เคยอ่านกันหรือยังคะ

มิติของระบบสารสนเทศ ซึ่งจะมองมิติต่างๆ จะมองในมิติของ 3 ส่วน

1. มิติของการจัดโครงสร้าง

2. การบริหารจัดการ

3. เทคโนโลยี

     แต่วันนี้จะพูดถึงเรื่องการจัดการเทคโนโลยีนะคะ

1. จะพูดถึงการจัดการองค์กร Digital เนื่องจากว่าโลกเป็นโลกาภิวัตน์ เกิด Internet ขึ้นมา เรื่องเศรษฐกิจทั่วโลกมันกระทบกันไปหมดเลยเป็นว่าเมื่อเกิดองค์กรขึ้นเราจะต้องนำ IT เข้ามาใช้ เราจึงเรียกองค์กรเหล่านี้ว่า Digital Firm คือ เป็นธุรกิจที่นำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ หรือใช้ข้อมูลหรือใช้เครื่องมือ Digital ทั้งหลายในการทำธุรกิจ ข้อมูลซึ้งอยู่ในแบบ Digital ไม่ใช้ข้อมูลกระดาษเหมือนเมื่อก่อน มีประเด็น Computer literacy หมายถึง กลุ่มคนที่มีความรู้ในเรื่องของการใช้ computer คนที่เป็น Computer literacy ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่รู้ว่าจะใช้ระบบสารสนเทศอย่างไร Computer literacy จะเป็นคนที่เรียนจบมาทางด้าน computer แต่เขาอาจจะไม่ได้เป็นผู้บริหาร แต่เขารู้เทคนิคต่างๆ ในการที่จะเขียนโปรแกรม ในการที่จะพัฒนาระบบขึ้นมา แต่ Information system literacy หมายถึง กลุ่มคนที่รู้ว่าระบบสารสนเทศจะเอาไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร จะดึงข้อมูลของสารสนเทศตรงส่วนไหน หรืออยากจะได้ข้อมูลสารสนเทศอะไรบ้างที่จะมาใช้ประกอบในเรื่องของการตัดสินใจ การวางแผน การกำหนดลูกค้า กลุ่มเป้าหมาย การกำหนดนโยบายขององค์กร ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจจะไม่รู้เรื่อง computer คือไม่รู้หรอกว่า Hardware ตัวนี้เสียจะต้องแก้อย่างไร หรือจะเขียนโปรแกรมอย่างไร เพราะฉะนั้นคน 2 กลุ่มนี้เป็นคนละกลุ่มกัน แต่เกี่ยวข้องกัน เพราะว่าระบบสารสนเทศที่ผู้บริหารตอ้งการจะได้สารสนเทศไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ก็จำเป็นต้องอาศัยกลุ่มคนซึ่งมีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์และช่วยพัฒนาระบบนี้นขึ้นมา แต่ว่าคนกลุ่มนี้ก็ไม่รู้หรอกว่าระบบที่พัฒนาขึ้นมาควรจะมีหน้าตาอย่างไร ก็ต้องไปคุยกับผู้ที่จะใชระบบ ต้องไปคุยกับผู้บริหารว่าสารสนเทศแบบไหนที่ต้องการปไใชฃ้ในการที่จะตัดสินใจแต่ละเรื่อง แล้วเขาก็จะนำความรู้คอมพิวเตอร์ที่ตัวเองมีมาจัดหาซอฟท์แวร์มาเขียนโปรแกรมหรือวางระบบเครือข่ายให้ เพื่อที่จะให้กลุ่มคนที่เป็น Information system literacy สามารถที่จะใช้สารสนเทศได้

2. Information systems, Organization, Management, and strategy

ในบทนี้จะพูดถึง Value chain and competitive force model ทำไมถึงต้องพูดบทบาทของผู้บริหาร ประเด็นก็คือ จะชี้ให้เห็นว่า ระบบสารสนเทศตัวนี้จะช่วยให้บทบาทยองผู้บริหารทำไดดีขึ้นในแต่ละบทบาท เพราะว่านำเอา computer มาช่วยเสริมบทบาทของเขา เพราะเขาตอ้งมีการตัดสินใจ ในบทนี้พูดถึงระบบสารสนเทศมีผลกระทบต่อองค์กรอย่างไร พูดถึงผลกระทบในแง่ของเศรษฐกิจ ในแง่ของพฤติกรรม ให้ยกตัวอย่างว่าระบบสารสนเทศมีผลกระทบต่อองค์กรในแง่เศรษฐกิจอย่างไร เช่นใช้การติดต่องทาง mail แทนการส่งกระดาษ ใช้ video conference แทนการที่จะต้องเดินทางไปประชุม ในแง่ของพฤติกรรมกระทบอย่างไร พนักงานต้องมีความรู้ในเรื่อง computer มากขึ้น เพราะว่าองค์กรใดถ้าพัฒนาระบบขึ้นมาแล้ว ก็จะทำให้เกิดความเป็นอัตโนมัติมากขึ้น แล้วพฤติกรรมก็จะเปลี่ยนแปลงไป

บทบาทของผู้บริหาร มีบทบาทในเรื่องของการตัดสินใจ เรื่องการวางแผนการกำหนดนโยบายการบริโภคข้อมูลข่าวสาร การกระจายข้อมูลข่าวสารไปยังผู้ใต้บังคับบัญชา ทำไมเราถึงพูดถึงบทบาทของผู้บริหาร เพราะว่าในปัจจุบันนี้ผู้บริหารยังสามารถดำเนินบทบาทเหล่านี้ ผู้บริหารจะเสียเวลาในการดำเนินบทบาทบางอย่าง เช่น ไปกระจายข้อมูลข่าวสารให้คนอื่นรู้ค่อนข้งจะมาก ถ้าเป็นในสมัยก่อนแต่ในปัจจุบันนี้ถ้าเราสามารถนำระบบสารสนเทศเข้ามาในองค์กรจะช่วยให้บทบาทของผู้บริหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น คือ รวดเร็วขึ้น มีประสิทธิผลมากขึ้น คือ ได้ผลบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

MIS เป็นประเภทหนึ่งของระบบสารสนเทศซึ่งเหมาะในเรื่องของการบริหารจัดการ ถามว่าช่วยในเรื่องตัดสินใจได้ไหม ได้ แต่ไม่ดีเท่าระบบ DSS DSS จะเป็นระบบซึ่งแตกต่างจาก MIS ถ้าเราพัฒนาระบบ DSS มาใช้ทำให้ผู้บริหารตัดสินใจได้ถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น พูดถึงในการตัดสินใจมีหลายระดับ ผู้บริหารระดับสูงก็จะต้ดสินใจเรื่องการกำหนดนโยบายการมองในมุมกว้าง การมองในแง่ของเป้าหมายต่างๆ ระบบการตัดสินใจของผู้บริหารมีลักษณะที่แตกต่างจาก 2 ระดับข้างล่าง อาจจะต้องใช้ data ไม่ใช้เฉพาะในองค์กรเท่านั้น แต่จะต้องใช้ข้อมูลจากภายนอกมาตัดสินใจด้วย เพราะฉะนั้น ระบบ DSS ของผู้บริหารระดับสูงต้องซื้อข้อมูลจากบริษัทต่างๆ ที่มีการขายข้อมูลในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับของเรา เพื่อมาประกอบในการตัดสินใจ ส่วนผู้บริหารระดับกลางมีระบบการตัดสินใจอีกลักษณะหนึ่ง เพราะผู้บริหารระดับกลาง คือรับนโยบายจากผู้บริหารระดับสูงมาแล้วมาในเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดขององค์กรให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่ผู้บริหารระดับสูงกำหนดมาให้ได้ เพราะฉะนั้นก็จะตัดสินใจเกี่ยวกับทรัพยากรที่มีอยู่ว่าจะบริหารอย่างไร เช่น เรื่องคน เครื่องจักร เงิน ผู้บริหารระดับล่างจะตัดสินในในเรื่องของงานซึ่งรับนโยบายมาจากผู้บริหารระดับกลาง จะตัดสินใจในเรื่องงานประจำวัน งานที่ดูแลอยู่ เช่น ฝ่ายตลาดก็ตัดสินใจเกี่ยวกับตลาดว่าทีมนี้ต้องไปมุ่งตลาดตรงส่วนไหนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้รับมาจากผู้บริหารระดับกลาง มีเรื่องของการจัดการทีมตลาดของตัวเอง และการทำงานในระดับล่าง เพราะฉะนั้นการตัดสินใจก็แตกต่างออกไป ข้อมูลที่อยู่ในระบบสนับสนุนการตัดสินในของผู้บริหารทั้ง 3 ระดับต้องแตกต่างกันไปตามลักษณะหน้าาที่ความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นในที่นี้จะพูดให้เรารู้ก่อนว่าแต่ละระดับตัดสินใจไม่เหมือนกัน ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในปัจจุบันนี้ไม่ใฃ่สำหรับผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น ก็ใช้ได้กับทุกระดับอยู่ที่ว่าองค์กรจะปรับปรุงให้กับระดับไหนใช้งาน ตัวข้อมูลต่างกัน Model ต่างกัน

Value chain and competitive force model เขาชี้ให้เราเห็นว่า IT มีผลกระทบกับ Value chain ได้อย่างไร เมื่อเรามีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ ช่วยสนับสนุนกิจกรรมหลัก กิจกรรมรอง เช่น กิจกรรมหลัก Inbound logistics จะเห็นได้ว่าปัจจุบันการทำ logistic จะนำ IT เข้ามาใช้เยอะมาก มี Software ทางด้าน logistic มาขายเยอะมาก เขาบอกว่า cost ในเรื่องการขนส่งเป็น cost ที่สูงที่สุด ถ้าเราสามารถลด cost ได้ นั่นเป็นการเพิ่ม profit ให้กับบริษัทของเรา เขาจะนำ software มาช่วยในเรื่องของการจัดการรถ การจัดการเส้นทางที่จะลำเลียงไปให้ประหยัดที่สุด และถึงมือลูกค้าได้เร็วที่สุด รถแต่ละคันอาจจะมีการติดตัว GPS ไปด้วย เพื่อที่จะบอกตำแหน่งในกรณที่เกิดข้อขัดข้องก็สามารถหารถไปรับได้ ในเรื่องของการ operation computer สามารถจะเข้าไปช่วย control ในเรื่องของเครื่องจักร การผลิตต่างๆ ผลิตอย่างไรให้ประหยัดที่สุด ผลิตอย่างไรให้มี waste น้อยที่สุด ในเรื่องของ การขายและการตลาด คอมพิวเตอร์เข้าปไมีบทบาท เช่นการเปิดขายทาง Internet ทำ e-commerce ช่วยในเรื่องของการประหยัด หรือ sale บางคนออกไปขายของแล้วหิ้ว notebook ไป แล้วสามารถที่จะรับ order ได้ทันที ส่งผ่านเครือข่ายเข้ามาที่โรงงานได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้เกิดขั้นตอนต่อไป เช่นการจัดส่งสินค้าหรือการผลิตเร็วขึ้น ลูกค้าก็เกินความประทับใจ ในเรื่องของการบริการหลังการขายในกรณีที่ลูกค้าซื้อไปแล้วและมีปัญหาต่างๆ ก็สามารถที่จะขึ้นไป post บน web board แล้วก็จะมีช่างมาตอบคำถามให้ หรือมีคนมาคอยดูแลก็นเป็นเรื่องของ CRM (Customer Relationship Management) หรอืในแง่ของ Out bound logistic จะมีระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยติดต่อกับ shipping ต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ท เราจะไปเอาของออกจากกรมศุลการกรปัจจุบันใช้ระบบ Electronic Data Interchange (EDI) เพื่อให้ผู้นำเข้า ผู้ส่งออกได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่า IT ได้เข้าไปแทรกซึมในทุกอย่างเลยของ Primary Activity และในขณะเดียวกันในส่วนของ Support Activity IT ก็เข้าไปมีบทบาทในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อ Human Resource มีระบบ Human Resource information systems เข้ามาดูว่าคนนี้มีผลงานเป็นอย่างไร มีความรู้ความสามารถอะไร จะสามารถ Rotate พนักงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะเห็นได้ว่าทุกอย่างเข้าไปแทรกซึมหมด

competitive force model เป็นได้ทั้ง 2 แง่ การที่เกิดระบบอินเตอร์เน็ทขึ้นมา การใช้ IT แพร่หลายกว้างขวางมากขึ้น และราคาถูกลง competitive force model กระทบทั้งในแง่บวกและแง่ลบ ในแง่ลบ เช่น แง่ของการป้องกันคู่ค้ารายใหม่เข้ามารู้ตลาดของเรา แต่ว่าการที่มีอินเตอร์เน็ทเข้ามาทำให้ New market entrant ช่วยให้คนเหล่านี้เข้ามาได้ง่ายมากขึ้น แต่องค์กรของเราก็สามารถนำเทคโนโลยีมาสร้างความโดดเด่นในตัวของเราได้ เราต้องรู้จักใช้ IT ให้ลูกค้าไม่ห้นไปหาคู่แข่งของเรา ในแง่ของการตลาด การที่คุณรักษาลูกค้าของคุณได้มันถูกกว่าการที่หาลูกค้าใหม่ เช่น eBay มีรายได้เยอะจากการใช้ IT สร้างความโดดเด่น