คนโง่ที่ขาดความเฉลียวย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด
ช่วงเวลานี้โรงเรียนและหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการที่ไปอบรมเรื่องผู้นำการเปลี่ยนแปลง ตามนโยบาย รมว.ศธ.ปัจจุบัน ต่างกลับมาปรับแผนปฎิบัติการของตนกันยกใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ ศธ./สพฐ. และต้องใช้ความรู้จากที่อบรมมาวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อให้สมกับเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงรองรับการกระจายอำนาจที่ ศธ.ออกกฎกระทรวงแล้ว
เพื่อไม่ให้การวางแผนของโรงเรียนและหน่วยงานต่างๆยังติดกรอบเดิมๆอยู่ ผมจึงมีนิทานมาจี้ใจให้แง่คิดเรื่องการวางแผนเชิงกลยุทธ์กัน ซึ่งจะมีกลวิธีที่หลากหลาย บางเรื่องแม้จะเป็นกลวิธีที่แยบยล แต่อาจมีวิชามารแฝงอยู่ เวลานำไปปรับใช้ก็คิดในทางที่ดีก็แล้วกัน
เรื่องแรกเป็นนิทานเรื่องเต่าแข่งกับกระต่าย ที่เราเคยเรียนในนิทานอีสปกัน แต่คราวนี้จะเล่าเป็นภาคสอง คือหลังจากที่กระต่ายแข่งขันวิ่งแพ้เต่าในรอบแรก ก็รู้สึกแค้นใจมากที่ตนเองประมาท จึงถือว่าเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่จะต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก
กระต่ายได้กลับมาฟิตซ้อมร่างกายอย่างดีเพื่อไปท้าเต่าแข่งแก้ตัวใหม่ และคิดว่าการแข่งขันคราวนี้จะไม่ยอมชะล่าใจนอนพักผ่อนด้วยความประมาทเหมือนคราวที่แล้ว
เมื่อพร้อมแล้วจึงไปท้าเต่าแข่งขันใหม่ เต่าซึ่งเป็นแชมป์เก่ารับคำท้าโดยดี เมื่อถึงเวลานัดแข่งขัน พอเริ่มออกวิ่ง กระต่ายก็วิ่งเต็มฝีเท้า นำเต่าไปอย่างสุดกู่ โดยไม่เหลียวหลังมาดู และหยุดพักเหมือนครั้งก่อน แต่พอไปถึงสระน้ำแห่งหนึ่งก็พบว่าเต่ามาถึงก่อนหน้าแล้ว และทักทายว่า
“ช้าไปแล้วพี่ต่าย”
กระต่ายก็เลยต้องเร่งความเร็วให้มากขึ้น พอวิ่งไปได้อีกระยะหนึ่งถึงพุ่มไม้อีกแห่งก็พบว่าเต่ามาถึงก่อนอีก กระต่ายรู้สึกโกรธที่วิ่งเร็วแล้วยังไม่ทันเต่าอีก จึงเร่งความเร็วอย่างสุดชีวิต จนถึงจุดสิ้นสุดการแข่ง ปรากฏว่าเต่าถึงก่อนเช่นเคย และกระต่ายต้องพ่ายแพ้เต่าอีกเป็นครั้งที่สอง รู้สึกอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
มีคนสงสัยว่า ทำไม่เต่าจึงวิ่งเร็วนัก ก็ได้รับคำตอบที่เป็นความลับสุดยอดว่า
มีเต่าพ่อ แม่ ลูก 3 ตัว อยู่ประจำตำแหน่งตัวละจุด
กลยุทธ์ นี้ทำงานเป็นทีม วางแผนกันจากบ้าน เลยครับ เยี่ยมครับ
เห็นเต่าของอาจารย์แล้วมีชีวิตชีวาดีจัง ขอบคุณที่ช่วยเพิ่มสีสัน อาจารย์ดูออกไหมว่าตัวไหนเป็นพ่อ ตัวไหนเป็นแม่ และตัวไหนเป็นลูก
ติดตามเต่าแข่งกับกระต่ายภาค 3 ตอนต่อไปนะครับ