I have arrived. I am home.
เป็นเรื่องที่เป็น รางวัลของชีวิต.....
หนังสือเล่มนี้ เดินทางมาจาก หมู่บ้านพลัม
ประเทศฝรั่งเศสส่งผ่านมาจาก
น้องอำพรรณ
ที่ทำงาน โครงการวัยรุ่นป้องกันเอด์ที่
เชียงใหม่ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว
ฉันและน้องอำพรรณ ต่างรู้จักกันผ่าน
ตัวหนังสือเท่านั้น....และยิ่งไปกว่านั้น
หนังสือเล่มนี้
ภิกษุณีนิรามิสา...เป็นผู้ฝากมาให้ฉัน......
นับเป็น เมตตา ที่แผ่กว้างไปกับทุกคน
เหมือนไม่มีขอบเขต
และฉันก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างยิ่ง.....
หนังสือ เป็น ภาษาอังกฤษ ฉันต้องใช้เวลา
อย่างมาก....แต่ฉันก็รักหนังสือเล่มนี้มาก
และมือของผู้ให้
........................................................................................................................
“นิรามิสา”คือนามทางธรรมของภิกษุณีนิรามิสา
แปลว่า“ผู้หมดแล้วซึ่งกิเลส”
ภิกษุณีชาวไทยผู้นี้บวชเรียนกับหลวงปู่
ติช นัทฮันห์ พระมหาเถระชาวเวียดนามแห่ง
หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส ร่วม 8 ปีเต็ม
บนเส้นทางธรรมสายนี้ เธอได้เติมเต็มชีวิต
ทางจิตวิญญาณจนได้รับ
“รางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนา”
จากองค์การสหประชาชาติ เนื่องในวันสตรีสากล
(8 มีนาคม) ประจำปีนี้
“หมู่บ้านพลัม” (Plum Village)
เป็นสถานศึกษาธรรมะสำหรับ
ชีวิตของเธอตั้งแต่นั้นมา
“I have arrived. I am home.
เราเรียนรู้จากหลวงปู่ว่า อยู่ตรงไหนก็เป็นบ้าน
เมื่อเราได้กลับมาอยู่บ้านที่แท้จริงคือ
ตัวของเราเอง”
การปฏิบัติภาวนาครั้งนั้นถือเป็นประสบการณ์
์ที่เปลี่ยนชีวิตของเธอ
เมื่อเธอกลับคืนสู่ชีวิตประจำวัน
เธอได้หยุดทำงานประจำ
เลือกทำงานอิสระและหาโอกาสเรียนรู้พุทธศาสนา
มากขึ้น และสามปีให้หลัง เธอจึงออกบวช
เป็นภิกษุณีที่มีความสุขภายใน เห็นได้จาก
รอยยิ้มบนใบหน้าและดวงตาใสคู่นั้นของเธอ
…………………………………………………………………………
“I have arrived. I am home.

เมื่อวานเห็นหนังสือเกี่ยวกับท่าน ติช นัท ฮันท์ เรื่อง ผู้เริ่มต้น พลิกดูมีส่วนที่กล่าวถึงหมู่บ้านพลัมด้วย นายบอนอยากได้เหมือนกัน แต่พลิกดูตั้ง 225 บาท
พี่หน่อยมีมั้ยล่ะครับ จะได้ไปยืมมาอ่าน
มาเยี่ยม...คุณ ดอกแก้ว
ในสายพุทธศาสนามหายาน...ยังคงมีภิกษุณีสืบทอดมาอยู่...ในขณะพุทธศาสนาสายเถรวาทนั้นถือว่า...นามนี้หมดสิ้นไปแล้ว...แต่การเข้าถึงธรรมไม่มีขาดสายนะครับผม...
นายบอน!-กาฬสินธุ์
" ผู้เริ่มต้น " พี่ไม่มีเลย บอน... แต่น่าสนใจดี....
umi
การเข้าถึงธรรมไม่มีขาดสาย..................
ได้ความรู้ และข้อคิดคะ....การประพฤติดี ประพฤติชอบ สบายกาย สบายใจ...เป็นสิ่งที่
น ่าเข้าถึง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหน.....
น่าเป็นตัวอย่าง และศรัทธา
ขอบคุณคะ
เดี๋ยวจะเก็บตังค์ ซื้อไปฝากนะครับ
นายบอน!-กาฬสินธุ์
มาบ้านพี่หน่อย ห้ามมีของฝากนะ .....แล้ว พวกเราจะมา วันไหนกัน...เลขาของบอนโทร ประสานงานกว้างมากเลย จอง เดือนหน้า ทั้งเดือน หรือ....
งั้นไม่เอาไปฝาก เอาไปให้ยืมอ่านก็ได้ครับ
ส่วนวันไหน ยังไง เดี๋ยวเลขาเค้าก็คงจะแจ้งเองล่ะครับ
เป็นคำกล่าวที่เรียบง่ายมากครับ
เป็นหนังสือที่น่าอ่านมากครับ ถ้ามีโอกาสจะหามาอ่านครับ น่าสนใจมาก สำหรับการภาวนาที่เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ และปฏิบัติได้จริงในทุกขณะของชีวิตประจำวัน
น่าสนใจมากครับ
นายบอน!-กาฬสินธุ์
จ้ะ...พี่ลงวันที่ไว้แล้วในสมุดบันทึก...เลขาบอน
ทำงานดีมาก เงินเดือนน่าจะขึ้นได้นะ....อนุมัติ
Kati
“I have arrived. I am home."พี่ก็ชอบประโยคนี้นะ แต่นี่เป็นคำพูด...ของภิกษุณีที่ให้สัมภาษณ์ลงในเวป
อื่นน่ะ...การที่ได้รู้จักตนเอง และอยู่อย่างมีคุณค่า
อยู่อย่างอิสระ อยู่ด้วยสติในทุกๆวัน
.............................................
แต่ หนังสือ ที่ท่านให้มา เป็นคำเทศน์ ของ ท่าน
Thich Nhat Hanh...." be free where you are "
หัวใจการปฏิบัติ ก็เหมือนที่เราอ่าน หนังสือ ภาคภาษาไทย ของท่าน นะ...
แต่ในนี้ ก็มีหัวข้อ
- Touching the Miracles
- You are a Miracles
...............................
- Smiling As a Practice
- When you feel greatful, you do not suffer.
- Understanding makes compassion possible.
................................
- Smile at your habit energy.
........................................
พี่ชอบ บท ที่ว่า การยิ้ม เป็นการฝึกหัด.....น่าสนใจดี
ในนี้ บอกว่า " ..I call " mouth yaga . "
Make smiling an exercise.
Just breathe in and smile- the ten-sion will
disappear and you wlll feel much better. .."
ฝึกโยคะชนิดนี้ ดูดีนะ...และเราก็จะอ่อนโยนต่อสิ่งรอบข้าง
มากขึ้นด้วย
หนูนิด
อ่านหนังสือ ยิ่งประทับใจ ภาษาของคนเอเชีย ด้วยกัน
ก็อ่านง่ายกว่า ทวีปอื่นนะ ....บางประโยคที่เราget
เราก็จะจำ คือ เป็นคำง่ายๆ..ซื่อๆ
อ ย่าง ประโยคนี้.......
Hello there , my habit energy.
I know you're there,
but you cannot do anything to me.
You smile at it, and then you are free.
...........................
ก็เหมือนที่ พระ สอนเรา ให้ ดูอารมณ์ ตามดู ทุกอารมณ์ที่เกิดกับเราในขณะนั้น..ดูแบบ ไม่ต้องไปโกรธ ไปลงโทษ ไปว่ากล่าว...แต่ ตามดู
ซ ื่อๆ ...พอเจอแล้ว พบแล้ว ก็ให้ยิ้ม ต้อนรับ อีกนะ บอกว่า เจอแล้ว...
จากนั้น เราก็จะรู้สึก ผ่อนคลาย ....อิสระ...
......to be free!
...ไง ...น่าสนใจมั้ย หนูนิด...
ซ ื่อๆ ...พอเจอแล้ว พบแล้ว ก็ให้ยิ้ม ต้อนรับ อีกนะ บอกว่า เจอแล้ว...
จากนั้น เราก็จะรู้สึก ผ่อนคลาย ....อิสระ...
ลึกซึ้ง ๆ พี่หน่อย นับถือนับถือ ข้าน้อยขอคารวะ
อยากอ่านค่ะ
ส่วน ติช นัท ฮันห์ ท่านเป็นพระเซน มีหนังสือที่ท่านเขียนแปลเป็นภาษาไทยหลายปีมาแล้ว..น่าอ่านเช่นกันค่ะ
ทราบว่า ท่านติช นัท ฮันห์ มาที่เมืองไทยปลายสัปดาห์นี้ค่ะ สัปดาห์หน้าท่านก็จะแสดงธรรมที่กรุงเทพ คุณหน่อยพอทราบข่าวบ้างไหมคะ
ปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ
หน่อยทราบแล้วคะ เพื่อนกลุ่มสวนโมกข์ มาให้อ่านข่าวด้วย อยากไปจังคะ....
ถ้าอาจารย์ไปร่วม มาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ
เพิ่งรู้น๊ะ ......ว่าสนใจโยคะ และเซน และอื่น ๆ .......ไม่รู้จบ
พระอาจารย์พุทธทาส ท่านฝากเรื่องไว้ เป็นประณิธาน ๓ ประการ ท่านฝากไว้กับอนุชนรุ่นหลัง (สังเกตจากหนังสือที่อยู่ในโครงการ ๑๐๐ ปี ชาตะกาลพุทธทาส ดังนี้
๑. ให้ทำความเข้าใจถึงหัวใจของศาสนาของตน
เช่น พุทธ ต้องเข้าใจเรื่องอิทัปปัจจยตา,ตถตา,สุญญตา เป็นต้น
๒.การทำความเข้าใจระหว่างศาสนา โดยมีหลักว่า ต่อไปนี้ยังต้องมีหลายศาสนาเหมือนเดิม ต้องทำความเข้าใจ เพื่อร่วมมือกัน เพื่อช่วยมนุษยชาติ สำคัญคือ อย่าเปรียบเทียบเพื่อหาความแตกแยก (พุทธ,ศริตส์,อิสลาม,ซิกข์,เซน,ชินโต,ขงจื้อ) เพราะเมื่อถึงยุคหนึ่ง จะมีเพียงศาสนาเดียว
๓.ให้ออกมาเสียจากอำนาจของวัตถุนิยม เพราะว่าวัตถุนิยม เป็นความรู้ที่ขาด สติ, ปัญญา เป็นทาสของตา,หู,จมูก,ลิ้น,กาย. ให้มีสติปัญญา, ใช้อายตนะเพื่อการศึกษา แล้วให้วัตถุมารับใช้จิต ให้จิตอยู่เหนืออำนาจสิ่งใด ๆ สุดท้าย ความสุขที่แท้จริงอยู่เหนือวัตถุ ............สำเร็จเมื่อใด "โลกก็เป็นมหานคร อมตะมหานิพพาน"
นาย สมพงศ์ ตันติวงศ์ไพศาล
สนใจไม่รู้จบ...นี่ดีอยู่ใช่มั้ยคะ........
ดีจังคะพี่ ต้องมาให้ความรู้บ่อยๆนะคะ ชอบอ่านน่ะ
แผ่นดิน
ขอบคุณคะ