เราตัดสินใจขึ้นไปชมปราสาทด้วยรถไฟขึ้นเขา ที่ภาษาเยอรมัน เรียกว่า Bergbahn (เเบร์กบาห์น) หรือถ้าจะอ่านเล่นๆเป็นภาษาอังกฤษก็คือ เบิร์กบาห์น เเละลูกทัวร์ทุกคนก็ดูเบิกบานสมชื่อจริงๆ เพราะไม่ต้องเดินขึ้นเขาไปเฉกเช่นการขึ้นเส้นทางนักปราชญ์อย่างในวันเเรกที่มาถึง
ทัวร์ยุโรป “ผจญภัยไร้เส้นทาง“ ของน้องโน๊ต (2)
บันทึกการเดินทางทัศนศึกษาในยุโรป “ทัวร์ผจญภัยไร้เส้นทาง“ ของน้องโน๊ต เเต่เป็น “ทัวร์เทวดานางฟ้า“ ของพี่โอ๋ ระหว่างวันที่ 25 เมษายน ถึง 6 พฤษภาคม ฤดูใบไม้ผลิ ปี 2007 ณ ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมณี สาธารณรัฐเช็ก เเละสาธารณรัฐโปเเลนด์
วันที่ 25 เมษายน 2007 ทัวร์ยุโรป “ผจญภัยไร้เส้นทาง“ ของน้องโน๊ต (1)
วันที่ 26 เมษายน 2007
หลังจากรับประทานอาหารเช้าซึ่งเป็นปลาซาลมอนอบตัวโต ไข่ดาว ขนมปัง นม โยเกิรต์ จนอิ่มหนำเเละมีเรี่ยวเเรง ไกด์จอมโหด เริ่มพาลูกทัวร์ออกเดินทางไปชมเมืองไฮเดลเบิร์กอีกครั้ง เมืองไฮเดลเบิร์กเเห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองมหาวิทยาลัย เมืองที่เเสนจะโรเเมนติกเเละเป็นเมืองที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เเปดของเราทรงประสูติ เนื่องจากในช่วงนั้นสมเด็จพระราชบิดาได้ทรงมาศึกษาทางการเเพทย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยที่เก่าเเก่เเห่งนี้ เราออกเดินทางด้วยรสบัสไปลงย่านใจกลางเมืองที่ชื่อบิสมารค์ผลัท์ส (Bismarktplatz) เเล้วเริ่มเดินผ่านเส้นทางที่เป็นเเหล่งช๊อบปิ้งเเละเป็นถนนสายหลักของเมืองที่ชื่อ Hauptstrasse (main street) ผ่านร้านค้า ร้านอาหารต่างๆมากมาย มีไอศกรีมเป็นอาหารหวานยามเช้า นำทีมโดยน้าดี เเละน้องโน๊ต (ใครน๊า เป็นคนบอกว่าอย่าเพิ่งซื้อทานเลย ไอศกรีมน่ะ เผลอปูเหลียวเดียว เดินยิ้มเริงร่า มีไอศกรีมอยู่ในมือเป็นคนเเรกเลยเชียว) ในวันนี้มีติ๊ก เม้ง กาง พี่นิ ซึ่งเป็นนักศึกษาเเละผู้ที่เคยศึกษาอยู่ที่นี่มาก่อนมาร่วมทีมเดินชมเมืองเเละเป็นไกด์ให้เราด้วย
เราตัดสินใจขึ้นไปชมปราสาทด้วยรถไฟขึ้นเขา ที่ภาษาเยอรมัน เรียกว่า Bergbahn (เเบร์กบาห์น) หรือถ้าจะอ่านเล่นๆเป็นภาษาอังกฤษก็คือ เบิร์กบาห์น เเละลูกทัวร์ทุกคนก็ดูเบิกบานสมชื่อจริงๆ เพราะไม่ต้องเดินขึ้นเขาไปเฉกเช่นการขึ้นเส้นทางนักปราชญ์อย่างในวันเเรกที่มาถึง
หลังจากออกมาจากพิพิธภัณท์ เราเดินออกมาสมทบกับกาง พี่นิ เเละติ๊กซึ่งรออยู่ด้านนอกเเละเดินไปด้านหลังของปราสาท ชมสวน ชมความงามของปราสาทยุคกลางเเละบ้านเมืองที่ยังคงความสวยงาม สมบูรณ์อยู่มากจากมุมสูงอีกครั้งก่อนเดินลงด้วยเส้นทางลัดเลาะตามภูเขาในด้านหลัง จากนั้นก็เป็นเวลาช๊อบปิ้ง ซื้อของขวัญของฝากราคาย่อมเยา(เพราะมีส่วนลดพิเศษให้คนไทย)จากร้านขายของที่ระลึกที่มีสาวไทยเป็น(ภรรยา)เจ้าของร้าน อาหารกลางวันของเราเป็นสลัดบาร์หลากหลายชนิดที่โรงอาหารใจกลางเมืองซึ่งภาษาเยอรมันเรียกว่า Mensa (เมนซ่า) เราสามารถเลือกตักรับประทานได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นผัก เนื้อ ปลา สเต๊ก เเละอื่นๆโดยคิดราคาตามน้ำหนักซึ่งถือว่าย่อมเยาด้วยราคาเเบบนักศึกษา
หลังจากทานอาหารเสร็จ เราตั้งใจว่าจะล่องเรือไปเมือง Neckarsteinach (เนคคาร์ชไตน์นาค)เเละเดินขึ้นเขาไปชมป้อมปราการที่นั่น เเต่ไม่ทราบโชคดีหรือโชคร้ายเพราะเรือหมดเสียก่อนจึงพลาดการออกกำลังกาย เเบบหืดอาจขึ้นคออีกครั้ง เราจึงตัดสินใจล่องเรือพลังงานเเสงอาทิตย์วนรอบๆหนึ่งรอบ เพื่อชมทัศนียภาพของเมืองริมฝั่งเเม่น้ำเนคคาร์ในอีกมุมหนึ่งรวมทั้งชมวิถีชีวิตเเละกิจกรรมของชาวเยอรมันในหน้าร้อน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาริมน้ำ กีฬาทางน้ำ การปิคนิค เเละอื่นๆรวมทั้งการอาบเเดดที่ปาปารัสซี่อย่างน้องโน๊ตชื่นชอบนัก หลังจากนั้น จึงกลับไปรับประทานอาหารเย็นที่หอพักเม้ง โดยมีเพื่อนๆน้องๆ นักศึกษาหลายคนทั้งชาวไทย ชาวเยอรมันหรือเเม้เเต่อัฟริกันมาร่วมรับประทานด้วย เวลาห้าทุ่มครึ่งเราเดินทางด้วยรถนอนจากไฮเดลเบิร์กไปยังเบอร์ลิน เมืองหลวงของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยมีกลุ่มนักศึกษาห้าคนช่วยขนสัมภาระมาส่งเเละอยู่รอจนดึกดื่นที่สถานีรถไฟ
การวิ่งขึ้นรถไฟโดยต้องเเบกสัมภาระมากมายตามกันมาเป็นขบวนยาวเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์หฤโหดผสมหฤหรรษ์ที่คิดว่าลูกทัวร์จะไม่มีวันลืม เราโชคดีได้ตู้นอนที่ใกล้กับห้องเก็บสัมภาระที่กว้างขวาง จึงไม่เป็นการลำบากอะไรที่จะวางสัมภาระมากมายไว้ที่นั่น เเละเข้าไปนอนในตู้นอนของเราซึ่งมีทั้งหมดหกเตียงเรียงกันสามชั้นในหนึ่งห้องโดยมีสาวเยอรมันคนหนึ่งนอนอยู่ก่อนเเล้วที่เตียงชั้นล่าง ทุกคนดูเหมือนสนุกสนานกับประสบการณ์เเปลกใหม่เเบบหฤโหดน้อยๆนี้ เพราะเราทุกคนต้องปูที่นอนเองเเละเตียงก็ออกจะเล็กเเละเเคบชนิดที่ได้เเต่สอดตัวเข้าไปนอนได้เท่านั้นจริงๆ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Prof. Vicharn Panich · 15 พ.ค. 2550
Prof. Vicharn Panich · 15 พ.ค. 2550
Social butterfly · 15 พ.ค. 2550
สุธรา · 15 พ.ค. 2550
ดอกแก้ว · 15 พ.ค. 2550