จึงจะถือว่าดี โดยเฉพาะโรงพยาบาล ซึ่งมีคนไข้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำอยู่มาก

พยาบาลห้อง ICU โรงพยาบาลหนึ่งเล่าว่า ป่วยเป็นหวัดเป็นๆ หายๆ จะลางานก็ลาไม่ได้ เพราะคนมีน้อย เลยต้องมาทำงาน ทำให้คนไข้ที่มีภูมิต้านทานต่ำเสี่ยงติดหวัด ซึ่งอาจเกิดปอดบวมซ้ำ และอาจทำให้คนไข้เสียชีวิตได้

ผู้บริหารควรแนะนำให้คนที่เป็นหวัด หรือไข้หวัดลางาน เพื่อลดการติดโรคในที่ทำงาน และควรจัดหาอ่างล้างมือพร้อมสบู่ให้ทุกคนมีโอกาสล้างมือก่อนเข้าทำงาน

โรงพยาบาลควรมีที่ล้างมือพร้อมสบู่ให้คนไข้และญาติล้างมือก่อนเข้าโรงพยาบาล เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อ



จะให้พยาบาล หมอ และเจ้าหน้าที่ล้างมือฝ่ายเดียวไม่พอ เพราะเชื้อในโรงพยาบาลยังคงแพร่กระจายผ่านมือญาติคนไข้ และคนไข้ได้เสมอ ถ้า "ร่วมด้วยช่วยกัน" ทุกฝ่ายจึงจะลดการแพร่เชื้อได้

อนามัยดี เริ่มต้นที่มือเราครับ...

    แนะนำให้อ่าน:                                  

    แหล่งที่มา:                                      

  • ขอขอบพระคุณ (thank BBC) > Many ‘ignore basic home hygiene’ > [ Click - Click ] > http://news.bbc.co.uk/1/hi/health/6647137.stm > May 14, 2007.
  • ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT + หน่วยรังสีกรรม > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
  • ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT + กลุ่มงานรังสีวินิจฉัย > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 15 พฤษภาคม 2550.
  • ความเห็นและการอ้างอิงในบันทึกเป็นไป เพื่อสนับสนุนการให้ข้อมูลข่าวสาร และส่งเสริมการดูแลสุขภาพ... ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาทันตแพทย์ แพทย์ หรือบุคลากรสุขภาพที่ดูแลท่าน เช่น หมออนามัย พยาบาล เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ นักรังสีเทคนิค ฯลฯ